กลิ่นคาวเลือดเจือจางในสายหมอกสีแดงฉานไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกตื่นตระหนกเท่ากับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งมาจากเบื้องหน้า เท้าของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาโบราณ *ตึง... ตึง...* ทุกจังหวะที่เคลื่อนใกล้เข้ามาสร้างแรงสะเทือนจนเศษฝุ่นละอองบนผนังวิหารร่วงกราวลงมาปะทะไหล่
เซเลสเต้ขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเรย์โดยสัญชาตญาณ ปลายหูเรียวยาวของเอลฟ์สาวลู่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าจะยังคงความงดงามเยือกเย็นตามแบบฉบับของเผ่าพันธุ์โบราณ แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามขมับก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อยู่นอกเหนือจากระบบการคำนวณปรกติ
"ซ่อนตัวหลังแนวเสาหินซะ เรย์" เสียงหวานใสที่เคยราบเรียบบัดนี้เจือกระแสความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "เจ้านั่นไม่ใช่ มอนสเตอร์ระดับทั่วไปที่ระบบเซิร์ฟเวอร์เปิดให้ฟาร์ม... มันคือ 'เศษเสี้ยวความทรงจำ' ที่ถูกผนึกไว้ใต้ดันเจี้ยนแห่งนี้ ถ้าพลาดท่าแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลตัวละครของเธออาจจะถูกรีเซ็ตถาวรโดยไม่มีโอกาสได้เกิดใหม่"
เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อนตามคำสั่งทันที ชายหนุ่มในคราบพรีสต์กวาดสายตาคมกริบวิเคราะห์ความผิดปกติของบรรยากาศรอบตัว หน้าต่างระบบอินเทอร์เฟซสีฟ้าใสลอยเด่นขึ้นมาเตือนรัวเป็นชุด—แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ ในเมื่อเกม VRMMO นี้ขึ้นชื่อเรื่องความสมจริง การอ่านทิศทางลมและการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้คือทักษะเอาตัวรอดที่สำคัญที่สุด
"ถ้าผมถอยตอนนี้ อาจารย์คิดว่าเราจะมีโอกาสรอดกี่เปอร์เซ็นต์เหรอคะ?" เรย์ถามสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือความเย้าแหย่นิดๆ ตามประสาคนที่ไม่เคยเล่นตามกติกาของระบบ
เซเลสเต้ชะงักไปเล็กน้อย หันมามองลูกศิษย์จำเป็นด้วยหางตา "ศูนย์จุดศูนย์เปอร์เซ็นต์... ถ้าเธอยังมัวแต่ยืนตั้งคำถามโง่ๆ แบบนี้"
สิ้นเสียงของเอลฟ์สาว เงาทะมึนขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุผ่านม่านหมอกสีเลือดออกมา ร่างนั้นสูงใหญ่กว่าแปดเมตร สวมเกราะเหล็กขึ้นสนิมหนาเตอะที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนแห่งกาลเวลา ในมือถือดาบยักษ์ที่ผุกร่อนแต่ยังคงแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว มันคือ "แม่ทัพโลหิตการัณย์" บอสลับที่ถูกลบออกจากสารบบแพตช์ปัจจุบัน!
การัณย์คำรามก้อง เสียงนั้นสั่นสะเทือนแก้วหูจนค่า HP ของทั้งคู่กระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน ดาบยักษ์ถูกเหวี่ยงกวาดเข้ามาหมายจะผ่าร่างของทั้งสองให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว
*วูบบบบ!*
เรย์ย่อตัวลงต่ำอย่างเฉียดฉิว ลมจากการโจมตีพัดเส้นผมสีดำสนิทของเขาปลิวไสว ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ในมือถูกกระชับแน่น พรีสต์หนุ่มไม่ได้ถอยหนีตามที่เซเลสเต้บอก แต่เขากลับดีดตัวพุ่งสวนทางกับแรงลม หรี่ตาลงคำนวณมุมองศาและค่าคูลดาวน์สกิลในหัวอย่างรวดเร็ว
*จังหวะนี้แหละ...*
"สกิลซัพพอร์ตไม่ใช่แค่เอาไว้เกือกกลอกฮีลเลือดนะคะ..." เรย์พึมพำกับตัวเองริมฝีปากยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดไม้เท้าปลดปล่อยแสงสีทองสว่างวาบพุ่งเข้าใส่ร่างของเซเลสเต้ "แต่เอาไว้ ‘บัฟ’ เพื่อเพิ่มอัตราการทะลวงต่างหากล่ะครับ!"
แสงสีทองเจิดจ้าอาบไล้ทั่วร่างของเอลฟ์สาว ทันใดนั้น ค่าสถานะความเร็วและการโจมตีของเซเลสเต้ก็พุ่งทะยานขึ้นเกินขีดจำกัดของระบบหลักถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง เอลฟ์สาวไม่คาดคิดว่าพรีสต์เลเวลต่ำจะสามารถปรับแต่งค่าโค้ดสกิลพื้นฐานให้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาพลังงานได้ในเสี้ยววินาที
"เด็กบ้าเอ้ย..." เซเลสเต้หลุดอุทานออกมาเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยาก
อาศัยจังหวะที่การัณย์เสียหลักจากการเหวี่ยงดาบวืด เซเลสเต้พุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศราวกับภูตพราย ดาบสั้นเวทมนตร์ในมือเปล่งประกายเจิดจ้าปักเข้าที่จุดอ่อนตรงข้อต่อหัวไหล่ของบอสยักษ์อย่างแม่นยำ แรงระเบิดจากการประสานพลังระหว่างเวทมนตร์โบราณของเซเลสเต้และบัฟนอกตำราของเรย์ส่งผลให้ร่างมหึมาเซถอยหลังไปหลายก้าว พื้นศิลาแตกละเอียดเป็นวงกว้าง
ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วซากวิหาร ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งสอง
เซเลสเต้ลงมาหยัดกายยืนบนพื้นอย่างสง่างาม เธอหันกลับมามองเรย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความระแวงในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความประทับใจลึกซึ้ง "เธอดึงโค้ดพลังงานของระบบออกมาใช้แบบนั้นได้ยังไง? นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปเขาทำกันนะ เรย์"
เรย์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน รอยยิ้มสบายๆ กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง "ความลับทางการค้านะคะอาจารย์... ว่าแต่เมื่อกี้ ที่อาจารย์บอกว่านี่คือเศษเสี้ยวความทรงจำ แปลว่าดันเจี้ยนนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานเกมใช่ไหมล่ะคะ?"
เซเลสเต้หรี่ตามองเด็กหนุ่มอย่างพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะกังวานใสราวดนตรีใน Purgatory "ดูท่าทางฉันคงประเมินลูกศิษย์คนนี้ต่ำเกินไปจริงๆ... ตามมาสิ ถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าทำไมระบบนี้ถึงเลือกเธอเข้ามา"
เอลฟ์สาวหมุนตัวเดินลึกเข้าไปในความมืดของโถงวิหาร เรย์ก้าวเท้าตามไปติดๆ โดยไม่ลังเล แต่ทว่า... ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูโค้งศิลาบานสุดท้าย หน้าต่างระบบสีแดงฉานขนาดมหึมาก็เด้งขึ้นมาขวางกั้นเส้นทาง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ไร้ซึ่งเสียงดนตรีประกอบใดๆ
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้ามระดับสูงสุด ข้อมูลตัวละคร 'เรย์' กำลังถูกซิงโครไนซ์เข้าสู่ "เซิร์ฟเวอร์ต้นกำเนิด" — คำเตือน: หากกระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้น คุณจะไม่สามารถออกจากเกมได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ หรือ... จนกว่าตัวตนของคุณจะถูกลบเลือนหายไปตลอดกาล]
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางสุดป่วนชวนลุ้นระทึกของพรีสต์สายลุยเราในตอนนี้นะคะ!
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์•ตอนที่ 3
อาจารย์สุดลึกลับในซากวิหาร
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ : ดันเจี้ยนลับฉบับตัวตึงในคราบพรีสต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!