“ฆาตกร... งั้นหรือครับ สารวัตรกวิน”
เสียงทุ้มต่ำของนายแพทย์ศิลาลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษวีไอพีตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความอึดอัดที่หนาแน่นเสียจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นหยดน้ำได้ แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟหัวเตียงไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้อบอุ่นขึ้นเลย กลับยิ่งขับเน้นให้เงาที่ทาบทับบนผนังขาวสะอาดดูบิดเบี้ยวคล้ายภาพวาดของปีศาจ
สายตาคมกริบของศิลาไม่ได้มองไปยังสารวัตรหนุ่มผู้มาเยือน หากแต่หยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบอบบางภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาด
รินรดาฟื้นแล้ว... แต่ดวงตาคู่นั้นที่เคยฉายแววรักใคร่และภักดีต่อเขาอย่างไร้เงื่อนไข บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้ประกาย และเต็มไปด้วยความหวาดระแวงราวกับกวางป่าที่เพิ่งหลุดพ้นจากกรงเล็บของนายพราน
เธอจำไม่ได้... แม้แต่ชื่อของตัวเองเธอก็ยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อพยายามจะนึกถึงมัน
“คุณหมอศิลาดูตกใจไม่น้อยเลยนะครับ” สารวัตรกวินก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างของหญิงสาวที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง “แปลกดีแท้ ศพที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำเมื่อสามวันก่อน กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนเตียงผ่าตัดส่วนตัวของศัลยแพทย์มือหนึ่ง... ถ้าไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ ก็คงเป็นเพราะฝีมือของ 'ฆาตกร' ที่คำนวณเวลาตายพลาดไปสินะครับ”
“ระวังคำพูดด้วย สารวัตร” ศิลาขยับตัวเข้าขวางระหว่างตำรวจหนุ่มกับเตียงผู้ป่วย ความเยือกเย็นที่เขาสวมใส่มาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอน ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาースแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำกล่าวหาของตำรวจ แต่เป็นเพราะสายตาของรินรดาที่มองมาที่เขา... สายตาที่เหมือนมองคนแปลกหน้าผู้คุกคาม
“คุณคือใคร...”
เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากแห้งผากของรินรดา เธอยกมือขึ้นกุมขมับ ใบหน้าหวานซีดเผือดเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อกาฬ ความทรงจำที่ขาดวิ่นราวกับกระจกที่ถูกทุบจนแตกละเอียด ไม่ว่าจะพยายามคว้าชิ้นส่วนไหนมาประกอบกัน มันก็บาดลึกจนเลือดซึม “ฉัน... ฉันเป็นใคร ทำไมฉันถึงอยู่ที่นี่ แล้วทำไม... ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัวคุณนัก”
ประโยคสุดท้ายเธอมุ่งตรงไปยังศิลา ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางถอยร่นจนแผ่นหลังชิดกับหัวเตียง ราวกับว่าสัญชาตญาณดิบในตัวกำลังกรีดร้องเตือนภัยจากชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า—สามีที่เคยสัญญาว่าจะดูแลเธอไปจนวันตาย
ศิลากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในพริบตา หัวใจที่ด้านชาเริ่มเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัว... ไม่ใช่ความกลัวต่อกฎหมาย ไม่ใช่ความกลัวต่อสารวัตรกวิน แต่เป็นความกลัวที่ว่า *หากรินรดาจำเรื่องราวในคืนฝนเทกระหน่ำวันนั้นได้ ความตายคงจะปรานีเขามากกว่าสายตาคู่นั้นที่จะพิพากษาเขาให้ตกนรกทั้งเป็น*
“ริน...” ศิลาเอ่ยชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายหายไปต่อหน้า “ผมเอง... สามีของคุณ”
“อย่าเข้ามานะ!” รินรดาหวีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก เธอปัดป่ายมือไปในอากาศเพื่อขับไล่เงาแห่งความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาใกล้ “ออกไปให้พ้น! คุณไม่ใช่สามีฉัน... คุณคือ... คุณคือคนที่ฆ่าฉัน!”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของศิลา ร่างสูงชะงักงัน เสมือนถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง สารวัตรกวินหรี่ตามองภาพตรงนั้นด้วยความสนใจ รอยยิ้มมุมปากลึกลงกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเหยื่อผู้รอดชีวิต แม้เธอจะจำอะไรไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความเจ็บปวดในอดีตกลับฝังลึกอยู่ในเซลล์สมองและจิตใต้สำนึกอย่างสมบูรณ์แบบ
“ได้ยินชัดแล้วนะครับ คุณหมอ” กวินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของศิลาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งแห้ง “คนไข้จำไม่ได้หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้น... แต่ร่างกายของเธอกำลังบอกความจริงที่คุณพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพ”
ศิลาไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าของภรรยาที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาของรินรดาและไหลรินลงมาตามแก้มสาก ภาพนั้นทับซ้อนกับภาพในคืนฝนตกคืนนั้น... คืนที่เขาเลือกจะปิดตาข้างหนึ่งปล่อยให้ความมืดกลืนกินเธอลงไปในความเงียบงัน เพื่อแลกกับความสงบสุขจอมปลอมในชีวิตของเขาเอง
ทว่า บัดนี้ ความสงบสุขนั้นได้มลายหายไปสิ้นแล้ว
“คุณหมอครับ!” เสียงพยาบาลสาวคนหนึ่งเปิดประตูพรวดพลาดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนไร้สีเลือด “แย่แล้วค่ะ! ผลตรวจสารพิษในกระแสเลือดของคนไข้ที่ส่งไปLabนอกเมื่อคืน... ออกมาแล้วค่ะ!”
ศิลาหันขวับไปมองพยาบาลสาวทันที สัญชาตญาณความเป็นแพทย์เตือนภัยเขารุนแรงยิ่งกว่าตอนที่สารวัตรกวินก้าวเข้ามาในห้องเสียอีก
กวินยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ เขาชิงตัดหน้าก้าวไปคว้าซองเอกสารสีน้ำตาลจากมือพยาบาลสาวก่อนที่ศิลาจะทันได้ขยับตัว ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาด้วยแววตาสสมเพชและเหี้ยมเกรียม
“น่าสนใจจริงๆ ครับ...” กวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ในกระแสเลือดของคุณรินรดา ไม่ได้มีแค่ร่องรอยการขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำเท่านั้น... แต่ยังมีสาร 'โพรโพฟอล' ในปริมาณที่มากพอจะทำให้ช้างล้มได้ทั้งตัว ซึ่งตัวยาชนิดนี้... ถูกเบิกจ่ายออกจากคลังยาในห้องผ่าตัดส่วนตัวของคุณเพียงผู้เดียวในคืนเกิดเหตุ”
บรรยากาศในห้องดิ่งลุกดิ่งลึกจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายังคงนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง เธอมองหน้าศิลา สลับกับซองเอกสารในมือของสารวัตรกวินด้วยแววตาที่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยคำถามที่กรีดแทง
ศิลาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ หน้ากากความเยือกเย็นที่สวมใส่มานานนับปีแตกละเอียดไม่ต่างจากเศษกระจกบนพื้น ความลับที่กักเก็บไว้ใต้พรมสีเลือดกำลังจะถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าแสงสว่าง
ในจังหวะที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรงโดยไม่รอให้ใครอนุญาต ร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยราวๆ หวิดจะห้าขวบในชุดไปรเวทวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงใสที่ทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“คุณแม่ครับ! น้องปวดฉี่...”
เด็กชายหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าเต็มห้อง ดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นมองหน้าศิลาตรงๆ... และในวินาทีที่ดวงตาทั้งสองคู่สประสานกัน ศิลาก็ตระหนักได้ทันทีว่า... นรกที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
*กระจกเงาต้องสาป*
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในคืนฝนตก•ตอนที่ 2
กระจกที่แตกร้าว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในคืนฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!