กลิ่นอายความอับชื้นของหยาดฝนที่ยังคงเกาะกะอยู่ตามบานกระจกใส นอกห้องตรวจปลอดเชื้อ ให้ความรู้สึกราวกับซากน้ำตาที่แห้งกรังบนแก้มของคนที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง นายแพทย์ศิลาขยับกรอบแว่นสายตาด้วยนิ้วเรียวยาวที่สั่นเทาเล็กน้อย เขากำลังจดจ้องตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือ—อัตราการเต้นของหัวใจของรินรดาพุ่งสูงเกินมาตรฐานไปไกลลิบ ทั้งที่ร่างกายของเธอนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงคนไข้สีขาวโพลน
"คุณกำลังกลัวอะไรอยู่คะ, คุณหมอ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากก้นบึ้งของเหวลึกดังขึ้นในโสตประสาท แม้ว่าริมฝีปากของหญิงสาวบนเตียงจะไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย รินรดายังคงหลับตาพริ้ม เปลือกตาบางเฉียบปรากฏเส้นเลือดฝอยสีฟ้าจางๆ ตัดกับผิวหน้าที่ซีดเซียวจนแทบไร้เลือดฝาด แต่ทว่าหยาดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวยหวานที่เขาเคยจำได้ขึ้นใจ—หรือบางที... เขาอาจจะไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้เลยด้วยซ้ำ
ศิลากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย กลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างความสะอาดของโรงพยาบาลและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิซ้อน—กลิ่นเดียวกับในคืนที่ภรรยาของเขาจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของความมืดมิดเมื่อหลายเดือนก่อน—โชยเข้าแตะนาสิกจนหัวใจของศดากระตุกวูบ
"ริน..." ศิลาเอ่ยเรียกเสียงพร่า มือหนาที่เคยถือมีดผ่าตัดด้วยความมั่นคงมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมไปแตะปลายนิ้วของเธอ "ผมอยู่ตรงนี้แล้ว อาการของคุณปลอดภัยดี ผลตรวจทางสมองไม่พบความผิดปกติ..."
"ปลอดภัยหรือคะ?"
ดวงตากลมโตที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ลืมโพลงขึ้นกะทันหันจนศิลาต้องผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว รินรดายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วราวกับไม่ใช่คนป่วยที่เพิ่งผ่านภาวะวิกฤต ความเยือกเย็นในแววตาคู่นั้นบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ไร้พ่าย นัยน์ตาของเธอมันวาวด้วยหยาดน้ำตา แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับเหยียดยิ้มเยาะอย่างน่ากลัว
"คุณหมอศิลาผู้เพียบพร้อม... สามีผู้ประצרเสร็จของฉัน" เธอเน้นย้ำคำว่า 'สามี' ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยคมมีดซ่อนเร้น "คุณบอกว่าฉันปลอดภัย แต่ทำไม... ทำไมฉันถึงยังได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนนั้นในห้องนี้ล่ะคะ?"
ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เขารู้ดีว่ารินรดากำลังพูดถึงอะไร—หรือใคร ภาพความทรงจำสีเลือดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้พรมแห่งความสำเร็จและความเย่อหยิ่งกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทีละน้อยด้วยฝ่ามืออันเย็นเฉียบของภรรยาตัวเอง
"คุณกำลังคิดไปเอง รินรดา มันเป็นอาการข้างเคียงทางประสาทหลังฟื้นคืนชีพ สมองของคุณสร้างภาพหลอนขึ้นมาเพราะความตึงเครียด..." ศิลาพยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นและใช้เหตุผลเข้าข่มน้ำเสียงสั่นๆ ของตัวเอง แต่เหงื่อกาฬกลับซึมตามไรผม
"ภาพหลอนเหรอคะ?" รินรดาย่างสามขุมลงมาจากเตียงผู้ป่วย เท้าเปลือยเปล่าก้าวเหยียบบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบโดยไม่สะทกสะท้าน เธอเดินเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นหอมหวานของดอกมะลิกลับกลายเป็นกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ในความรู้สึกของศิลา เธอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มสากของเขา "แล้วรอยเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อกาวน์ของคุณล่ะคะ... มันก็เป็นภาพหลอนด้วยหรือเปล่า... คุณหมอ?"
ศิลาเบิกตากว้าง ก้มมองลงที่เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดของตนเองโดยอัตโนมัติ—ไม่มีรอยเลือด ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่ว่า สภาพจิตใจของเขากำลังพังทลายลงเรื่อยๆ ภายใต้การจู่โจมทางจิตวิทยาของภรรยา
"คุณพักผ่อนเถอะ ริน" ศิลาพยายามเอื้อมมือไปจับไหล่บางเพื่อประคองเธอกลับไปนอน แต่รินรดากลับปัดมือเขาออกอย่างไม่ใยดี แรงกระแทกนั้นแม้จะเบาบาง แต่กลับสร้างรอยร้าวลึกในความรู้สึกผิดที่เขากักเก็บไว้
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ปะทุออกมาอย่างไร้การควบคุม "คุณรังเกียจฉัน... คุณอยากให้ฉันตายไปตั้งแต่คืนนั้นใช่ไหมล่ะคะ? ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันจมน้ำตายไปซะ! ทำไมต้องช่วยฉันขึ้นมาทรมานแบบนี้ด้วย!"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งเข้าเสียบอกอดีตสามีผู้เย็นชา ศิลาจำนนด้วยถ้อยคำ เขาไม่สามารถบอกเธอได้ว่า ในคืนฝนตกค่ำคืนนั้น เขากลัวแค่ไหน... กลัวว่าความลับเน่าเฟะที่เขาปกปิดไว้จะถูกเปิดเผย กลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะล่วงรู้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องตรวจกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด จนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—มันเป็นจังหวะที่เยือกเย็นและไร้ซึ่งความรีบร้อน
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่รินรดากลับหยุดชะงัก รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป้าหมายจากสามี ไปจดจ้องที่บานประตูสีขาวที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างสูงโปรดปรานของสารวัตรกวินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ ในมือของนายตำรวจหนุ่มถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ สายตาคมกริบกวาดมองทั้งศิลาและรินรดาด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อในกรง
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวนะครับ... คุณหมอศิลา, คุณรินรดา" กวินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยอันตราย "พอดีผมเพิ่งได้ผลตรวจพิสูจน์หลักฐานชิ้นใหม่จากจุดเกิดเหตุเมื่อสามเดือนก่อน... และคิดว่ามันคงจะน่าสนใจมาก ถ้าเราจะมานั่งคุยกัน 'พร้อมหน้าพร้อมตา' แบบนี้"
ศิลาหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ขณะที่รินรดากลับหัวเราะออกมาเบาๆ—เสียงหัวเราะที่เย็นยะเยือกและดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟังจนขนหัวลุกชัน
ความลับที่ถูกฝังกลบกำลังจะถูกขุดคุ้ย และเกมแห่งการชำระแค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในคืนฝนตก•ตอนที่ 3
รอยร้าวในความเย็นชา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในคืนฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!