เสียงปั๊มตราประทับสีแดงฉานกระแทกลงบนแผ่นหนังลูกวัวชั้นดีดัง *ปึก!* เรียกสติของขุนนางกรมการค้าหลวงแห่งพระนครให้สะดุ้งสุดตัว เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ขณะดวงตาเบิกกว้างจ้องมองเอกสารสิทธิ์ผูกขาดการค้าพฤกษชาติระดับพรีเมียมในมืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"นี่มัน... บ้าชัดๆ! สัญญาผูกขาดการค้าระดับราชสำนักสิบปีเต็ม แถมยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าทุกประการ... เป็นไปได้อย่างไรกัน!"
ท่านเคោต์โรเจอร์ เจ้ากรมการค้าผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเกลียดชังนักธุรกิจหน้าใหม่เป็นที่สุด ผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้สักทองไถลถอยหลังเสียงดังครูด เอกสารในมือสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกปนฉุนเฉียว เขาอุตส่าห์รับสินบนก้อนโตมาจากตระกูลดยุกคาร์เตอร์เพื่อเตะถ่วงใบอนุญาตของ 'อาณาจักรดอกไม้เลอAura' ไว้แท้ๆ เหตุไฉนตราประทับขององค์จักรพรรดิถึงได้ลงมาประทับหราอยู่ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้!
เอลีน่าแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีเอิร์ธโทนปักลายเถาไม้เลื้อยด้วยดิ้นทองนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนโซฟากำมะหยี่สีมรกต เธอยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาดอกไม้ป่าผสมวานิลลาอบอวลอยู่ในห้องรับรองพิเศษ ก่อนที่เธอจะวางถ้วยลงบนจานรองกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะที่ทรงอำนาจ
"ความสามารถย่อมมาก่อนเส้นสายเสมอค่ะ ท่านเคานต์โรเจอร์" เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเฉียบคมชนิดที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังให้เป็นจุล "อีกอย่าง... ดอกกุหลาบราตรีที่ฉันส่งตัวอย่างมาให้พระนครเมื่อสัปดาห์ก่อน น่าจะทำให้พระสนมเอกในวังหลวงทรงพระสำราญไม่น้อย ท่านว่าจริงไหมคะ?"
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอาเคานต์โรเจอร์หน้าซีดเผือด เขาตระหนักได้ทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่แค่เด็กสาวตกอับผู้ถูกเนรเทศมายังดินแดนรกร้างอย่างที่ข่าวลือโคมลอยเคยกล่าวหา แต่เธอคือปีศาจสาวพราวเสน่ห์ที่กุมจุดตายของขุนนางในราชสำนักไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว ดอกไม้ของเอลีน่าไม่ได้มีแค่ความงาม แต่มันมีมนต์เสน่ห์ที่บงการจิตใจชนชั้นสูงได้ทั้งเมืองหลวง
ในขณะเดียวกัน ที่มุมห้องด้านหนึ่ง ดยุกคาร์ลอสยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีนิ่งขรึม ดวงเนตรสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดตามองความตื่นตระหนกของขุนนางหลวงอย่างเย็นชา ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย้ำขึ้นเล็กน้อย เมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของลูเซียน อดีตคู่หมั้นของเอลีน่าที่เพิ่งก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
"เอลีน่า! เธอทำบ้าอะไรลงไป!" ลูเซียนพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากแขนหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นจนแทบคลั่ง เมื่อเห็นป้ายการค้าหลวงในมือเธอบ่งบอกถึงความมั่งคั่งมหาศาลที่กำลังจะไหลเข้ากระเป๋าอดีตคู่หมั้นที่ตนเคยเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี
ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของลูเซียนจะแตะโดนชายผ้าของเอลีน่า ร่างสูงใหญ่ของดยุกคาร์ลอสก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้ราวกับภูเขาผา ดยุกหนุ่มปล่อยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลูเซียนราวกับมองมดปลวก
"ถ้าแกไม่อยากให้มือข้างที่ยื่นมาสกปรกนี่ถูกตัดทิ้ง จงถอยไปซะ ลูเซียน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น แต่น่ากลัวจนลูเซียนต้องชักมือกลับตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพลายเต็มขมับ
เอลีน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดกระโปรงเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ลูเซียนที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัวและอับอาย กลิ่นหอมเย็นๆ ของมวลพฤกษชาติลอยแตะจมูกเขา ยิ่งตอกย้ำความห่างชั้นระหว่างเธอกับเขาในยามนี้
"ตกใจมากเลยสินคะ คุณลูเซียนที่รัก" เอลีน่ากระซิบด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก แต่แววตากลับว่างเปล่าและเย็นชาไร้เยื่อใย "คิดไม่ถึงล่ะสิว่าคนที่ถูกพวกคุณขับไล่ไสส่งให้มาตายที่ชายแดน จะสามารถสร้างอาณาจักรดอกไม้พันล้านขึ้นมาเหยียบหน้าพวกคุณได้ถึงกลางพระนครแบบนี้"
"เธอ... เธอใช้วิธีสกปรกอะไร! หุ้นส่วนการค้าของเธอเป็นใครกันแน่ ทำไมตระกูลขุนนางใหญ่ถึงได้..." ลูเซียนเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความคับแค้นใจ
"วิธีสกปรกเหรอคะ?" เอลีน่าหัวנסรเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับกรีดลึกในความรู้สึกของคนฟัง "คำนี้เก็บไว้ใช้กับตัวคุณเองเถอะค่ะ... อ้อ! ลืมบอกไป ตอนนี้สินค้าล็อตแรกของ 'อาณาจักรดอกไม้เลอAura' ได้เดินทางมาถึงประตูเมืองหลวงเรียบร้อยแล้วนะคะ และดูเหมือนว่า... จะมีแขกคนสำคัญมารอรับเสด็จ เอ้ย...มารอรับสินค้าของเราด้วยตัวเองเสียด้วยสิคะ"
สิ้นคำพูดของเอลีน่า เสียงกึกก้องของฝีเท้าม้าศึกนับร้อยก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างถนนสายหลักของพระนคร แรงสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างสั่นระรัว ทุกคนในห้องต่างหันไปมองเบื้องล่างเป็นตาเดียว
ขบวนรถม้าหุ้มเกราะทองคำสลักตราสัญลักษณ์ราชวงศ์สูงสุด แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าสำนักงานการค้าหลวงอย่างสง่างาม ประตูรถม้าเปิดออกเผยให้เห็นร่างสง่าผ่าเผยขององค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิ พร้อมด้วยเหล่าองครักษ์หลวงที่ก้าวลงมาตั้งแถวถวายความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของประชาชนนับพันที่ต่างเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์
ลูเซียนหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลมล้มพับ เข่าทรุดลงกับพื้นทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... เอลีน่าไม่ได้แค่เข้ามาทำธุรกิจในพระนคร แต่เธอกำลังกุมอำนาจที่แม้แต่องค์จักรพรรดิยังต้องทรงให้เกียรติ!
เอลีน่ายิ้มรับภาพความพินาศของอดีตคู่หมั้นด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด เธอกวาดสายตามองเอกสารสิทธิ์ในมือสลับกับขบวนรถม้าด้านล่าง ก่อนจะหันไปสบตากับดยุกคาร์ลอสที่ยืนเคียงข้าง รอยยิ้มหวานละมุนปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว พร้อมกับที่ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง
ร่างของพ่อบ้านประจำราชสำนักก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับยื่นซองจดหมายประทับตราลับสุดยอดสีทองคำเปลวส่งตรงถึงมือเอลีน่าโดยเฉพาะ
"ท่านหญิงเอลีน่าพ่ะย่ะค่ะ... องค์จักรพรรดิมีรับสั่งด่วน ทรงต้องการพบท่าน ณ ท้องพระโรงหลวงในทันที เพื่อหารือเรื่องการผูกขาด 'สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์' ทั่วทั้งจักรวรรดิพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับก้าวสำคัญของเอลีน่านะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน•ตอนที่ 13
ขยายอาณาจักร
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!