คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน•ตอนที่ 14

งานเต้นรำที่ไร้คำเชิญ

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"ปล่อยมือเถอะค่ะ ท่านลูเซียน... การที่ท่านมาฉุดรั้งข้ากลางงานกาล่าของราชสำนักเช่นนี้ ดูจะไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ดีที่เพิ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ใหม่สักเท่าไรนะคะ" น้ำเสียงของเอลีน่าราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดเคลือบน้ำผึ้ง นัยน์ตาคู่สวยสีมรกตมองต่ำลงไปยังมือของชายหนุ่มที่กำลังกำข้อมือเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าขุนนางชั้นสูงที่หันมาจับจ้องเป็นตาเดียว ค่ำคืนนี้ ณ ท้องพระโรงหลวงที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลนับพันดวง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ เงินตรา และความทะเยอทะยาน งานเต้นรำประจำปีที่ตระกูลขุนนางเก่าแก่ต่างตบเท้าเข้าร่วมเพื่อประชันความมั่งคั่ง ทว่า... ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เอลีน่า ผู้หญิงที่เคยถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย จะก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ด้วยชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองคำแท้จากแคว้นตะวันออก และเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่าที่ต่อให้เอาทรัพย์สมบัติของตระกูลลูเซียนมารวมกันทั้งหมดยังซื้อไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว "เอลีน่า... เธอ... เธอเอาเงินมาจากไหน!" ลูเซียนกัดฟันกรอด ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความอับอายและตื่นตระหนก ข่าวลือเรื่องที่เธอครอบครอง 'สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์' แพร่สะพัดไปทั่วราชาภิเษกราวกับไฟลามทุ่ง แต่เขาไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งได้เห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวผู้โชคร้ายในวันนั้น บัดนี้กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางเศรษฐกิจอย่างสง่างาม "เงินหรือคะ?" เอลีน่ายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างง่ายดาย ราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสโดนตัว "ท่านควรจะถามว่า 'อาณาจักรดอกไม้' ที่ข้าสร้างขึ้น ทำรายได้เข้าคลังจักรวรรดิไปกี่เหรียญทองในไตรมาสนี้ต่างหากล่ะคะ ท่านลูเซียน... อ้อ หรือว่ากระเป๋าเงินของท่านเริ่มจะแบนราบเสียแล้ว ถึงได้ทำหน้าตาตื่นตระหนกราวกับคนใกล้ล้มละลายเช่นนี้?" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มขุนนางรอบข้าง หลายคนปิดปากกลั้นยิ้มเมื่อเห็นอดีตคู่หมั้นผู้มักใหญ่ใฝ่สูงถูกตบหน้ากลางอากาศด้วยความจริงอันเจ็บปวด ลูเซียนหน้าซีดเผือด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความแค้นเคือง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะในราชสำนักแห่งนี้ อำนาจไม่ได้วัดกันที่ตระกูลเก่าแก่อีกต่อไปแล้ว แต่วัดกันที่ว่าใครคือนายทุนผู้กุมลมหายใจทางเศรษฐกิจ "ช่างน่าสมเพชเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูททางการสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดยุกคาร์ลอส ผู้ปกครองดินแดนชายแดนผู้เยือกเย็นและทรงอิทธิพล ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเอลีน่าอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองกวาดไปยังลูเซียนด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือหนาโอบรอบเอวคอดกิ่วของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ เอลีน่าชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะยามเมื่อไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทว่าเธอกลับไม่ได้ถอยหนี กลับกัน เธอกลับโน้มตัวเข้าหาเขาเล็กน้อยเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของคู่ค้าทางธุรกิจที่ทรงพลังและสนิทสนมกันเกินกว่าคนทั่วไปจะคาดเดา "ท่านดยุกคาร์ลอส..." ลูเซียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานี "นี่ท่าน..." "ภรรยาในอนาคตของข้า ข้ามีสิทธิ์ที่จะปกป้องและดูแลนางอย่างเต็มที่" คาร์ลอสเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ทำเอาลูเซียนถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด คำว่า 'ภรรยาในอนาคต' พุ่งตรงเข้ากระแทกโสตประสาทของเอลีน่าเต็มๆ เธ่อเหลือบมองชายหนุ่มด้านข้างด้วยความประหลาดใจระคนหมั่นไส้ นี่เขากล้าประกาศกรวดน้ำกลางงานกาล่าราชสำนักโดยไม่ปรึกษาเธอก่อนเลยอย่างนั้นหรือ? แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากต่อaว่าอะไร เสียงแตรประกาศจากมหาดเล็กหลวงก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "สมเด็จพระจักรพรรดิเสด็จฯ!" สิ้นเสียงประกาศ ทุกคนในท้องพระโรงต่างคุกเข่าลงทำความเคารพ บรรยากาศกลับมาเงียบสงบลงในพริบตา เอลีน่าและคาร์ลอสย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ทว่าองค์จักรพรรดิกลับทรงยกพระหัตถ์ห้าม และทอดพระเนตรตรงมาที่เอลีน่าด้วยรอยแย้มพระสรวลกว้าง "ลุกขึ้นเถอะท่านหญิงเอลีน่า... และท่านดยุกคาร์ลอส" พระสุรเสียงกังวานก้องไปทั่วท้องพระโรง "เราได้รับรายงานจากสภาการคลังแล้วว่า ภาษีจากสวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์ของท่านในเดือนนี้ สามารถพยุงเศรษฐกิจของอาณาจักรเราให้พ้นวิกฤตภัยแล้งทางเหนือได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีนี้... เราจึงมีพระราชโองการแต่งตั้งให้ท่านเป็น 'อธิบดีกรมการค้าพฤกษศาสตร์หลวง' พร้อมสิทธิ์ขาดในการผูกขาดการค้าทั่วทั้งทวีป!" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความตกใจ แต่เป็นความอิจฉาริษยาและเสียงสรรเสริญเยินยอที่ดังระงมไปทั่ว ลูเซียนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ บัดนี้กลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจักรวรรดิไปเสียแล้ว เอลีน่ายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอกำลังจะก้าวออกไปรับพระราชโองการด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าจังหวะนั้นเอง คาร์ลอสกลับกุมมือเธอไว้แน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบเบาๆ ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ใจสั่นไหว "อย่าเพิ่งดีใจไป... เอลีน่า ดูที่ประตูทางเข้าสิครับ คนที่เธอไม่อยากเจอที่สุด... กำลังเดินเข้ามาแล้ว" เอลีน่าขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองยังบานประตูไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ถูกผลักออกช้าๆ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่หันไปมอง และเมื่อร่างของบุคคลปริศนาปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว หัวใจของเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม... ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%