"ถ้านี่คือแผนการเรียกความสนใจจากตระกูลลูเซียนของเธอ... บอกเลยว่ามันน่าสมเพชเกินไปแล้ว เอลีน่า"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววดูแคลนอย่างจงใจดังแหว2ผ่านความเงียบงันของห้องโถงจัดแสดงอัญมณีและพฤกษศาสตร์ชั้นสูง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาเป็นตาเดียว ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทปักดิ้นทองประณีต ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่หมั้นที่เอลีน่าเคยโง่งลาภยศหลงรักอย่าง "ลูเซียน" ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับผู้พิพากษาที่กำลังยืนมองนักโทษประหาร
เอลีน่าไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอยังคงยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นจัดแสดง "กุหลาบแก้วมรกต" ดอกไม้เวทมนตร์สายพันธุ์หายากที่เธอเพิ่งคิดค้นและเพาะ 100% ด้วยมือของตนเอง แสงไฟคริสตัลระยิบระยับตกกระทบลงบนเรือนผมสีน้ำตาลเข้มและชุดกระโปรงยาวทรงเข้ารูปสีชาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบของเธอดูโดดเด่นและทรงอำนาจขึ้นอย่างประหลาด
เธอยกถ้วยชาพอร์ซเลนขึ้นจิบน้อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะวางลงบนจานรองด้วยเสียงกริ๊งเบาๆ ที่ก้องกังวานในความเงียบ
"เรียกความสนใจ? จากคุณเนี่ยนะคะ ลูเซียน" เอลีน่าทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังต้องสะดุด "ดิฉันเกรงว่าคุณจะประเมินคุณค่าของตัวเองสูงเกินไปหน่อย... หรือไม่ก็สายตาสั้นจนมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง 'ขยะ' กับ 'เพชรแท้' กันแน่คะ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ชนชั้นสูงที่มาร่วมงาน บรรดาคุณหญิงคุณนายและเหล่าขุนนางต่างพากันกระซิบกระซาบ ลูเซียนหน้าเสียไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน
"ปากดีไปเถอะ! ของเล่นจัดสวนลิเกพวกนี้ หลอกเด็กบ้านนอกได้ก็จริง แต่มันไม่มีทางใช้ค้ำจุนสถานะทางสังคมในเมืองหลวงได้หรอก!" ลูเซียนพยายามกู้หน้าด้วยการเสียงดังใส่ "จำไม่ได้หรือไงว่าตระกูลของเธอตอนนี้แทบจะล้มละลาย ไร้ที่ยืนในสังคมชั้นสูง ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีเก่าของฉัน ป่านนี้เธอคงไปนอนหนาวตายข้างถนนแล้ว!"
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา บรรยากาศภายในห้องโถงก็ดิ่งฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของลูเซียน แต่เป็นเพราะเงาร่างสูงสง่าที่ก้าวเข้ามาทางด้านหลังของเขาต่างหาก
ดยุกคาร์ลอส ผู้คุมกฎแห่งดินแดนชายแดน ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตพรายในความมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำสนิทแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามจนลูเซียนถึงกับผะผ่าถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีฟ้าคมปลาบดุดันราวกับเหยี่ยวหิ้วเหยื่อกวาดตามองลูเซียนช้าๆ ก่อนจะหยุดที่เอลีน่า พร้อมกับมุมปากที่กระตุกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่สงวนไว้ให้เธอคนเดียวเท่านั้น
"ถ้าดินแดนชายแดนที่ฉันดูแลอยู่... เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนข้างถนนตามที่คุณลูเซียนว่ามา" เสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ดังขึ้น ขัดจังหวะความอวดดีของลูเซียนจนสนิท "แล้วดินแดนที่คุณลูเซียนกำลังพยายามเข้าไปซบตักเพื่อขอเศษเงินลงทุนล่ะ จะเรียกว่าอะไร? รูหนูที่มีสุนัขจรจัดเฝ้าประตูงั้นหรือ?"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ จากมุมหนึ่งของห้อง ท่ามกลางใบหน้าที่ซีดเผือดของลูเซียนที่ตอนนี้หันขวับกลับมามองดยุกคาร์ลอสด้วยความหวาดกลัว ข่าวลือเรื่องความโหดเหี้ยมและอำนาจมหาศาลทางทหารของดยุกคาร์ลอสเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงกระซิบกระซาบระลอกใหม่ก็ดังขึ้นจากทางเข้าหลัก
บรรดาแขกเหรื่อชั้นสูงที่ยืนออกันอยู่ด้านหน้า ต่างพากันแตกฮือแยกทางให้อย่างอัตโนมัติ ราวกับน้ำที่แหวกออกหลีกทางให้เรือหลวง ร่างของบุคคลระดับตำนานแห่งสภาขุนนางสามคน—ท่านเคานต์ซิลเวอเรส, มาร์ควิสวอเตอร์ตัน และดัชเชสเอเลนอร์ผู้ทรงอิทธิพล—กำลังก้าวตรงดิ่งเข้ามาหาเอลีน่าด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้นที่หาดูได้ยากยิ่ง
ลูเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญและพยายามเข้าหาบุคคลเหล่านี้มาหลายเดือน แต่กลับไม่เคยได้รับแม้แต่หางตา แต่วันนี้... พวกเขากำลังเดินผ่านหน้าเขาไปราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ
"คุณเอลีน่าคะ!" ดัชเชสเอเลนอร์เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเกินงาม ทิ้งภาพลักษณ์สตรีผู้สูงศักดิ์และเย่อหยิ่งเสียสนิท นางตรงเข้ามาจับมือเอลีน่าไว้แน่น "ดิฉันได้ยินเรื่อง 'เซรั่มสกัดจากกลีบกุหลาบอมตะ' ที่คุณส่งตัวอย่างไปให้เมื่อวานนี้แล้วนะคะ! มัน... มันวิเศษเกินกว่าจะหาคำบรรยาย! ผิวของดิฉันกลับมาเต่งตึงเหมือนตอนอายุยี่สิบราวกับมีเวทมนตร์จริงๆ! ดิฉันขอเหมาสิทธิ์การจำหน่ายในเขตเหนือทั้งหมด ห้าร้อยล้านเหรียญทอง... พอไหมคะ?!"
เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังขึ้นระลอกใหญ่จากรอบห้อง ห้าร้อยล้านเหรียญทอง?! แค่สิทธิ์การจำหน่ายเขตเดียวเนี่ยนะ!
ยังไม่ทันที่เอลีน่าจะได้ตอบ มาร์ควิสวอเตอร์ตันก็รีบแทรกตัวเข้ามาทันที "เดี๋ยวก่อนซิครับท่านดัชเชส! ผมต่างหากที่ส่งจดหมายติดต่อมาก่อน! คุณเอลีน่าครับ ผมให้เจ็ดร้อยล้านเหรียญทองสำหรับสิทธิ์ผูกขาดในเมืองหลวง และผมยินดีที่จะถอนหุ้นทั้งหมดออกจากบริษัทของตระกูลลูเซียนเพื่อมาลงทุนใน 'อาณาจักรดอกไม้' ของคุณโดยเฉพาะ!"
ลูเซียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความช็อกจนเส้นเลือดในตาขาวแดงก่ำ บริษัทของตระกูลเขาเกือบจะพึ่งพิงเงินลงทุนจากมาร์ควิสวอเตอร์ตันเพื่อพยุงกิจการที่กำลังจะเจ๊งอยู่รำหนี่... แต่วินาทีนี้ มาร์ควิสกำลังประกาศถอนทุนกลางงานเลี้ยงเพื่อไปซบผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะเหยียดหยามไปหมาดๆ!
เอลีน่ายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพและสง่างามไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอปรายตามองลูเซียนที่กำลังนั่งหมดสภาพอยู่แทบเท้า ก่อนจะหันไปสบตากับดยุกคาร์ลอสที่ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
"ขอบพระคุณในความกรุณาของทุกท่านนะคะ" เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะกดทุกสายตา "แต่เรื่องธุรกิจ... เราคงต้องคุยกันในห้องรับรองส่วน ะคะ เพราะดูเหมือนว่าอากาศแถวนี้จะเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับของความล้มเหลว จนอาจจะรบกวนสมาธิในการเซ็นสัญญาซะแล้วสิคะ"
เธอผายมือเชิญแขกผู้ทรงเกียรติทั้งสามเดินนำเข้าไปด้านใน ทิ้งให้ลูเซียนจมอยู่กับความอับอายและอนาคตที่พังทลาย
ทว่า ในขณะที่เอลีน่ากำลังจะก้าวเท้าเดินตามแขกผู้ทรงเกียรติไปนั้น เสียงประกาศจากระบบแจ้งเตือนปริศนาที่เธอคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับข้อความสีทองเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า:
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความพยายามลอบเข้าถึงฐานข้อมูลลับของตระกูลจากบุคคลนิรนาม... และเป้าหมายกำลังยืนอยู่ห่างจากคุณไม่ถึงสามเมตรในเวลานี้]*
เอลีน่าชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เธอรีบหันขวับกลับไปมองยังมุมมืดหลังเสาหินอ่อนทันที และภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอก็ทำให้รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าแข็งค้างไปในพริบตา...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน•ตอนที่ 15
สายตาที่เปลี่ยนไปของสังคม
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!