กลิ่นหอมหวานละมุนของสารสกัดจากดอกกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของน้ำค้างยามราตรี ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทดลองชั่วคราวในเรือนกระจก
เอลีน่าใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปาดเนื้อครีมสีมุกเนื้อเนียนละเอียดขึ้นมาเล็กน้อย เนื้อสัมผัสของมันบางเบาราวกับขนนก ทว่าเมื่อแตะลงบนหลังมือกลับทิ้งความชุ่มชื้นและกลิ่นหอมหรูหราที่ติดทนนานอย่างน่าอัศจรรย์ นี่คือ "ออโรร่า บาล์ม" ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกจากอาณาจักรดอกไม้พันล้านที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์สมัยใหม่จากโลกเดิมเข้ากับเวทมนตร์ธาตุดินบริสุทธิ์ของดินแดนชายแดน
"ความเข้มข้นระดับนี้... ต่อให้เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวง ก็ยังต้องยอมสยบให้แก่ความงามที่ไร้ที่ติค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ดยุกคาร์ลอสในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชด ดวงตาคมกริบสีนิลมองขวดแก้วคริสตัลเจียระไนบรรจุครีมบำรุงผิวล้ำค่าบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวที่สะท้อนแสงตะเกียง
"ท่านดยุกชมเกินไปแล้วค่ะ" เอลีน่ายิ้มรับ รอยยิ้มของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเกรงใจเหมือนในอดีตที่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของใคร มีเพียงความมั่นใจและประกายตาสุกใสของผู้กุมความลับแห่งความมั่งคั่ง "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น การเปิดตัวในตลาดท้องถิ่นวันนี้ต่างหาก คือก้าวแรกที่จะทำให้พวกที่เคยเหยียบย่ำเราต้องหุบปากสนิท"
วันนี้คือวันเปิดตลาดนัดฤดูใบไม้ผลิประจำปี ณ จัตุรัสกลางเมืองชายแดน
เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงตลาดร้างผู้คน สินค้าส่วนใหญ่มีแต่พืชผลทางการเกษตรที่เหี่ยวเฉาและแร่ธาตุราคาถูก แต่ทว่าในวันนี้ บูธจัดแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยซุ้มดอกไม้นานาพรรณกลับดึงดูดสายตาของผู้คนนับร้อยให้หยุดเดิน ป้ายไม้สักแกะสลักคำว่า "สวรรค์พฤกษา - Botanica Luxe" สีทองอร่ามขับให้ร้านค้าดูโดดเด่นสะดุดตาจนแทบกลบร้านค้าอื่นๆ ให้กลายเป็นอากาศธาตุ
"คุณเอลีน่าคะ! สินค้าล็อตแรกที่เราเตรียมมาห้าสิบชุด... ถูกกว้านซื้อไปหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดงานครบสิบนาทีเลยค่ะ!"
เด็กสาวผู้ช่วยชาวบ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเต็นท์พัก พร้อมกับถุงใส่เหรียญทองหนักอึ้งที่ส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊งชวนฟัง เอลีน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่แปลกใจนัก ในขณะที่คาร์ลอสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจ
ทว่า ความวุ่นวายเล็กๆ ที่หน้าบูธกลับดึงดูดแขกที่ไม่ได้รับเชิญให้ก้าวเข้ามา
"ช้าก่อน! สินค้าพวกนี้มันคืออะไรกันแน่? ทำไมถึงกล้าขายราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้?!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับร่างของเลดี้เซราฟิน ลูกสาวตระกูลขุนนางท้องถิ่นผู้เคยร่วมหัวจมท้ายกับลูเซียนในการกลั่นแกล้งเอลีน่าเมื่อครั้งอดีต หล่อนเดินน치เข้ามาด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง สวมชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูสะดุดตา ใบหน้าโบกหนาด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเพื่อปกปิดริ้วรอยแห่งวัย
เซราฟินกวาดสายตามองขวดครีมตัวอย่างบนโต๊ะด้วยความริษยา ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดมแล้วทำท่าทางคลื่นไส้ "กลิ่นฉุนอะไรกันเนี่ย! คิดจะเอาขยะริมทางมาหลอกขายชาวบ้านเพื่อรีดไถเงินหรือไงยะ เอลีน่า เธอตกอับจนต้องมาเปิดร้านขายยาผูกคอตายชาวบ้านแล้วเหรอ!"
ฝูงชนที่กำลังรุมล้อมอยู่รอบบูธเริ่มส่งเสียงฮือฮาและกระซิบกระซาบกันด้วยความลังเล บรรยากาศที่เคยคึกคักเริ่มมีความตึงเครียดเข้ามาปกคลุม
เอลีน่าไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอยังคงจิบชาอุ่นๆ ในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น วางท่าทางสง่างามรากับราชนีผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะปรายตามองเซราฟินด้วยแววตาสมเพชเวทนา
"เลดี้เซราฟินคะ... ถ้าสายตากับสมองของท่านมีปัญหาจนแยกแยะไม่ออกระหว่าง 'ขยะ' กับ 'ผลิตภัณฑ์เวทมนตร์ชั้นสูง' ฉันแนะนำให้กลับไปนอนใช้ครีมกระปุกเดิมที่ทำให้หน้าท่านเหี่ยวย่นจนต้องโบกแป้งหนาเตอะแบบนั้นจะดีกว่านะคะ"
คำพูดเจ็บแสบที่จี้ใจดำ ทำเอาเซราฟินหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัด "นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาดูถูกฉัน! ทหาร! มาจับตัวผู้หญิงคนนี้ฐานหลอกลวงผู้บริโภคเดี๋ยวนี้!"
เหล่าทหารยามเมืองที่รับสินบนมา รีบก้าวเท้าเข้ามาล้อมบูธของเอลีน่าเอาไว้ทันที เซราฟินยิ้มเยาะด้วยความสะใจ หล่อนเตรียมตัวที่จะเห็นเอลีน่าถูกลากตัวไปประจานกลางตลาดให้ขายหน้าที่สุด
แต่ทว่า... ก่อนที่มือของทหารนายแรกจะทันได้แตะชายผ้าของเอลีน่า เสียงตบเท้าอันหนักหน่วงและเป็นระเบียบก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าจัตุรัส
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ธงประจำตระกูลดยุกแห่งดินแดนชายแดนโบกสะบัดไหวท่ามกลางสายลม ฝูงชนต่างพากันแตกฮือหลีกทางให้โดยอัตโนมัติด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศของคาร์ลอสเดินก้าวออกมาจากเต็นท์ ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้ความรู้สึกแผ่รังสีอำมหิตจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
คาร์ลอสปรายตามองทหารยามที่หน้าซีดเผือดด้วยสายตาดุดั่งพญายม
"ใครกล้าแตะต้องคู่ชีวิตของฉัน... ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวสิ ฉันจะส่งมันไปเหมืองแร่ทางเหนือชั่วชีวิต"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นกดดันจนทหารยามทุกคนทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เซราฟินหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
เอลีน่ายกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม เธอวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานสายตากับคู่คิดหนุ่มข้างกายที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งเพื่อเธอ
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะจบลงด้วยชัยชนะของเอลีน่า เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทหรูหราสไตล์เมืองหลวงก้าวออกมาจากเงาไม้ รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาเจ้าเล่ห์ที่เอลีน่าจำได้ไม่มีวันลืมปรากฏขึ้น
"ยอดเยี่ยมมาก... สมกับที่เป็นอดีตคู่หมั้นที่ฉันเคยทิ้งไปจริงๆ เอลีน่า" ลูเซียนเอ่ยขึ้น พร้อมกับชูเอกสารตราประทับหลวงแผ่นหนึ่งขึ้นมาต่อหน้าทุกคน "แต่可惜นะ... ที่สิทธิ์ในการถือครองที่ดินแปลงนี้ทั้งหมด ได้ถูกโอนมาเป็นของฉันตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว!"
หัวใจของเอลีน่ากระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นตรารับรองนั้น...
- ม่านหมอกโรแมนซ์ -
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน•ตอนที่ 9
การลงทุนครั้งแรก
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!