กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของไอน้ำจากดอกไม้ยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมเรือนกระจกแก้วคริスタルกลับหนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ปอดของทุกคนให้แหลกสลาย
"ท่าน... ท่านดยุกคาร์ลอส!"
เสียงของเซซิเลียสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโសบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งร่องรอยของความมั่นใจเมื่อครู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะจ้องมองท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบเอวของเอลีน่าเอาไว้อย่างหวงแหน รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "มัจจุราชแห่งแดนเหนือ" จนผู้ดีตกยากจากเมืองหลวงกลุ่มนั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทีละคน
เอลีน่ายังคงยืนนิ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่ตรงเอวบางผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดี เธอช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม กรามคมสันที่ขบเข้าหากันแน่นและดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังโกรธ... และความโกรธของดยุกคาร์ลอสไม่เคยปรานีใคร
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ จะยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเหยียบอยู่บนพื้นที่ของใคร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่ากลัวราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้น ดยุกคาร์ลอสไม่ได้ปรายหางตาแลเซซิเลียเลยด้วยซ้ำ สายตาของเขามุ่งตรงไปยังชายหนุ่มอีกคนผู้ซึ่งสวมชุดสูทหรูหราปักดิ้นทองสไตล์เมืองหลวง—ผู้ส่งสารจากอดีตคู่หมั้นของเธอ... ลูเซียน
มาร์คัส เลขานุการส่วนตัวของลูเซียน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกสายตานั้นกวาดมอง "ทะ... ท่านดยุก ทางเราเป็นตัวแทนของท่านชายลูเซียนค่ะ... เอ่อ หมายถึง ท่านชายส่งพวกเรามาเพื่อเจรจาเรื่องสิทธิ์การค้าดอกไม้ตระกูลสโตนที่เคยเป็นของ... ของคุณหนูเอลีน่าในอดีต"
เอลีน่าแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช เธอดันตัวออกจากอ้อมแขนที่อบอุ่นและปลอดภัยของคาร์ลอสอย่างนุ่มนวล แม้จะเสียดายไออุ่นนั้นนิดหน่อย แต่สถานการณ์ตรงนี้เธอต้องเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง
"สิทธิ์การค้าที่เคยเป็นของฉัน?" เอลีน่าก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ร่างระหงในชุดเดรสยาวสีเขียวมรกตขับให้ผิวเนียนละเอียดดูเปล่งประกายราวกับอัญมณีล้ำค่า เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้มาร์คัสถึงกับผงะ "ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนที่พวกคุณขับไล่ฉันออกจากตระกูลและริบสมบัติทุกชิ้นไปอย่างไร้เยื่อใย พวกคุณประกาศก้องไม่ใช่หรือคะว่า 'ขยะ' อย่างเอลีน่าไม่มีค่าคู่ควรกับเศษเงินแม้แต่แดงเดียว?"
"คุณหนูเอลีน่า... สถานการณ์ตอนนั้นมัน..." มาร์คัสพยายามแก้ตัว เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
"สถานการณ์ตอนนั้นคือพวกคุณโลภมาก และตอนนี้... พวกคุณก็แค่จนตรอก" เอลีน่าตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบคมราวกับใบมีดโกน เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่เคยร่วมวงนินทาเธออย่างสนุกปากเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน "คิดจะมาขอซื้อดอกไม้พันธุ์หายากจากอาณาจักรดอกไม้พันล้านเพื่อเอาหน้าในงานสังคมล่ะสิคะ? น่าเสียดายจังค่ะ... เพราะบัญชีดำของที่นี่ บันทึกชื่อของพวกคุณไว้ในฐานะ 'บุคคลต้องห้าม' เรียบร้อยแล้วค่ะ"
เซซิเลียที่พยายามยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความทิฐิ กัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอชี้หน้าเอลีน่าด้วยความคับแค้นใจ "E... เอลีน่า! เธอatคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนกันยะ! ก็แค่ผู้หญิงถูกเนรเทศที่มาขายตัวให้ดยุกเถื่อนแถบชายแดนเพื่อเอาตัวรอด! เธอมีสิทธิ์อะไรมาไลiblพวกเรา!"
เพี๊ยะ!
ไม่ใช่เสียงตบจากมือของเอลีน่า... แต่เป็นแรงลมมหาศาลที่เกิดจากการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวของดยุกคาร์ลอส ร่างของเซซิเลียเซถลาล้มคว่ำลงไปกระแทกพื้นกระจกอย่างแรง แก้มข้างขวาบวมเป่งขึ้นมาเป็นรอยนิ้วมือสีแดงฉานทันที ความเจ็บปวดทำให้เธออ้าปากค้างแต่ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องเล็ดลอดออกมา เพราะแรงกดดันมหาศาลที่กดทับร่างเธอไว้จนหายใจไม่ออก
"ระวังคำพูดของเธอ" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาดุจคมมีดกวาดมองทุกคนในกลุ่มนั้น "ผู้หญิงคนนี้... คือว่าที่ชายาของฉัน ใครก็ตามที่บังAชาญกล้าดูหมิ่นเธอ แม้แต่ปลายเล็บ... ข้าจะทำให้ตระกูลของมันหายไปจากแผนที่ของอาณาจักรภายในข้ามคืน"
หัวใจของเอลีน่ากระตุกวูบ เธอลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งตกใจ ซาบซึ้ง และอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก คำว่า "ว่าที่ชายา" หลุดออกมาจากปากของดยุกผู้ที่ไม่เคยสนใจสตรีใดหน้าไหน... มันช่างทรงพลังและน่าเกรงขามเสียจนพวกเซซิเลียได้แต่นั่งตัวสั่นงอนด้วยความหวาดกลัว
มาร์คัสหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เขาก้มกราบลงแทบเท้าของคาร์ลอสอย่างหมดฟอร์ม "ท่านดยุกโปรดเมตตา! ท่านชายลูเซียนแค่... แค่ส่งพวกเรามาดูลาดเลาเท่านั้น พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"กลับไปบอกเจ้านายของพวกแก" เอลีน่าก้าวเข้าไปใกล้ มองร่างที่กำลังหมอบกราบด้วยสายตาสมเพช "ว่าดอกไม้ทุกดอกในอาณาจักรแห่งนี้ มีราคาแพงเกินกว่าที่คนตระกูลโลภมากอย่างพวกมันจะมีปัญญาจ่าย และบอกลูเซียนด้วยว่า... การเอาคืนที่แท้จริงของฉัน... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!"
สิ้นคำพูดของเอลีน่า บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบของฝั่งเมืองหลวงนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องของยานพาหนะขนาดใหญ่ก็ดังแหวกอากาศเหนือเรือนกระจกแก้วลงมา สร้างแรงลมกระโชกจนกลีบดอกไม้พันล้านปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า
ไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่ประทับตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎทองคำ—สัญลักษณ์ประจำองค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิ!
ร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสลัก ก้าวลงมาจากบันไดเหล็กด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาคู่คมกวาดมองมาที่เอลีน่าก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ และเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นช็อคตาค้างจนแทบลืมหายใจ
"บังเอิญจังนะเอลีน่า... พี่ชายคนนี้อุส่าห์บินข้ามทวีปมาขอซื้อหุ้นทั้งหมดของอาณาจักรดอกไม้พันล้านจากเธอ... เธอยังพอมีโควตาเหลือให้ฉันสักครึ่งหนึ่งไหมล่ะ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้นะคะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน•ตอนที่ 7
คำดูแคลนจากคนจากเมืองหลวง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรดอกไม้พันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!