ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 14

เมื่อความซึนเป็นเหตุ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ... คุณรินรดา" น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มของพราวฟ้าบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกเหมือนใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เธอไม่ได้มองแค่ใบหน้าของรินรดา แต่สายตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วร่างของหญิงสาวราวกับจะประเมินคู่แข่งในสนามรบ ทว่าความสนใจทั้งหมดของรินรดากลับไม่ได้อยู่ที่ผู้มาใหม่เลยสักนิด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายบัดนี้กลับตวัดไปมอง 'ใครอีกคน' ที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างกาย วรินทร์ไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้พูดแก้ต่าง หรือแม้แต่จะเบี่ยงเบนความสนใจของพราวฟ้าออกไป เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่ไร้หัวใจ ปล่อยให้รินรดาเผชิญหน้ากับความอึดอัดนี้เพียงลำพัง "ขอบคุณที่ทักทายค่ะ" รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่ดูเหมือนว่าห้องทำงานของคุณวรินทร์จะไม่ได้ต้อนรับแขกที่... 'ไม่ได้รับเชิญ' นะคะ หรือว่าช่วงนี้มาตรฐานความปลอดภัยลดต่ำลงจนใครก็เดินเข้ามาได้ตามใจชอบ?" คำพูดของรินรดาเหมือนตบหน้าพราวฟ้าฉาดใหญ่ แต่คนที่เจ็บกลับเป็นคนฟังที่ชื่อวรินทร์ เพราะสิ่งที่เธอสื่อสารไม่ได้มีเพียงแค่การเหน็บแนม แต่มันคือการประกาศขีดเส้นแบ่งระหว่าง 'คนนอก' กับ 'เจ้าของพื้นที่' ซึ่งรินรดากำลังตั้งคำถามถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้ "พูดจาแรงเหมือนเดิมเลยนะคะ" พราวฟ้าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของวรินทร์มากขึ้น "แต่บางครั้งความตรงไปตรงมาเกินไปก็นำมาซึ่งความน่ารำคาญนะคะ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยชอบความวุ่นวายอย่างวรินทร์" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวาง รินรดากำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกระหว่างความโกรธและความน้อยใจ เธอรอคอยประโยคจากวรินทร์... สักประโยคที่ปกป้องเธอ หรืออย่างน้อยก็บอกให้รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ 'ของเล่นแก้เหงา' ในวันที่พราวฟ้าไม่อยู่ "รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของวรินทร์ดังขึ้นในที่สุด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายทันที ด้วยความหวังที่ริบหรี่ "ไปรอที่โซฟาก่อนได้ไหม... ฉันมีเรื่องต้องคุยกับคุณพราวฟ้าเป็นการส่วนตัว" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่อานุภาพของมันทำลายความมั่นใจของรินรดาจนหมดสิ้น การไล่ให้เธอไปนั่งรอเหมือนเด็กที่รอผู้ใหญ่คุยธุระ คือการลดทอนคุณค่าของเธอลงอย่างเลือดเย็น "คุยเป็นการส่วนตัว?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่คมกริบ "ได้ค่ะ ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... เชิญคุยกันตามสบายเลยนะคะ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนกว่าการนั่งดูละครน้ำเน่าในเวลางาน" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่เปิดโอกาสให้วรินทร์ได้พูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตูด้วยจังหวะที่มั่นคง แม้ในใจจะพังทลายลงเป็นชิ้นๆ ก็ตาม "รินรดา! หยุดเดี๋ยวนี้!" วรินทร์เรียกไล่หลัง น้ำเสียงเริ่มติดความหงุดหงิดตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้คุมเกม รินรดาหยุดชะงักที่หน้าประตู มือเรียวแตะที่ลูกบิด แต่ไม่ได้หันกลับไป "ขอโทษทีนะคะคุณวรินทร์ พอดีดิฉันไม่ใช่พนักงานที่ต้องรอรับคำสั่งตลอดเวลา... แล้วก็ไม่ใช่คนที่จะต้องมานั่งดูอดีตคนรักของคุณกลับมาทวงคืนพื้นที่หัวใจด้วย" "เธอกำลังงี่เง่า" วรินทร์พูดสวนขึ้นมาทันควัน แววตานิ่งเฉยนั้นเริ่มสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ "แค่ไปนั่งรอไม่ได้หรือไง? ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่?" คำว่า 'งี่เง่า' จากปากวรินทร์ทำให้รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมา เธอหันกลับไปมองหญิงสาวที่เธอยอมเปิดใจให้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ถ้าการที่ฉันเห็นคุณเป็นคนสำคัญ แล้วการที่ฉันรู้สึกเสียใจเมื่อคุณไม่ให้เกียรติฉันมันเรียกว่าความงี่เง่า... งั้นเราก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันอีกแล้วค่ะ" รินรดาเปิดประตูออกไปโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ทิ้งให้วรินทร์ยืนอึ้งอยู่กลางห้อง ในขณะที่พราวฟ้าแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ความเงียบที่ตามมานั้นกลับเย็นเยียบเกินกว่าจะบรรยาย วรินทร์ก้าวเท้าเดินตามออกไปทันทีโดยไม่สนใจพราวฟ้าที่ยืนมองด้วยความไม่พอใจ เธอรีบสาวเท้าตามรินรดาไปจนถึงลานจอดรถ แสงไฟสลัวของที่จอดรถยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดมากขึ้น วรินทร์คว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นก่อนที่อีกฝ่ายจะก้าวขึ้นรถ "ปล่อยค่ะ" "ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะฟังฉันก่อน" วรินทร์กัดฟันพูด เธอไม่ได้เป็นคนใจเย็นอย่างที่ใครเห็น เธอแค่ไม่รู้วิธีจัดการกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาเมื่อเห็นคนตรงหน้ากำลังจะหันหลังให้เธอ "ฟังอะไรคะ? ฟังข้อแก้ตัว? หรือฟังว่าพราวฟ้าสำคัญแค่ไหน?" รินรดาบิดข้อมือออกจากการกอบกุมของอีกฝ่าย สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เหลือเพียงความตัดพ้อ "วรินทร์... คุณอาจจะเก่งเรื่องบริหารธุรกิจ แต่คุณสอบตกเรื่องความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิง คุณคิดว่าการนิ่งเฉยของคุณมันเท่ แต่จริงๆ แล้วมันน่ารังเกียจมากเลยรู้ไหม" วรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของรินรดากระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง ความซึนเดเระที่เธอเคยใช้ปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด บัดนี้มันกลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจคนที่เธอรักที่สุด "ฉัน... ฉันแค่ไม่อยากให้เธอก้าวเข้าไปในโลกที่วุ่นวายของฉันกับพราวฟ้า" วรินทร์พูดเสียงแผ่วลง ความทะนงตัวเริ่มจางหายไป "โลกที่วุ่นวาย? งั้นคุณก็อยู่กับมันไปเถอะค่ะ" รินรดาแค่นยิ้มพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า "เพราะโลกของฉัน... ไม่เคยมีที่ว่างสำหรับคนที่ไม่ชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง" รินรดาก้าวขึ้นรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที วรินทร์พยายามจะรั้งประตูไว้แต่ก็ไม่ทัน รถคันสวยแล่นออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้วรินทร์ยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากรินรดาที่ส่งมาทิ้งท้ายไว้ว่า... *‘อย่าพยายามตามหาฉันเลยค่ะ เพราะฉันไม่ได้หายไปไหน... ฉันแค่กำลังรอให้คุณเลือกให้ได้เสียทีว่าระหว่าง "ศักดิ์ศรีที่จอมปลอม" กับ "ตัวฉัน" อะไรคือสิ่งที่สำคัญกว่าในชีวิตของคุณกันแน่... และถ้าคำตอบของคุณคืออย่างแรก เราก็ไม่ต้องพบกันอีกนะคะ’* วรินทร์กุมโทรศัพท์ในมือแน่นจนสั่น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสับสนเป็นประกายที่อ่านไม่ออก ในขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาต้นข้างๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "คุณคงไม่คิดใช่ไหมคะ ว่าเรื่องมันจะจบลงง่ายๆ แบบนี้... รินรดาเขาก็แค่ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่คุณวรินทร์คะ... ความลับที่ฉันถืออยู่ในมือนี่สิ ที่จะทำให้เขาไม่มีวันกลับมาหาคุณได้อีกตลอดกาล" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนที่เจ็บปวดของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ดอกเดซี่ริมทางรอพบทุกคนอยู่เสมอค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%