ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 6

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดภายในห้องนี้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนกอดอกมองเอกสารรายงานโครงการบนโต๊ะด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่ในอกกลับรู้สึกเหมือนมีคลื่นใต้น้ำซัดกระหน่ำจนปั่นป่วน เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้ว—กับดักความใกล้ชิดที่วรินทร์จงใจถักทอขึ้น—ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ชิดราวกับเงาตามตัว พายุลูกใหญ่ที่รินรดาเคยนึกระแวงไม่ได้เป็นแค่คำขู่ แต่มันกำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ และเธอก็ไม่แน่ใจเลยว่าจะต้านทานแรงเหวี่ยงของมันไหวหรือไม่ "ถ้าอ่านเสร็จแล้ว ช่วยกรุณาเซ็นชื่อแล้วไสหัวออกไปจากห้องฉันเสียทีค่ะ คุณวรินทร์" รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดมั่น วรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารในมือ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขามและเย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมที่มักจะมองมาด้วยแววตาดุและซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด ค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับรินรดาช้าๆ "ปากเก่งไม่เปลี่ยนนะคะ รินรดา" วรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววเย้าหยอกที่น่าหมั่นไส้ "หรือว่าที่รีบไล่ เพราะกลัวฉันจะจับไต๋ได้ว่าคุณกำลังหวั่นไหวกับเรื่องเมื่อคืนกันแน่?" "หลงตัวเอง!" รินรดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นจัดและลมหายใจที่คลอเคลียอยู่ใกล้ชิดเมื่อคืน "ฉันจะไปหวั่นไหวกับคนปากเสียอย่างคุณทำไม ฝันไปเถอะค่ะ!" วรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ความกดดันจากกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวและรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างบางทำให้รินรดาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพชนิดเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ทว่าครั้งนี้... ไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ยเช่นทุกที ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายไหววับบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก มันวับวาวราวกับกระจกที่สะท้อนความเปราะบาง ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้เกราะเหล็กหนาเตอะ "ปากดีแบบนี้... ดีแล้วค่ะ" วรินทร์กระซิบเสียงแผ่ว เบาเสียจนเกือบจะกลืนหายไปกับเสียงแอร์ "เพราะถ้าวันไหนคุณเงียบไป... ฉันอาจจะบ้าตายเอาได้ง่ายๆ" รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะกับคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ปกติมักจะกล่าวแต่คำเชือดเฉือน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด รินรดากำมือแน่นเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามถนัด ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "บอสคะ เอกสารชุดที่ขอ... อุ้ย! ขอโทษค่ะ รบกวนเวลาหรือเปล่าคะ?" เลขานุการสาวเปิดประตูเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ แต่พอเห็นท่าทางของเจ้านายกับแขกคนสำคัญที่ยืนประชิดกันจนแทบจะรวมร่าง ก็รีบก้มหน้าขอโทษแล้วถอยหลังกลับแทบไม่ทัน ประตูห้องปิดลงอย่างรวดเร็วพอๆ กับที่ความตึงเครียดกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดาเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ เธอสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินเลี่ยงไปยืนริมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอกเมื่อคิดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างพราวฟ้าที่ยังคงวนเวียนและพยายามจะทวงคืนทุกอย่าง "เลิกเล่นเกมนี้สักทีเถอะค่ะ วรินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตาออกไปไกล "ถ้าคุณยังตัดคนเก่าอย่างพราวฟ้าไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำท่าทีแบบนี้กับฉัน" ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ ไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านหลัง รินรดาขมวดคิ้วสงสัยกำลังจะหันกลับไปมอง แต่แล้วเสียงสูดลมหายใจลึก พร้อมกับเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากด้านหลัง ก็ทำให้ร่างทั้งร่างของรินรดาแข็งทื่อ รินรดาหันขวับกลับมามองทันที ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม วรินทร์ไม่ได้ยืนถือไพ่เหนือกว่าอย่างเคย ร่างระหงกำลังยืนหันหลังให้ ไหล่บางไหวสั่นน้อยๆ มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ แม้จะพยายามควบคุมเสียงสะอื้นไม่ให้ดังเล็ดลอดออกมามากแค่ไหน แต่วรินทร์ในยามนี้ช่างดูเปราะบางและแตกสลายเสียจนรินรดาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของฉายามาดนิ่งเย็นชาที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัว กำลังยืนร้องไห้เงียบๆ อยู่ลำพัง รินรดากลืนก้อนสะอื้นในคอลงไป ความโกรธเคืองและความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้งอย่างลืมตัว มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะแตะไหล่บางปลอบโยน แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันสัมผัสเนื้อผ้า วรินทร์ก็สะดุ้งสุดตัวแล้วหันกลับมาปะทะสายตา ดวงตาสวยแดงก่ำ มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยเต็มเบ้า แต่วินาทีต่อมา รอยยิ้มหยันและน้ำเสียงเยียบเย็นก็ถูกยกขึ้นมาสวมทับใบหน้านั้นทันทีราวกับหน้ากาก "มองอะไรคะ? สมเพชฉันนักหรือไง!" วรินทร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ปากยังคงดุใส่ทั้งที่คราบน้ำตายังเปื้อนแก้ม "คิดว่าฉันอ่อนแอจนน่าสมเพชใช่ไหมล่ะ รินรดา! อย่ามาทำสายตาแบบนั้นใส่ฉันนะ!" "ฉัน... ฉันไม่ได้..." รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด คำด่าทอที่เตรียมไว้หายเกลี้ยง ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังสับสนวุ่นวายและพยายามจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง—แต่คราวนี้รุนแรงและเร็วกว่าเดิม ปัง! ปัง! ปัง! ก่อนที่ใครจะอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับร่างของพราวฟ้าที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอกวาดตามองรินรดากับวรินทร์ที่ยืนประชิดกันในระยะประชิดด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "วรินทร์! คุณเป็นบ้าอะไร ถึงได้บล็อกการติดต่อทุกช่องทางของฉัน แบบนี้หมายความว่าอะไร!" พราวฟ้าแผดเสียงลั่นห้อง รินรดานิ่งงัน หันกลับไปมองหน้าวรินทร์ที่ตอนนี้แววตาอ่อนไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้งอีกครั้ง ก่อนที่วรินทร์จะหันไปสบตากับพราวฟ้าแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ "ในเมื่อเธออยากรู้ความจริงนัก... ฉันก็จะบอกให้ชัดเจนตรงนี้เลย ว่าคนที่ฉันเลือกและต้องการให้ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดไป ไม่ใช่เธอ... และไม่มีวันเป็นเธอ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสพายุอารมณ์ในบทนี้นะคะ --- ดอกเดซี่ริมทาง ---
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%