เสียงดนตรีแจ๊สจังหวะเนิบนาบเคล้าคลอเบา ๆ ภายในงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... อากาศบริเวณระเบียงกว้างที่ทอดยาวออกไปรับลมยามค่ำคืนกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงสีแดงฉานแอบซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์
รินรดาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนริมราวระเบียงกระจกใส แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนกับนัยน์ตากลมโตที่กำลังฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย แต่รสชาติซ่าบซ่านนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกลดลงเลยสักนิด เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตามติดมาหยุดลงตรงด้านหลัง
"เดินหนีเร็วจริงนะริน... กลัวอะไร หรือว่ากลัวว่าสิ่งที่ฉันพูดเมื่อครู่มันจะเป็นจริง?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของ 'ธนวินท์' นายแบบหนุ่มลูกครึ่งชื่อดังที่พยายามตามตื๊อเธอมาตลอดทั้งคืนดังขึ้น ใกล้จนกระทั่งรินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่โน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจ แต่กลับหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคนที่เราคุยด้วยไม่ใช่คนที่น่าเบื่อและน่ารำคาญ ฉันก็คงไม่ต้องเดินหนีห้างหุ้นส่วนระดับประเทศอย่างคุณหรอกค่ะคุณวินท์... กรุณารักษาระยะห่างด้วยนะคะ พอดีฉันแพ้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่พยายามทำตัวน่ารำคาญ"
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำให้ธนวินท์ชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าคมคายนั้นกลับกว้างขึ้น เขาก้าวประชิดเข้าไปอีกก้าว มือหนากำลังจะเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธอเพื่อเป็นการหยอกเย้าตามนิสัยเพลย์บอย
ทว่า... ยังไม่ทันที่นิ้วของเขาจะได้สัมผัสโดนผิวเนื้อ
*เพียะ!* — ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงกระแทกของแก้วทรงสูงใบหนึ่งที่ถูกวางลงบนโต๊ะกระจกข้างตัวอย่างแรงจนของเหลวสีอำพันกระฉولเปรอะเปื้อน รินรดากับธนวินท์สะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองต้นตอของเสียงที่แทรกตัวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอย่างไร้มารยาท
ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทของ 'วรินทร์' ยืนตีหน้านิ่งสนิทอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดโกนกวาดมองมือของธนวินท์ที่ค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับรินรดานิ่ง ๆ รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวของนักธุรกิจสาวจนอุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ขอโทษนะคะ... พอดีทางเรากำลังคุยเรื่องโปรเจกต์สำคัญกันอยู่ คุณธนวินท์คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ถ้าฉันจะ ‘ขอตัว’ คู่สนทนาของฉันคืนสักครู่"
น้ำเสียงของวรินทร์ราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนธนวินท์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้รอยยิ้มบนหน้าของวรินทร์จะถูกยกขึ้นเล็กน้อย แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อในกรงเล็บ
"เอ่อ... ครับ เชิญตามสบายครับคุณวรินทร์ พอดีผมแค่... ชวนคุณรินคุยเรื่องงานสนุก ๆ เท่านั้นเอง" ธนวินท์รีบชักมือกลับ หัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะสาวเท้าเดินเลี่ยงหายลับกลับเข้าไปใน1ตัวอาคารอย่างรวดเร็วเมื่อเจอสายตาพิฆาตคู่นั้นมองตาม
บรรยากาศบนระเบียงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวเบา ๆ ยามค่ำคืน
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอเช่นกัน แม้เธอจะเป็นคนปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เวลานี้... ยามที่วรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวและใช้สายตาคาดคั้นมองมาที่เธอ มันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ รินรดารemเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางกวนประสาทเพื่อปกปิดความหวั่นไหว
"มองอะไรคะคุณวรินทร์ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง ถึงได้ทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อฉันขนาดนั้น"
วรินทร์ไม่ตอบคำถาม เธอก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับราวระเบียงกระจกใสอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงทิ้งน้ำหนักโน้มตัวลงกักขังหญิงสาวไว้ระหว่างวงแขนทั้งสองข้าง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูระคนกับกลิ่นไวน์จาง ๆ จากตัวของวรินทร์ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"เมื่อกี้สนุกมากไหมคะ... ยืนให้ผู้ชายแตะเนื้อต้องตัว ทำท่าทางสนอกสนใจเขาซะขนาดนั้น" วรินทร์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบอยู่ห่างจากใบหูของเธอไม่ถึงคืบ น้ำเสียงนั้นเจือความหึงหวงและความขุ่นเคืองไว้อย่างชัดเจนจนปิดไม่มิด
รินรดาหัวเราะในลำคอ เบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายปากดีสวนกลับทันควัน
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณจะต้องมาเดือดร้อนด้วยล่ะคะ? ฉันจะเป็นอิสระคุยกับใครก็ได้ หรือว่า... คุณแอบหึงฉันอยู่กันแน่คะคุณวรินทร์"
คำพูดหยอกเย้าที่จี้ใจดำทำให้นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง วรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นไล้กรอบหน้าสวยเฉี่ยวของรินรดาอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วอุ่นจัดลากผ่านแก้มเนียนแผ่วเบาจนรินรดาต้องสะท้านเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเกลียดนักที่จะยอมรับว่ามัน... ดีต่อใจเหลือเกิน
"หึงเหรอ? หึ... คุณคิดเข้าข้างตัวเองเก่งเกินไปแล้วรินรดา ฉันแค่รำคาญตาที่เห็นคนของบริษัทฉันไปยืนทำตัวไร้ค่าให้ผู้ชายหลอกฟันต่างหาก"
"ปากจัด!" รินรดาตวัดสายตาดุ ๆ กลับทันที มือเรียวผลักอกอีกฝ่ายออกเบา ๆ "ถ้าคิดว่าฉันไร้ค่า นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างคุณก็ไม่ต้องมาเสียเวลาใส่ใจฉันหรอกค่ะ เชิญกลับไปหาพราวฟ้าแฟนเก่าคนโปรดของคุณโน่นเถอะ ป่านนี้เธอน่าจะกำลังรอให้คุณไปปลอบใจอยู่ข้างในไม่ใช่เหรอคะ!"
คำพูดที่หลุดปากออกไปด้วยความหึงหวงโดยไม่รู้ตัว ทำให้วรินทร์ชะงักกึก นัยน์ตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายความระยิบระยับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ท่าทีเย็นชาเมื่อครู่หายวับไปกับตา
"อ๋อ... ที่แท้ก็เรื่องพราวฟ้าสินะคะที่คุณเก็บเอามาหงุดหงิดตั้งแต่หัวค่ำ..." วรินทร์จงใจลากเสียงยาว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มของรินรดาจนคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด "นี่คุณ... กำลังหึงฉันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย หืม?"
"ใคร! ใครหึงคุณกันคะ อย่ามามโนนะ!" รินรดาเสียงสูงปรี๊ด ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหนีออกจากพันธนาการ แต่วรินทร์กลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
"เสียงสูงเชียวนะคะ... แต่ท่าทางของคุณตอนนี้มันฟ้องหมดแล้วรินรดา" วรินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตากรุ้มกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานานจนแทบจะทะลักออกมา "ฟังให้ดีนะคะ... เรื่องระหว่างฉันกับพราวฟ้ามันจบไปนานแล้ว และคนเดียวที่ฉันอยากจะยืนใกล้ อยากจะมองหน้า... และอยากจะจูบในค่ำคืนนี้..."
วรินทร์เว้นจังหวะไปนิด ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกรั้นชนเข้ากับจมูกโด่งของรินรดา ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันอย่างแนบชิด รินรดาหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่กระซิบแผ่วเบาริมฝีปากของเธอ
"...ก็คือคุณคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ"
รินรดาเบิกตากว้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวราวกองชุด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกดเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของวรินทร์ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ปลายสัมผัสเฉียดผ่านกลีบปากนุ่มของเธอแผ่วเบาจนแทบหลอมละลาย เป็นจังหวะเดียวกับที่ความตึงเครียดทั้งหมดพังทลายลง และถูกแทนที่ด้วยความหอมหวานอันตรายที่เธอไม่อาจปฏิเสธ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบสนิทกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด...
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างชะฉูดของใครบางคนที่ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
"วรินทร์คะ... อยู่นี่เองเหรอ รินรดาด้วย... อุ๊ย! ฉันไม่ได้ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่ใช่ไหมคะเนี่ย?"
รินรดากับวรินทร์ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน นัยน์ตาคมกริบของวรินทร์ตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งในรัศมีสามเมตร ในขณะที่รินรดากำหมัดแน่นด้วยความคับ
...ให้ตายเถอะ! ทำไมยัยพราวฟ้าถึงต้องโผล่มาถูกจังหวะนรกแบบนี้ทุกที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความคลั่งรักและแอบจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ!
ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 9
ค่ำคืนที่ไร้กฎเกณฑ์
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!