ให้ตายเถอะ! ทำไมยัยพราวฟ้าถึงต้องโผล่มาถูกจังหวะนรกแบบนี้ทุกที!
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของรินรดา เธอกำสมุดโน้ตในมือแน่นจนปกยับย่น ขณะที่สายตาคู่คมตวัดมองไปยังร่างระหงของแขกไม่ได้รับเชิญที่ยืนส่งยิ้มหวานหยดอยู่ตรงประตูห้องทำงานส่วนตัวของวรินทร์ บรรยากาศรอบตัวในห้องนี้เมื่อครู่—ที่อบอวลไปด้วยไออุ่นและความเงียบงันอันน่าพึงใจ—ถูกพังทลายลงในพริบตา ราวกับแก้วคริสตัลราคาแพงที่ถูกโยนลงกระแทกพื้นอย่างไร้ความปรานี
วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เจ้าของร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปวางปากกาในมือลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย สะท้อนถึงอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน
"คุณเข้ามาได้ยังไงพราวฟ้า ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่คือเขตพื้นที่ส่วนตัว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนีย์แต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องหนาวสะท้าน
"โธ่... วาคะ พราวแค่ผ่านมาแถวนี้แล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆ ก็เลยแวะเอาขนมร้านโปรดมาฝาก คิดว่าวาคงยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เที่ยงเสียอีก" พราวฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น โดยจงใจปรายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ซ่อนความเยาะหยันไว้ภายใต้รอยยิ้ม
รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงละครตบตาเพื่อประกาศอาณาเขต ยัยนี่มันงูพิษชัดๆ แถมยังเป็นงูพิษที่ชอบเลื้อยกลับมาในเวลาที่คนอื่นเขากำลังมีความสุขเสียด้วย
"อ๋อค่ะ พอดีว่าที่คุณวรินทร์ไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ก็เพราะมัวแต่คุย 'ธุระสำคัญ' กับดิฉันอยู่ยังไงล่ะคะคุณพราวฟ้า" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่าธุระสำคัญ พร้อมกับก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างโต๊ะทำงานของวรินทร์อย่างถือวิสาสะ ระยะห่างระหว่างเธอกับวรินทร์ลดลงจนแทบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวรินรดาลอยไปแตะจมูกวรินทร์ ทำให้แววตาที่เคยหงุดหงิดเมื่อครู่ไหววูบลงเล็กน้อย
วรินทร์เหลือบมองคนข้างกาย แววตาดุๆ คู่นั้นอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย รินรดากำลังเล่นเกม... และเธอก็พร้อมจะไหลตามน้ำอย่างเต็มใจ
"ใช่ค่ะ รินพูดถูก งานของเรารва... สำคัญมากจนไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาขัดจังหวะ" วรินทร์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ของเรา' ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ามือสั่นเทาเล็กน้อยของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะมาลูบเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ท่าทีสนิทสนมเกินเลยนี้ทำเอาพราวฟ้าหน้าถอดสี รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปทันที
"วา... วากำลังทำอะไรคะ ทำไมถึงพูดจาแบบนี้กับพราว" พราวฟ้าเสียงสั่นด้วยความไม่พอใจ เธอพยายามเก็บอาการริษยาที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก แต่ดวงตากลับฟ้องชัดเจน
"ฉันพูดความจริงค่ะพราวฟ้า และถ้าไม่มีอะไรธุระอะไรแล้ว เชิญกลับไปได้เลยค่ะ ดิฉันกับคุณรินรดาก 'กำลังคุยธุระส่วนตัวกันต่อ' ที่สำคัญมาก" วรินทร์เอ่ยไล่ตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปากของนักธุรกิจสาวผู้เย่อหยิ่ง ทำเอาพราวฟ้าถึงกับเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง! เพื่อระบายอารมณ์
สิ้นเสียงประตูปิดลง ความเงียบก็โรยตัวกลับมาอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม... มันระอุและเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร้าอยู่ในอกของคนทั้งคู่
รินรดารีบดึงมือตัวเองกลับจากกงเล็บอุ่นของอีกฝ่ายทันที แม้ว่าเธอจะเป็นคนเริ่มเกมนี้ก่อน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสเมื่อครู่มันสร้างแรงกระเพื่อมในหัวใจเธอรุนแรงเสียจนน่าตกใจ
"ปล่อยมือได้แล้วค่ะคุณวรินทร์ เล่นละครจบแล้ว ฉากนี้ถือว่าผ่านไหมล่ะคะ" รินรดาแสร้งทำเป็นกระลิ้มกระเหลี่ย กลบเกลื่อนความวูบไหวในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าขึ้น
วรินทร์ไม่ตอบทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงก้าวเข้ามาหารินรดาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลังอย่างไร้ทางหนี วรินทร์ใช้แขนทั้งสองข้างค้ำยันชั้นหนังสือไว้ เป็นการกักขังหญิงสาวให้อยู่ในอาณาเขตของเธอโดยสมบูรณ์
กลิ่นหอมเฉพาะตัวและไออุ่นจากร่างกายของวรินทร์โอบล้อมรินรดาไว้จนแทบหายใจไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาก็พบว่าใบหน้าของวรินทร์อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ
"ใครบอกคุณว่ามันเป็นแค่ละครคะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้มเนียน ทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง "คุณ... หมายความว่ายังไงคะ"
"ฉันเกลียดการถูกขัดจังหวะที่สุด... โดยเฉพาะเวลาที่กำลังมีความสุขกับการได้ต่อปากต่อคำกับคุณ" วรินทร์สารภาพออกมาตรงๆ แววตาคมกริบคู่นั้นไม่มีความเยชาเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจนน่ากลัว... ความรู้สึกที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด แต่วันนี้... เธอกลับไม่อยากโกหกหัวใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงราบคาบเหลือเพียงความจริงที่ว่า เธอก็ไม่ได้ต่างจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
"คุณนี่มัน... บ้าชะมัด" รินรดาพึมพำเสียงเบา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก
"ใช่ค่ะ ฉันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ รินรดา" วรินทร์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ความต้องการที่จะครอบครองพุ่งสูงขึ้นจนยากจะยับยั้งชั่งใจ มือเรียวยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของรินรดาอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วร่างของคนถูกกระทำ
รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นนั้นโดยอัตโนมัติ เธอยอมรับกับตัวเองในวินาทีนี้เองว่า... กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจมาตลอด ได้พังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงอันตรายคนนี้เสียแล้ว เส้นขนานที่เคยวิ่งสวนทางกันอย่างไม่มีวันบรรจบ บัดนี้ได้เบี่ยงเบนเข้าหากัน และหลอมรวมเป็นเส้นทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และริมฝีปากของวรินทร์กำลังโน้มลงมาใกล้เพื่อสร้างรอยประทับแห่งความยอมรับนั้นเอง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังตามหลังมาทันทีโดยไม่รอให้อนุญาต
"คุณวรินทร์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ เอกสารประมูลโครงการสำคัญถูก...!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความคลั่งรักแบบซึนๆ ของสองสาวกันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 10
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!