“ถ้าคุณยังคิดว่าจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเต่าคลานยุคหินมาใช้กับโปรเจกต์นี้ ดิฉันเกรงว่าเงินลงทุนหลายร้อยล้านของคุณวรินทร์คงต้องเอาไปละลายน้ำเล่นให้ปลาฉลามดูแทนแล้วล่ะค่ะ”
แฟ้มเอกสารหนาเตอะถูกโยลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึก!* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กาแฟดำในแก้วเซรามิกราคาแพงกระฉอกออกมาเล็กน้อย แต่เจ้าของห้องอย่างวรินทร์กลับไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบค่อยๆ เงยขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เคลื่อนสายมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเชิ่ดรั้นของรินรดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“เต่าคลานเหรอคะ?” วรินทร์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบราวกับสายน้ำในฤดูหนาว แต่กลับแฝงกระแสไฟแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกคนให้ไหม้เกรียม “แต่ ‘เต่า’ ตัวที่ว่านี่แหละค่ะ ที่ทำกำไรให้บริษัทแซงหน้าคุณไปสามไตรมาสซ้อน โดยที่คุณทำได้แค่นั่งกอดอกมองตาปริบๆ บนเก้าอี้ผู้บริหาร”
รินรดาแค่น1เสียงในลำคอ ดวงตากลมโตวาววับด้วยความฉุนเฉียว เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดขอบกระจก ส้นสูงสี่นิ้วส่งเสียงกระทบพื้นห้องทำงานส่วนตัวจนก้องกังวาน “นั่นมันก็แค่โชคช่วยในอดีตค่ะคุณวรินทร์! อย่าเอาความฟลุกในวันนั้นมาตัดสินวิสัยทัศน์ของดิฉันในวันนี้เลย มันน่าสมเพชตัวเองเปล่าๆ”
“ปากคอเรานี่มันน่าเอาพลาสเตอร์ยามาปิดไว้จริงๆ นะคะ รินรดา”
วรินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยังคงยืนจ้องตาไม่กะพริบ ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือน้อยลงทุกที จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือจางจากตัวอีกฝ่าย
“ถ้าคิดว่าฝีปากคมเท่ากับสมอง ก็ลองเสนอแผนงานที่ว่านั่นออกมาให้ดูหน่อยสคะ อย่าดีแต่เห่าเหมือนสุนัข in heat แถวนี้เลย”
“คุณวรินทร์!” รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธจัด ไม่ใช่เพราะคำดูถูก แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนทำให้หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก แต่ทว่ามุมโต๊ะทำงานกลับชนเข้ากับสะโพกพอดี ทำให้ร่างบางเสียหลักเล็กน้อย
วรินทร์ไวกว่า มือเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่เอวคืบของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างแม่นยำดึงรั้งให้เข้ามาแนบชิดเพื่อพยุงไว้ ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ รินรดานิ่งค้างไปชั่วขณะ มือเล็กกำปกเสื้อสูทของคนตรงแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมปลาบของวรินทร์ที่มองลงมาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่อันตราย... ประกายแห่งความต้องการที่จะครอบครองและบดขยี้ให้แหลกคามือ
“ปล่อยนะคะ!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักอกอีกฝ่ายออกแต่ร่างสูงกลับนิ่งราวกับกำแพงหิน
“ทำไมล่ะคะ? กลัวเหรอ... หรือว่าหวั่นไหวกับ ‘เต่า’ ตัวนี้เข้าแล้วล่ะหึ” วรินทร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจงใจยั่วเย้าให้คนปากเก่งเสียอาการ
บรรยากาศในห้องทำงานที่ควรจะเป็นสมรภูมิรบทางธุรกิจ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เคมีอันตรายระหว่างพวกเธอพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด รินรดากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ เธอยอมรับไม่ได้เด็ดขาดว่าตัวเองกำลังใจเต้นกับผู้หญิงเผด็จการคนนี้
“คนอย่างรินรดาไม่มีวัน...”
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวามราวกับรู้เวลา วรินทร์จิ๊ปากอย่างขัดใจเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยเอวบางให้เป็นอิสระอย่างไม่เต็มใจนัก เธอยืดตัวตรงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีมาดนิ่งดังเดิม พลางเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท
“เข้ามาค่ะ”
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา ใบหน้าสวยหวานระบายด้วยรอยยิ้มคุ้นเคยที่ทำให้รินรดาต้องหรี่ตามองด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที
“วรินทร์คะ พอดีพราวผ่านมาแถวนี้ เลยซื้อกาแฟคาปูชิโน่โปรดของคุณมาฝาก—อุ๊ย ขอโทษค่ะ พราวไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสำคัญอะไรใช่ไหมคะเนี่ย?”
พราวฟ้าชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสอง คนหนึ่งยืนจัดเสื้อผ้าหน้าตาเฉย แต่อีกคนกลับยืนหายใจหอบกระชั้น แก้มแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขิน) ดวงตากลมโตของอดีตคนรักเก่ากวาดมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความสงสัยและความไม่พอใจลึกๆ
รินรดากำมือแน่นขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ ปมปัญหาเก่าๆ ที่คิดว่าฝังกลบไปแล้วกลับพุ่งขึ้นมาตีตอกในอก บรรยากาศที่คุกรุ่นอยู่แล้วระหว่างเธอกับวรินทร์ กลับทวีความดุดันและอันตรายยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อตัวละครที่สามก้าวเข้ามาในเกมนี้
วรินทร์หันไปมองพราวฟ้าแวบหนึ่ง สีหน้าของเธอกลับคืนสู่ความเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์อย่างรวดเร็ว ผิดกับรินรดาที่ตอนนี้แววตาวาววับด้วยความท้าทาย เธอเหยียดยิ้มมุมปาก ยอมก้าวถอยหลังออกไปยืนเคียงข้างวรินทร์ในระยะที่ประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่รู้ตัว
“ไม่รบกวนหรอค่ะคุณพราวฟ้า...” รินรดาเอ่ยตัดหน้าขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เฉียบคม บาดลึก “พวกเรากำลังคุย ‘เรื่องสำคัญ’ กันอยู่พอดี... เชิญคุณพราวฟ้า นั่งรอ ‘นอกห้อง’ ไปก่อนนะคะ พอดีบอสใหญ่เขากำลังจะพิจารณา ‘แผนงาน’ ชิ้นใหม่ของดิฉันค่ะ”
วรินทร์เหลือบมองคนพูดแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุกกับท่าทีหึงหวงแบบเนียนๆ นั้น ขณะที่พราวฟ้าหน้าเจื่อนลงทันทีด้วยความไม่พอใจ
ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดอกเดซี่ริมทาง" เสมอมานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love)•ตอนที่ 4
สงครามน้ำลาย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับคุณนายมาดนิ่ง (Warning: Dangerous Love) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!