กลิ่นอับของกาลเวลาและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก มากกว่ากลิ่นอายของวัตถุโบราณที่ควรจะเป็น
"คุณกำลังเดินนำผมเข้าสู่หลุมศพตัวเอง หรือกำลังพาผมมาดูความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพตำรวจกันแน่ครับ เพลิงกัลป์"
เสียงทุ้มต่ำของ รตท. ธีธัช ดังลอดไรฟัน ท่ามกลางความมืดมิดของโถงจัดแสดงนิทรรศการร้าง ร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปขยับเข้าชิดแผ่นหลังของอีกฝ่ายโดยสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งกุมด้ามปืนพกในซองใต้รักแร้แน่น ขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดมองเงาสลัวของหุ่นโบราณและตู้จัดแสดงกระจกที่แตกละเอียดราวกับซากกระดูกสัตว์ป่า
เพลิงกัลป์หยุดเดิน ร่างโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มหมุนตัวกลับช้าๆ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องกระจกโดมด้านบนอาคารสะท้อนเข้ากับดวงตาคมปลาบที่พราวระยับด้วยประกายความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้สร้างความอุ่นใจเลยแม้แต่น้อย มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวนายตำรวจหนุ่มให้ตื่นตัวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกต้อนเข้ามุม
"ถ้าผมอยากให้คุณตาย ธีธัช... ผมคงไม่เลือกวิธีที่ต้องมาหายใจรดต้นคอคุณอยู่ในที่อับชื้นแบบนี้หรอกครับ" เพลิงกัลป์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนลุก "อีกอย่าง... กลิ่นอายอาคมตรงนี้มันเข้มข้นเสียจนผมคิดว่า ถ้าเราไม่มาด้วยกันในคืนนี้ ความลับที่กัดกินเมืองนี้มาสามปีคงถูกเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า"
ธีธัชแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าได้รูปของจอมขมังเวทหนุ่มด้วยความรู้สึกซับซ้อน เกลียดชัง... แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้กำลังทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ อุดมการณ์ที่ยึดมั่นในกฎหมายและวิทยาศาสตร์กำลังปะทะกับแรงดึงดูดทางเพศและจิตวิทยาอันมืดมนที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาอย่างจงใจ
เบื้องหลังความเงียบงันของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแห่งนี้ มีร่องรอยการทำพิธีกรรมที่บิดเบี้ยวจากตำราไสยเวทสายมืดโบราณ รอยเลือดที่แห้งกรังเป็นวงกลมบนพื้นหินอ่อน และกลิ่นธูปสาบสางที่ยังคงอวลอยู่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งมีใครบางคนใช้งานสถานที่นี้ไม่ถึงชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้ามา
"หลักฐานในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องไม่ได้อยู่ที่นี่ เพลิงกัลป์" ธีธัชก้าวเข้าไปประชิด จนแผ่นอกกว้างเกือบแนบชิดกับเสื้อโค้ทของอีกฝ่าย เขายื่นมือไปคว้าปกเสื้อของคนตรงหน้าอย่างถือดี นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ บอกผมมา... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดกับคุณ"
เพลิงกัลป์ไม่ถอยหนี ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นแตะข้อมือแกร่งที่กำปกเสื้อของตนไว้ แรงกดเบาๆ จากปลายนิ้วนั้นแฝงกระแสพลังงานอุ่นร้อนบางอย่างที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดของตำรวจหนุ่ม
"คุณนี่ใจร้อนเสียจริง... ตำรวจผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่กลับวิ่งตามเงาของผมมาจนถึงที่นี่ด้วยความหวังว่าจะได้กระชากหน้ากากฆาตกร" เพลิงกัลป์โน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของธีธัช ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหู "ระวังตัวหน่อยเถอะครับ... คนที่คิดว่าตัวเองกำลังล่าเหยื่อ บางทีก็อาจจะเป็นฝ่ายที่ติดกับเสียเอง"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน!
เสียงกลอนประตูเหล็กหนาหนักด้านหลังกระแทกปิดลงด้วยแรงมหาศาล เสียงดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วโถงมืด ตามมาด้วยเสียงระบบล็อกอัตโนมัติที่ทำงานพร้อมกันทุกด้าน ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทั่วเพดาน สาดแสงวับแวมอาบไล่โครงกระดูกจำลองและหุ่นโบราณให้ดูคล้ายกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
"เวรเอ๊ย!" ธีธัชสบัดตัวออกจากการเกาะกุม พุ่งตัวไปยังประตูทางเข้าหลักทันที มือหนากระชากบานประตูเหล็กสุดแรงเกิด แต่มันไร้การเคลื่อนไหว—ถูกเชื่อมตายด้วยอาคมและกลไกโลหะจากภายนอก
เพลิงกัลป์ไม่ได้ตื่นตระหนก ร่างโปร่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม แววตาคมกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง
"ดูเหมือนว่า... เจ้าบ้านเขาต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดีเลยนะครับ, หมวด"
"นี่คือแผนของคุณใช่ไหม?" ธีธัชหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อเพลิงกัลป์อีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่ "คุณจงใจล่อผมมาที่นี่ เพื่อให้พวกมันปิดประตูตีแมวอย่างนั้นสินะ!"
เพลิงกัลป์ไม่ขัดขืนปล่อยให้ธีธัชระบายความโกรธผ่านแรงบีบที่ลำคอ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงมองตรงมาที่นายตำรวจหนุ่มด้วยความหมายลึกซึ้ง
"ถ้าผมจะหักหลังคุณ... ผมคงไม่เอาชีวิตตัวเองมาขังไว้ในกรงนี้ด้วยหรอกครับ" เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เริ่มซีดเซียว "แต่ถ้าคุณอยากให้ผมรอด... ลองปล่อยมือออกจากคอเสื้อผม แล้วก้มลงมองที่พื้นระหว่างเราสิครับ"
ธีธัชชะงัก ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธ เขาลดสายตาลงมองตามคำบอก แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนตรงหน้า... รอยเลือดแห้งกรังเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนสภาพ มันไม่ได้แห้งสนิทอย่างที่ตาเห็น แต่กำลังเดือดปุดๆ ส่งควันสีดำจางๆ ลอยขึ้นมาเป็นรูปร่างของอักขระโบราณที่สั่นระริก
และท่ามกลางควันสีดำนั้น มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วง... กำลังเดินใกล้เข้ามาจากความมืดมิดของชั้นใต้พิพิธภัณฑ์
เสียงลากโซ่ตรวนและเสียงกระซิบกระชาญนับร้อยเสียงดังประสานกันระงม ราวกับคนตายกำลังฟื้นคืนชีพเพื่อทวงแค้น
เพลิงกัลป์เอื้อมมือขึ้นมาทาบลงบนหลังมือของธีธัชที่ยังคงกำเสื้อตนอยู่ อุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายเย็นเฉียบ ทว่ากลับหนักแน่นและมั่นคงในสถานการณ์วิกฤต
"พวกเขามาต้อนรับเราแล้วครับ... เจ้าของพิพิธภัณฑ์ตัวจริง"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและไสยเวทนี้นะครับ
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 9
กับดักในพิพิธภัณฑ์ร้าง
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!