กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่เจือจางด้วยควันธูปเทียนอบอวลอยู่ในโพรงจมูก
รตท. ธีธัชสะดุ้งเฮือกขึ้นจากห้วงนิทรา ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อกล้ามสีเข้มชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็วราวกับคนเพิ่งวิ่งหนีตายมานับไมล์ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดสะท้อนก้องในห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากตึกแถวภายนอกสาดส่องลอดผ่านผ้าม่าน
ความฝันนั้น... มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่อดีต
ในห้วงความนึกคิด ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนฉายซ้ำราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกรอมาดูนับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นธูปในคืนพิธีกรรมมืดมน เสียงสวดท่องคาถาภาษาขอมโบราณที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท และภาพของมารดาผู้เป็นที่รักนอนไร้ลมหายใจอยู่บนเสื่อกก โดยมีรอยกรีดลึกรูปอักขระโบราณบนหน้าอก—ร่องรอยของความงมงายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเขา
ธีธัชยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดและเคียดแค้น เกลียดชัง... ใช่ เขายังคงเกลียดชังสิ่งเหล่านี้ ไสยศาสตร์ มนต์ดำ และพวกขมังเวทจอมปลอมที่หากินกับความอ่อนแอของมนุษย์ ทุกคดีที่เขารับผิดชอบและมีกลิ่นอายของอาคมเข้ามาเกี่ยวข้อง มันคือการตอกย้ำแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันสมาน
"ยังฝันถึงเรื่องเดิมอยู่สินะครับ... หมวด"
เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
ธีธัชไม่แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา ก่อนจะหันขวับไปมองยังเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบหน้าต่าง แสงจันทร์สลัวเผยให้เห็นโครงหน้าคมคายและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยากของเพลิงกัลป์ ชายหนุ่มผู้เดินอยู่บนเส้นทางสายมืด—คู่ปรับและคู่คิดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไสยเวทนี้
"คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง... เพลิงกัลป์" เสียงของนายตำรวจหนุ่มแหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความระแวดระวัง
"ประตูไม่ได้ล็อก... และสำหรับผม การก้าวข้ามธรณีประตูที่ไร้ซึ่งการป้องกันอาคม ก็เหมือนการเดินเข้าบ้านตัวเองนั่นแหละครับ" เพลิงกัลป์ค่อยๆ ก้าวเท้าพ้นเงาสลัวเข้ามาใกล้เตียงนอน กลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นสาบสาวของพิธีกรรมลอยมาแตะจมูก "คุณเหงื่อท่วมตัวเลยนะ หมวด... ความฝันวัยเด็กกำลังตามหลอกหลอน หรือว่าวิญญาณของผู้หญิงคนนั้นกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างกับคุณกันแน่?"
"หุบปากซะ" ธีธัชตวัดสายตาคมกริบมองอีกฝ่ายอย่างดุดล "ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนั้น คุณก็รู้... ทุกอย่างมันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คนร้ายก็แค่พวกจิตวิปริตที่ใช้ความเชื่อมาบังหน้าเพื่อก่ออาชญากรรม"
เพลิงกัลป์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่และเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่มราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้
"วิทยาศาสตร์งั้นหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นรอยแผลรูปกากบาทบนศพเหยื่อรายล่าสุดเมื่อวานนี้ ที่มีลักษณะการกรีดตรงกับตำราโบราณสายล่างและตรงกับสภาพศพในแฟ้มคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อนของคุณพอดิบพอดี... คุณจะอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่ายังไงล่ะ หมวดธีธัช"
คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของธีธัชให้แน่นขึ้น นายตำรวจหนุ่มชะงักไป ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง คดีที่เขากำลังตามสืบอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือ "เงา" ของอดีตที่ตามกลับมาสะثานรอยแผลเป็นในใจเขาอีกครั้ง และคนที่รู้จุดอ่อนนี้ดีที่สุด... ก็คือชายผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้
"คุณกำลังจะบอกว่า... คนร้ายคนเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนยังไม่ตายงั้นเหรอ?" ธีธัชถามเสียงเครียด ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ความสูงและสรีระที่กำยำพอๆ กันทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน
เพลิงกัลป์ไม่ถอยหนี เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนายตำรวจหนุ่มจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางของธีธัชเบาๆ อย่างถือวิสาสะ แต่กลับไม่มีใครขยับหนี
"คนร้ายอาจจะตายไปแล้ว... หรือบางที วิญญาณที่กระหายเลือดอาจจะกำลังหา 'ร่างทรง' คนใหม่เพื่อกลับมาชำระสะงอกหนี้กรรมเก่า" เพลิงกัลป์กระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความมืด "และเหยื่อรายต่อไป... ก็คือคนที่กำลังพยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา"
ธีธัชจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความท้าทาย ความโกรธและความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ตีรวนอยู่ในอก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อของจอมขมังเวทหนุ่มเพื่อดึงเข้ามาประชิด แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ปะทะกันด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันตึงเครียดลงอย่างเฉียบพลัน
ธีธัชขบกรามแน่น สบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะผลักเพลิงกัลป์ออกอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยน้ำเสียงกระด้าง "ว่าไง"
"หมวด! เกิดเรื่องแล้วครับ!" เสียงของหมวดวิชาญ ลูกน้องคนสนิทดังลั่นลอดออกมาจากปลายสายด้วยความตื่นตระหนก "เราเพิ่งได้รับแจ้งจากนิติเวช... ศพของเหยื่อรายที่สามที่เพิ่งขุดพบในป่าช้าเก่าหลังวัดร้าง เมื่อกี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพิ่งแกะผ้าห่อศพออก... และพวกเขาก็พบ 'สิ่งนี้' วางอยู่บนอกของศพครับ!"
"อะไร?" ธีธัชขมวดคิ้วมุ่น
"มันคือ... นาฬิกาพกโบราณสลักลายรูปนกยูงรำแพน... ซึ่งเป็นของกลางชิ้นเดียวกับในคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน... คดีของครอบครัวหมวดเองครับ!"
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ธีธัชยืนนิ่งค้าง สมองขาวโพลน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย
เพลิงกัลป์ที่ยืนกอดอกมองอยู่มุมห้อง ยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานปนอันตราย ก่อนที่เขาจะโน้มตัวกระซิบข้างหูของนายตำรวจหนุ่มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจากนอตกาลเวลากำลังรอให้คุณไปต้อนรับแล้วล่ะครับ... หมวดผู้ไม่เชื่อในปาฏิหาริย์"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและไสยเวทนี้นะครับ
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 8
รอยร้าวในใจตำรวจ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!