ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 10

อำนาจที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปรักหักพังผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับเราในโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นอายของความตายไม่ใช่สิ่งที่ต้องจินตนาการ เพราะมันลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับมีตัวตนจริง รตท. ธีธัช ขยับมือจับด้ามปืนพกในซองGlock 19 แน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากเสาไฟด้านนอกลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดที่แตกละเอียด เบื้องหน้าของเขาคือร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทของเพลิงกัลป์—จอมขมังเวทผู้ยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทว่าแผ่รังสีคุกคามที่ทำให้ขนลุกชันได้อย่างน่าประหลาด "คุณกำลังเล่นกับไฟ, เพลิงกัลป์" เสียงทุ้มต่ำของนายตำรวจหนุ่มเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงเจือความระแวงและคราบความเกลียดชังต่อสิ่งลี้ลับที่ฝังรากลึกในใจ "หลักฐานในที่เกิดเหตุชี้ชัดว่ารอยกรีดบนศพพวกนั้นใช้อุปกรณ์เดียวกันกับคาถาอาคมสายดำที่คุณเชี่ยวชาญ" เพลิงกัลป์ไม่หันกลับมามองทันที เขายังคงยืนไขว่ห้างพิงกำแพงอิฐมอญเก่าครึ่งพัง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ที่มอดไหม้ไปกว่าครึ่ง ควันสีเทาลอยวนขึ้นสู่เพดานสูงก่อนจะจางหายไปในความว่างเปล่า ชายหนุ่มพ่นควันออกทางจมูกช้าๆ ก่อนจะหันมาสบตา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ายวนและอันตรายในคราวเดียวกัน "ความจริงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มักเป็นคนละเรื่องกันเสมอ, หมวด" เพลิงกัลป์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "คุณเชื่อมั่นในรอยนิ้วมือและปลอกกระสุน... แต่คุณกลับหลับตาข้างหนึ่งให้กับอำนาจที่อยู่เหนือเหตุผล ซึ่งกำลังหัวเราะเยาะความพยายามของคุณอยู่ตรงนี้" "ผมไม่เชื่อเรื่องงมงาย" ธีธัชก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสประสาทตึงตัว "สิ่งที่ผมเชื่อคืออำนาจรัฐ กฎหมาย และกุญแจมือที่จะล็อกข้อมือฆาตกร ไม่ว่ามันจะใช้เล่ห์กลหรือคาถาอาคมอะไรก็ตาม" เพลิงกัลป์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นแล้วขยี้ด้วยปลายรองเท้าหนังราคาแพง ก่อนจะก้าวเข้าหาตำรวจหนุ่มช้าๆ กลิ่นอายจางๆ ของกำยานและไม้จันทน์หอมโชยปะทะนาสิก "ถ้าเช่นนั้น... ลองพิสูจน์ความเชื่อของคุณดูสิครับ" พริบตาที่เพลิงกัลป์ยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับพลิฝ่ามือ อุณหภูมิในโกดังลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟสีครามดวงเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของจอมขมังเวท ก่อนจะขยายตัวลุกโชนกลายเป็นลูกไฟขนาดมหาสึมาที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง ก่อเกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงพยัคฆ์คำรามในพงไพร นี่ไม่ใช่กลมายา แต่นี่คือ "เพลิงกัลป์" สมชื่อ—อาคมสายรุกฆาตที่เผาผลาญได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณ "ถอยไป!" ธีธัชชักปืนเล็งตรงไปยังอกของอีกฝ่ายทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย แต่ความหยิ่งทะนงในหน้าที่ทำให้เขาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "ผมเตือนคุณแล้วนะ!" เพลิงกัลป์ยกยิ้ม ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขาสะบัดมืออีกข้างออกไป คลื่นกระแสลมอาคมพุ่งเข้าปะทะกับกระสุนจิตวิทยาของนายตำรวจหนุ่มอย่างจัง แรงดันมหาศาลจากอาคมปะทะเข้ากับกำแพงลมที่มองไม่เห็นจนธีธัชต้องเซถอยหลังไปสองสามก้าว ขาของเขายันพื้นแน่นเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มลง "ความกลัวทำให้คุณตาบอด, ธีธัช" เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาประชิดในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ แววตาสีเข้มของจอมขมังเวทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตำรวจหนุ่ม ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปมในอดีต "คุณเกลียดไสยเวท... เพราะมันพรากครอบครัวคุณไปใช่ไหมล่ะครับ? หรือเพราะลึกๆ แล้วคุณกลัวว่าคุณอาจจะพ่ายแพ้ให้กับอำนาจที่คุณปฏิเสธมาตลอดชีวิตกันแน่?" คำพูดนั้นทำราวกับมีคมมีดกรีดลงบนแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด ธีธัชชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา นิ้วที่วางบนไกปืนสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางจิตวิทยาที่รุนแรงเกินกว่าจะรับไหว "หุบปาก..." ธีธัชเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสสีนิลวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล "ถ้าอยากให้ผมหุบปาก... คุณต้องหยุดผมด้วยวิธีอื่นแล้วล่ะครับ" เพลิงกัลป์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ขัดแย้งกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้า มือเรียวเอื้อมไปจับข้อมือข้างที่ถือปืนของธีธัชแล้วกดลงแนบกับลำตัวอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ทว่าไร้ซึ่งการคุกคามทางกายภาพ มีเพียงกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบที่วิ่งพล่านผ่านผิวสัมผัส ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดกันด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ผสมผสานระหว่างความเกลียดชังและความปรารถนาอันดำมืด เสียงก๊อบแก๊บเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของมุมเสาด้านในสุดของโกดัง ทั้งเพลิงกัลป์และธีธัชชะงักกึกพร้อมกัน สัญชาตญาณของมืออาชีพทั้งสองสายงานสั่งให้หยุดความเคลื่อนไหวทันที เพลิงกัลป์หรี่ตาลง มองผ่านไหล่ของตำรวจหนุ่มไปยังความมืดมิดที่ลึกเข้าไปอีก ขณะที่ธีธัชหันขวับไปมอง พร้อมกับเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ลากยาวและเชื่องช้า นั่นไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์... แต่มันคือเสียงลากของโลหะขูดกับพื้นคอนกรีต "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วล่ะครับ, หมวด" เพลิงกัลป์กระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่หายวับไป แทนที่ด้วยความระแวดระวังอย่างเต็มพิกัด ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง แสงไฟนีออนกะพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิด และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูกระจกบานใหญ่ที่ด้านหลังโกดังก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของบางสิ่ง—หรือบางคน—ที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พร้อมกับกลิ่นเน่าเฟะของศพที่ตายมานานนับเดือนที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและไสยเวทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%