ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 19

แรงดึงดูดของความมืด

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ควบคุมไม่ได้, เพลิงกัลป์" น้ำเสียงของร้อยตำรวจตรีธีธัชแหบพร่าและกดต่ำในความมืด อุณหภูมิภายในห้องพักร้างชั้นสี่ของตึกเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว แต่มันกลับขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของนายตำรวจหนุ่ม ผู้ซึ่งกำลังใช้กายกำยำของตนตรึงร่างของจอมขมังเวทหนุ่มไว้กับผนังปูนเปลือยที่หลุดลอก กระบอกปืนสั้นประจำกายถูกกดเข้ากับลาดไหล่กว้างของเพลิงกัลป์อย่างแม่นยำ แต่นั่นไม่ได้ทำให้แววตาคู่คมของอีกฝ่ายไหวติบเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... นัยน์ตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เจือความเย้ายวนอันตรายราวกับสัตว์ป่าชั้นสูงที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นไล่จับกับนายพราน เพลิงกัลป์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มทุ้ม กังวาน และสั่นสะเทือนอกเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบเขม่าควันจากการประกอบพิธีกรรมเมื่อครู่ ร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ร่มผ้าไม่ได้ขัดขืน เขากลับปล่อยให้ธีธัชเป็นฝ่ายคุมเกม ขณะเดียวกันก็จงใจขยับกายเข้าหา ปล่อยให้ความห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว จนกลิ่นอายจางๆ ของกำยาน ดอกไม้ป่า และกลิ่นอายสาบสางของไสยเวทผสมผสานเข้ากับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของนายตำรวจหนุ่มอย่างน่าประหลาด "ถ้าผมเป็นไฟ... คุณก็คงเป็นแมงเม่าที่บินเข้าหาความตายด้วยความสมัครใจเองนะครับ, ผู้กอง" เพลิงกัลป์กระซิบช้าๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเซ็กซี่ ปลายนิ้วเรียวยาวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอาคมตวัดขึ้นไล้ตามแนวสันกระบอกปืน ก่อนจะแตะเบาๆ ที่ข้อมือแกร่งของธีธัช "ประโยคเมื่อครู่ที่คุณได้ยินจากปากมัน... ไม่ได้ทำให้คุณฉุกคิดอะไรเลยหรือครับ ว่าเรากำลังไล่ตามเงาของใครบางคนที่มีอำนาจมากกว่าที่เราคิด" คำพูดนั้นสะดุดห้วงความคิดของธีธัช *“ในที่สุด... ข้าก็หา ‘ภาชนะ’ ใบใหม่ที่สมบูรณ์แบบได้เสียที”* ประโยคปริศนาจากร่างทรงในคืนเดือนดับยังคงก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่คือประกาศิตจากขุมนรกที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวพวกเขาเรื่อยๆ และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน อาจไม่ใช่ใครอื่น... แต่อาจเป็นตัวของเพลิงกัลป์เอง ธีธัชขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ตนกำลังพันธนาการไว้ ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดระแวง และความรู้สึกบางอย่างที่เขาปฏิเสธมาตลอด—ความดึงดูดอันตรายที่สั่นคลอนหลักการทางวิทยาศาสตร์และเหตุผลของเขาจนแทบพังทลาย—กำลังตีรวนอยู่ในอก "ผมไม่สนว่ามันจะเป็นใคร" ธีธัชเค้นเสียงลอดไรฟัน "หน้าที่ของผมคือลากคอมันมาเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้คุณใช้ไสยเวทบ้าๆ นี่จัดการมันตามอำเภอใจ" "ยุติธรรมเหรอครับ?" เพลิงกัลป์ทวนคำ เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดออกมาเบาๆ "คุณใช้กฎหมายตราไว้บนกระดาษเพื่อตัดสินความชั่วร้ายของมนุษย์ แต่ความชั่วร้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้... มันเกิดจากจิตวิญญาณที่เน่าเฟะเกินกว่ากฎหมายใดๆ ในโลกจะเอื้อมถึง ถ้าผมไม่ใช้เลือดและอาคมเข้าแลก ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศพไร้ญาติฝังอยู่ใต้พื้นคอนกรีตตึกนี้ไปนานแล้ว" ปลายนิ้วที่เคยแตะข้อมือ เลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มสากของนายตำรวจหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและเย็นยะเยือกในเวลาเดียวกัน ธีธัชชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งเกร็งราวกับถูกตรึงด้วยอาคมตรึงร่าง แต่เขากลับไม่ยอมถอยหนี แรงกดดันจากปลายกระบอกปืนคลายลงทีละน้อย ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อใจ แต่เป็นเพราะช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ในสถานการณ์ที่ความตายและความลับรายล้อมอยู่รอบตัว ความตึงเครียดไม่ได้ผลักไสพวกเขากลับกลายเป็นแรงเหวี่ยงที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงราวกับแรงโน้มถ่วงของหลุมดำ เพลิงกัลป์รู้ดีว่าวิธีไหนที่จะทำให้นายตำรวจผู้ยึดมั่นในเหตุผลคนนี้สูญเสียการควบคุม และเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้มัน "คุณกลัวอะไรอยู่หรือครับ, ธีธัช..." เสียงกระซิบนั้นชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "กลัวคดีนี้... หรือกลัวความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเรากันแน่" ธีธัชสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับยิ่งทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของจอมขมังเวทแทรกซึมเข้าสู่โสตสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น มืออีกข้างที่ว่างอยู่ของนายตำรวจหนุ่มยกขึ้นคว้าต้นคอระหงของเพลิงกัลป์ไว้แน่น บีบกระชับพอให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยเพื่อดึงสติของอีกฝ่าย กลับกัน เพลิงกัลป์กลับแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาพราวระยับด้วยความได้ใจ เขายอมโน้มใบลงตามแรงกดนั้นอย่างไร้การขัดขืน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานรั่วไหลกระทบพื้นปูนเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง สองสายตาประสานกันอย่างมีความหมาย—ความสัมพันธ์ที่อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องกับความมืดมน ความเกลียดชังกับความลุ่มหลง ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันอยู่แล้ว หากไม่มีเสียงบางอย่างแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัดนั้น *กรอบ... แกรบ...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเสียงลากเท้าที่เชื่องช้า หนักหน่วง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย—กลิ่นของซากศพที่ถูกปลุกให้ฟื้นคืนด้วยอาคมสายดำชั้นต่ำ เพลิงกัลป์หุบยิ้มทันที แววตาที่เคยพราวเสน่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและจริงจังในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับธีธัชที่ดึงสติกลับคืนสู่ความเป็นจริง ร่างกายขยับถอยหลังพร้อมยกปืนขึ้นตั้งรับสัญชาตญาณมือปราบตื่นตัวเต็มพิกัด "มันมาเร็วกว่าที่คิด..." เพลิงกัลป์พึมพำเบาๆ พร้อมกับสะบัดข้อมือเรียกมีดหมออาคมเล่มเล็กออกมาจากร่มเงาเสื้อ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้หันไปมองที่ประตูห้อง ประตูไม้เก่าแก่ที่ถูกลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลเศษไม้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังความมืดของโถงทางเดิน กลับไม่ใช่ร่างของวิญญาณร้ายหรือเดรัจฉานวิชาตามที่คาดคิด มันคือร่างของสารวัตรวิชาญ นายตำรวจผู้บังคับบัญชาโดยตรงของธีธัช ผู้ซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อน ทว่าสภาพของสารวัตรในตอนนี้... ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำสนิท ไร้แววตา มีเลือดสดๆ ไหลออกจากร่องจมูกและมุมปาก และที่สำคัญที่สุด... ในมือของเขาไม่ได้ถือปืนราชการ แต่มันกำลังถือแผ่นบันทึกคดีลับคดีแรกของครอบครัวธีธัช—คดีที่ถูกปิดตายและซ่อนไว้ในห้องนิรภัยของสถานีตำรวจ สารวัตรวิชาญส่งยิ้มบิดเบี้ยวจนน่าขนลุก ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าที่ไม่ใช่เสียงของเจ้าตัว "ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... ผู้กองธีธัช... เอกสารชิ้นนี้แหละ ที่จะบอกว่าใครคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ของคุณจริงๆ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%