กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบหมึกพิมพ์ราคาถูก คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลงนอกหน้าต่างห้องทำงานสืบสวนคดีพิเศษ
"อ่านสิครับ... ผู้กองธีธัช"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบของเพลิงกัลป์ดังขึ้น ท่าਾਲความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ
บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เอกสารลับในแฟ้มสีน้ำตาลเปื่อยยุรhเปิดกว้างเผยให้เห็นภาพถ่ายขาวดำใบเก่าและสำนวนคดีที่ถูกปิดตายมานานเกือบสี่ปี ตัวอักษรบนหน้ากระดาษไม่ใช่เพียงตัวหนังสือ แต่มันคือคมมีดที่กำลังกรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นในความทรงจำของนายตำรวจหนุ่ม
รตท. ธีธัช นิ่งค้างไป สันจมูกโดเป็นคมกริบกระตุกเกร็ง ดวงตาคู่คมที่ปกติมักฉายแววเฉียบคมและมั่นคง บัดนี้กลับสั่นไหวระริกอย่างที่เพลิงกัลป์ไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"คุณเอาอะไรมาเล่นกับชีวิตคน..." ธีธัชเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นจ้องมองใบหน้าคมคายของจอมขมังเวทหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวลึกๆ "แฟ้มนี้... มันถูกทำลายไปในคืนที่กองบัญชาการไฟไหม้ เอกสารตัวจริงไม่มีทางรอดมาได้"
"ความจริงก็เหมือนเถ้าถ่านครับ... ต่อให้คุณพยายามเผามันให้กลายเป็นจุล แค่ลมพัดผ่านครั้งเดียว เขม่าคราบสกปรกพวกนั้นก็ปลิวกลับมาเข้าตาคุณอยู่ดี" เพลิงกัลป์ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณจางๆ ที่ท่อนแขน ท่าทางของเขาไม่ได้ดูเยาะเย้ย แต่กลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด
เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มทั้งสอง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด—ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ห้ำหั่นกันมาตลอด กลับถูกบีบให้หลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเจ็บปวดในอดีตที่ต่างฝ่ายต่างซุกซ่อนไว้
"ผมไม่ได้เล่นสนุก" เพลิงกัลป์เอ่ยต่อ น้ำเสียงอ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่เฉียบคมจนบาดลึก "พ่อแม่ของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ตามสำนวนทางการ และไม่ได้ตายเพราะความซวยจากการส22ยกรรมมืด... แต่ท่านถูกเลือกให้เป็น 'เครื่องสังเวย' ในพิธีกรรมยืมอายุขัย เพื่อแลกกับอำนาจและบารมีของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ... คนที่ยืนอยู่เบื้องหลังคุณในกรมตำรวจตอนนี้แหละครับ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ธีธัชรู้สึกเหมือนอากาศในห้องหมดลงฉับพลัน ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว—กลิ่นควันไฟ เสียงกรีดร้อง และกองเพลิงที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของเด็กชายวัยสิบขวบ ความเกลียดชังต่อไสยศาสตร์และสิ่งลี้ลับที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังจิตใจมาตลอดชีวิต พังทลายลงในพริบตา เมื่อพบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องงมงาย แต่เป็นอาวุธของมนุษย์ที่ใช้ฆ่าคนจริงๆ
"คุณรู้..." ธีธัชพึมพำ เสียงแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับอีกฝ่ายในระยะประชิด "ถ้าคุณรู้เรื่องนี้มาตลอด ทำไม... ทำไมคุณถึงปล่อยให้ผมวิ่งไล่เงาตัวเองเหมือนคนโง่อยู่ตั้งนาน"
"เพราะถ้าผมบอกคุณตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในคดีนี้ ด้วยทัศนคติที่เกลียดชังไสยเวทเข้ากระดูกดำ คุณจะไม่มีทางรอดชีวิตกลับออกไปจากที่นี่เลยครับ" เพลิงกัลป์เงยหน้าขึ้นสบตา ไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่คมคายนั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำมาเนิ่นนาน "คนอย่างคุณใช้เหตุผลเป็นเกราะกำบัง แต่เกราะมันจะแตกสลายเมื่อเจอความจริงที่ไร้เหตุผลรองรับ... เช่นเดียวกับผม ที่ต้องใช้คาถาอาคมและความมืด เพื่อปิดบังความอ่อนแอในอดีตที่ผมไม่มีปัญญาแม้แต่จะแก้ไข"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความตึงเครียดเปลี่ยนรูปเป็นความเปราะบางที่อันตราย
เพลิงกัลป์ยกมือขึ้น ช้าๆ ราวกับจะขออนุญาต ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณมุมปากของธีธัช—ร่องรอยจากเหตุการณ์ในคืนเดียวกันนั้น
ธีธัชสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถอยหนี ความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของจอมขมังเวทปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ความใกล้ชิดนี้ไม่ใช่ความเสน่หาแบบหนุ่มสาว แต่เป็นความเข้าใจกันของคนสองคนที่ต่างเคยแตกสลาย และถูกความมืดกลืนกินตัวตนไปครึ่งหนึ่ง
"เราต่างก็มีแผลเป็นที่ยังสดใหม่ด้วยกันทั้งคู่... ผู้กอง" เพลิงกัลป์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากอยู่ห่างเพียงคืบ "รอยแผลที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่กลับเจ็บปวดทุกครั้งที่ฝนตก... คุณจะยังเลือกเชื่อในกฎหมายที่บิดเบือนได้ หรือจะยอมเดินลงมาในความมืดกับผม เพื่อทวงความยุติธรรมที่แท้จริง?"
ธีธัชหายใจหอบถี่ สายตากวาดมองริมฝีปากของอีกฝ่ายสลับกับดวงตาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เขาเป็นตำรวจที่ต้องรักษาความถูกต้อง แต่เอกสารในมือและแววตานี้กำลังบอกเขาว่า กฎหมายที่เขาศรัทธาไม่เคยปกป้องคนที่เขารักเลยสักครั้ง
มือหนาของธีธัชยกขึ้นกุมข้อมือของเพลิงกัลป์ที่แตะอยู่บนหน้าผากของตนเองไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความลังเลและการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต
ก่อนที่ธีธัชจะได้เอ่ยปากตอบคำถาม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและรุนแรงดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้ามาในห้อง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงร้อนรนของหมวดวิกรมดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าอุตลุดของผู้คนที่วิ่งวุ่นอยู่ด้านนอก "หน่วยพิสูจน์หลักฐานเพิ่งโทรมาแจ้ง... ศพของสารวัตรปกรณ์ที่เพิ่งถูกฆาตกรรมในห้องขัง... ร่างกายของเขากำลังสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทั้งเป็น โดยไม่มีร่องรอยของไฟเลยแม้แต่น้อยครับ!"
เพลิงกัลป์ชักมือกลับทันที แววตาที่เคยนิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวอย่างเฉียบพลัน เขากวาดสายตามองไปที่หน้าต่างห้องทำงาน ซึ่งเงาสะท้อนจากกระจกปรากฏภาพเงาดำประหลาดกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนตึกฝั่งตรงข้าม
ธีธัชหันขวับกลับมามองหน้าเพลิงกัลป์ ทันทีที่สบตากัน ทั้งคู่ก็ตระหนักได้พร้อมกันทันทีว่า—
เกมการไล่ล่าไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่มันกำลังจะกลืนกินพวกเขาทั้งเป็นแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 20
รอยแผลที่ยังสดใหม่
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!