ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 13

พยานคนสุดท้าย

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับชื้นของกระดาษสาเก่าและคราบขี้ผึ้งสีชาที่ฝังแน่นอยู่บนพื้นปูนเปลือย คือสิ่งที่ต้อนรับการมาเยือนของพวกเราในค่ำคืนนี้ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานสังกะสีสะท้อนเงายาวเหยียดของชั้นวางคัมภีร์คาถาโบราณ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมไม่ใช่ความเก่าแก่ทรุดโทรมของสำนักไสยเวทนอกเมืองแห่งนี้ หากแต่เป็นรอยยิ้มบนหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ ที่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ภาพถ่ายจากคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน... เงาร่างของบุคคลที่สามที่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังฆาตกร และดวงตาสูส่งประกายระยิบระยับคู่นั้น ที่กำลังมองตรงมายังผม ผ่านกาลเวลาและเลนส์กล้องเสมือนรู้ว่าในท้ายที่สุด วันนี้ผมจะต้องเดินมาหยุดยืน ณ จุดนี้ "คุณกำลังใช้ความคิดมากเกินไป รตท. ธีธัช" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง เพลิงกัลป์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้สักทอง ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติแต่กลับกลมกลืนกับบรรยากาศอันวังเวงได้อย่างน่าประหลาด เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณารอยจารอักขระบนกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่วางอยู่บนโต๊ะบูชา แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมวูบหนึ่ง ทอดเงาให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย้ายวนและอันตรายในคราวเดียวกัน "ผมแค่กำลังคิดว่า... คนตายพูดความจริงได้ดีกว่าคนเป็นเสมอ" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามดึงสายตากลับจากหน้าจอ ก่อนจะกวาดมองไปรอบห้อง "อดีตศิษย์เอกของสำนักนี้ ที่คุณอ้างว่าเก็บตัวเงียบไม่ยอมพบใคร... เขาจะยอมคายความลับอะไรให้ตำรวจที่เกลียดไสยเวทอย่างผมฟัง" เพลิงกัลป์หันมามองผม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและท้าทายในแบบที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง "ความลับมักซ่อนอยู่ในที่ที่มืดที่สุด และพยานคนสุดท้าย... มักเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงที่สุดเช่นกันครับ ผู้กอง" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าผมราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้ "อีกอย่าง... อย่าลืมว่าบางที สิ่งที่คุณเกลียด อาจเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะไขประตูห้องล็อกกลอนนี้ได้" เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังก่อตัวขึ้น ประตูไม้บานผุกร่อยถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นชายชราหลังค่อมในชุดผ้าขาวมอซอ ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากพิธีกรรมโบราณ ดวงตาข้างหนึ่งขุ่นมัวจากต้อกระจก ส่วนอีกข้างยังคงทอประกายคมกริบราวกับสัตว์นักล่าในความมืด นั่นคือ "อาจารย์ชand" หรือที่ลูกศิษย์ลูกหาต่างขนานนามว่า 'เฒ่าทมิฬ' อดีตปรมาจารย์แห่งสำนักไสยเวทผู้เรืองอำนาจ ก่อนที่สำนักจะล่มสลายลงด้วยคดีฆาตกรรมอำมหิตเมื่อสามปีก่อน "ดึกดื่นป่านนี้ ตำรวจน้ำดีกับหมอผีตกอับอย่างพวกเอ็ง... มาเหยียบรังเก่าของคนตายด้วยธุระอันใด" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าการสนทนาครั้งนี้ไม่อาจใช้กฎเกณฑ์ของกระบวนการยุติธรรมทั่วไปมาวัดได้ ผมก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่า กลิ่นธูปและสาบสางของกาลเวลาตีรวนขึ้นจนแสบจมูก ผมวางภาพถ่ายในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าชายชรา ภาพหลักฐานที่ถูกเก็บงำไว้ในแฟ้มลับของสถานีตำรวจ "ผมไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นอดีต" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "แต่ผมมาเพื่อถามว่า... ในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรม ใครคือคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง 'มัน'?" อาจารย์ชandนิ่งเงียบไปนาน ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมห้องโถงกว้างจนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเพลิงกัลป์ที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกล ชายชราค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองภาพถ่ายนั้น ก่อนที่มุมปากย่นๆ จะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว "เอ็งถามหาเงาที่ไม่มีตัวตน... หรือเอ็งกำลังกลัวว่าเงานั้นจะหันกลับมามองเอ็งอีกครั้งกันแน่, ผู้กอง" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีกขั้น ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อไสยเวทตามความเชื่อไร้สาระที่ผมยึดมั่นมาตลอดชีวิต แต่เป็นเพราะน้ำเสียงของชายชรา... มันตรงกับความรู้สึกประหลาดที่ผมพยายามกดทับไว้ในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพลิงกัลป์ขยับตัวเข้ามาใกล้ ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับแขนผมเบาๆ กลิ่นกายเจือจางของไม้กฤษณาและควันธูปจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก เป็นความใกล้ชิดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายในสถานการณ์ที่บีบคั้น "ตอบเขาไปเถอะครับ... อาจารย์ชand" เพลิงกัลป์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าเกรงขาม "ก่อนที่ความลับนี้จะฝังพวกเราทุกคนลงหลุมพร้อมกับคนตาย" ชายชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหברי้วราวกับกระดาษทรายถูกับเนื้อไม้ เขาเอื้อมมือเหี่ยวย่นสั่นเทาหยิบกระดาษภาพถ่ายขึ้นมาพลิกดูด้านหลัง ก่อนจะชี้ปลายนิ้วเล็บดำคล้ำไปยังมุมกระดาษที่ปรากฏรอยปั๊มหมึกจางๆ "มันไม่ใช่คนนอกสำนัก..." อาจารย์ชandกระซิบ เสียงแหบพร่าราวกับเสียงถอนหายใจจากหลุมศพ "และมันก็ไม่ใช่ภูตผีปีศาจที่ไหน... คนที่ยืนอยู่ข้างหลังฆาตกรในคืนนั้น คือผู้ที่ถือครอง 'ตำราพิชัยสงครามอาคม' เล่มสุดท้าย ซึ่งตอนนี้..." เขายกนิ้วขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าผากของผม ดวงตาสองสีจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม "...อยู่กับคนใกล้ตัวเอ็งมากที่สุดแล้ว" หัวใจของผมกระตุกวูบ ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับไฟในห้องที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท ในความมืดนั้น... มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งเอื้อมมากุมข้อมือผมไว้แน่นอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวที่คุ้นเคยลูบไล้เบาๆ ที่ชีพจรข้อมือผมอย่างเย้ายวน ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย และเสียงกระซิบกระافتกระซ่ายที่ข้างหู ก็ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบลงทันที "ระวังตัวให้ดีครับผู้กอง... เพราะตอนนี้ คนในภาพถ่ายคนนั้น กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณแล้ว" ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสืบสวนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%