กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าคร่ำคร่าลอยอบอวลจนแน่นขนัดในโพรงจมูก ทุกย่างก้าวที่ส้นรองเท้าหนังของร้อยตำรวจตรีธีธัชกระทบกับพื้นศิลา ก้องกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเสียงสะท้อนจากหลุมศพ มันไม่ใช่เสียงเดินธรรมดา หากแต่มันคือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกาลเวลาที่กำลังบิดเบี้ยว
"เราเดินผ่านห้องโถงนี้มาเป็นรอบที่สี่แล้วนะครับ... เพลิงกัลป์"
ธีธัชหยุดชะงัก ปลายกระบอกปืนในมือมั่นคงแม้เม็ดเหงื่อจะซึมไหลตามขมับ แสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องตัดผ่านความมืด เผยให้เห็นรอยสัญลักษณ์อาคมสีชาดบนผนังอิฐมอญ—รอยขูดขีดที่เขาเพิ่งใช้มีดพกทำตำหนิไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันยังคงอยู่ที่เดิม ราวกับเส้นด้ายสีแดงของความจริงที่ถูกถักทอเป็นกรงขังไร้ทางออก
เพลิงกัลป์ ซึ่งยืนพิงเสาหินโบราณอยู่ไม่ไกล ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดเสื้อโค้ตสีเข้มดูสงบนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก แววตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวทอประกายลึกล้ำ ชายหนุ่มยกบุหรี่ขึ้นจุดไฟ เปลวไฟสีส้มวาบขึ้นชั่วขณะขับให้ใบหน้าครึ่งซีกของจอมขมังเวทดูเซ็กซี่และอันตรายในเวลาเดียวกัน
"คุณนับรอบเก่งดีนี่ครับ หมวดธีธัช" เพลิงกัลป์พ่นควันสีเทาจางๆ ออกมา น้ำเสียงทุ้มนุ่มเรียบเฉยแต่แฝงความเย้าหยวนที่ชวนให้หงุดหงิด "แต่ในมิติที่กาลเวลากำลังพับเข้าหากัน การนับจำนวนก้าวเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่คุณจะทำได้"
"อย่ามาพูดจาปรัชญาบ้าๆ กับผมนะ เพลิงกัลป์" ธีธัชก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ความโกรธเกรี้ยวและอدرดที่สะสมจากคดีลี้ลับนี้ปะทะกันจนเกิดประจุไฟคุกรุ่นในอากาศ "เราติดอยู่ในวงกตเวทนี่เพราะความมั่นใจโง่ๆ ของคุณ ที่บอกว่าสะกดรอยมันได้!"
เพลิงกัลป์ก้มมองตำรวจหนุ่มที่กำลังหายใจกระชั้นชิดด้วยความโมโห รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้ธีธัชเกลียดชังพอกๆ กับที่หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าผมโง่จริง คุณคงไม่ยอมเดินตามผมเข้ามาลึกขนาดนี้หรอกครับ... คุณตำรวจ" เพลิงกัลป์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นเจือกลิ่นยาสูบปะทะเข้ากับข้างแก้มของธีธัช "ลึกจนกระทั่ง ทางออกเดียวที่มี... คือการยอมรับความจริงบางอย่างที่คุณพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต"
"ความจริงอะไร?" ธีธัชเค้นเสียงถาม นัยน์ตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
"ความจริงที่ว่า วิทยาศาสตร์และเหตุผลของคุณ... ช่วยอะไรไม่ได้ในสถานที่ที่กฏแห่งฟิสิกส์ถูกฉีกทิ้ง" เพลิงกัลป์เอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนปกเสื้อสอดประสานที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อของธีธัชเบาๆ เป็นการสัมผัสที่คุกคามแต่เย้ายวนในคราเดียวกัน "เช่นเดียวกับที่คุณพยายามใช้กฎหมาย... มาผูกมัดความตายของน้องสาวคุณในอดีต"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจ ธีธัชชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อ นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าศัตรูทางความคิด มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ก่อนที่เขาจะปัดมือของเพลิงกัลป์ออกอย่างแรง
"อย่ามายุ่งกับเรื่องของผม!" ธีธัชคำราม ลมหายใจร้อนผ่าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและหยาดน้ำตาที่ถูกสะกดกลั้นไว้
เพลิงกัลป์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือใหญ่วางทابลงบนกำแพงอิฐด้านหลังของธีธัช กักตัวนายตำรวจหนุ่มไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์ ความใกล้ชิดนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันดำมืดและอันตราย ทั้งสองจ้องตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบงันของเขาวงกตเวทที่ไร้กาลเวลา
"ผมไม่ได้ยุ่งครับ... ผมแค่กำลังเตือนสติ" เพลิงกัลป์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มนุ่มราวกระซิบจากซาตาน "วงกตนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกักขังร่างกายเราไว้... แต่มันสร้างขึ้นเพื่อทดสอบ 'ความศรัทธา' ของเราต่างหาก"
"ผมไม่ศรัทธาอะไรทั้งนั้น ไสยเวทมันก็แค่..."
"ถ้าไม่ศรัทธา... แล้วทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนั้นล่ะครับตอนที่อยู่ใกล้ผม?"
คำถามนั้นทำให้ธีธัชพูดไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่ดังโครมครามจนน่ากลัว ธีธัชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้ต่อสถานการณ์และต่อความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะนิยามระหว่างเขากับจอมขมังเวทผู้นี้
ทันใดนั้นเอง...
เสียงก้าวเท้าปริศนา... แกรก... แกรก... ก็ดังขึ้นมาจากทางเดินมืดสนิทด้านหลังของเพลิงกัลป์
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่เดินด้วยจังหวะปกติ แต่มันเป็นเสียงลากยาว ราวกับมีบางสิ่งที่มีน้ำหนักมากกำลังถูกลากไปตามพื้นหิน พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบภาษาโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์นับร้อยเสียงดังระงมขึ้นพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง
เพลิงกัลป์หุบยิ้มทันที แววตาที่เคยพินิจพิเคราะห์เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด เขาดึงร่างของธีธัชให้หลบมาอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณ ปืนพกโบราณถูกชักออกมาจากซองหนังอย่างรวดเร็ว
"ปิดปาก... แล้วอย่าส่งเสียงเด็ดขาด" เพลิงกัลป์สั่งเสียงเข้ม ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงขึ้น
แสงไฟฉายในมือของธีธัชกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงวูบ ปล่อยให้ความมืดมิดเข้ากลืนกินทั้งคู่ในพริบตา และในความมืดสนิทนั้นเอง ประกายไฟสีเขียวมรกตก็สว่างวาบขึ้นที่ปลายทางเดิน พร้อมกับการปรากฏร่างของเงาสูงตระหง่านในชุดคลุมโบราณที่ก้าวออกมาจากผนังอิฐต่อหน้าต่อตา—และเงาร่างนั้น... คือร่างของธีธัชเองในวัยเด็ก ที่กำลังถือตะเกียงน้ำมันเก่าๆ และมองตรงมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 17 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 17
กลลวงของกาลเวลา
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!