เสียงคำรามของฟ้าแลบฉีกกระชากความมืดมิดภายนอกให้สว่างวาบชั่วขณะ เผยให้เห็นหยาดฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างห้องเช่าเก่าๆ ย่านชานเมืองราวกับต้องการชะล้างความโสมมทั้งหมดของเมืองหลวงให้หมดสิ้นไป ทว่าภายในห้องพักแคบๆ ขนาดไม่กี่ตารางเมตร กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันทางอารมณ์ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าพายุข้างนอกเสียอีก
"คุณกำลังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือบังหน้า เพื่อสนองความสะใจส่วนตัวโดยอาศัยคราบของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์... น่าสมเพชดีแทค"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับกระแสจิตที่แผ่ออกมาจากความมืด ทำให้ รตท. ธีธัช ต้องขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังขาดๆ แสงสลัวจากตะเกียงเจ้าพายุสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเพลิงกัลป์ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณขากรรไกรและแววตาสีเข้มที่สะท้อนประกายความเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด
ธีธัชขยับตัวเล็กน้อย เสียงข้อต่อกระดูกลั่นเบาๆ ท่าความเงียบ เขาไม่ได้ตอบโต้ในทันที แต่เลือกที่จะคว,คุมลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อสกัดกั้นอารมณ์โกรธที่กำลังพลุ่งพล่าน การกบดานอยู่ในเซฟเฮาส์นอกกฎหมายแห่งนี้ ร่วมกับ "อาชญากรทางไสยเวท" ที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด คือบทลงโทษที่ตลกร้ายที่สุดในชีวิตราชการของเขา
"กฎหมายมีไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ไม่ใช่ให้ฆาตกรที่ใช้คาถาอาคมปลิดชีพคนอื่นตามอำเภอใจมาตัดสินใคร" ธีธัชกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "สิ่งที่คุณทำในคืนนี้ที่โกดังร้างนั่น... มันคือการฆาตกรรมชัดๆ เพลิงกัลป์"
เพลิงกัลป์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำเซ็กซี่แต่แฝงไว้ด้วยความหยามหยัน ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน ช้าๆ ทว่าเต็มไปด้วยพลังกดดัน ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนเต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณ เขาเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มในเครื่องแบบตำรวจทีละก้าว กลิ่นอายเฉพาะตัวของจอมขมังเวท—กลิ่นจันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายฝนและควันธูปจางๆ—ลอยเข้ามาปะทะจมูกของธีธัชจนสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่สั่นประสาท
"ความสงบเรียบร้อยงั้นหรือครับ หมวดธีธัช..." เพลิงกัลป์หยุดยืนตรงหน้า ร่างกายของทั้งสองห่างกันเพียงคืบเดียว จนธีธัชต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา "คุณหลับตาข้างหนึ่งให้กับความเน่าเฟะของพวกผู้มีอิทธิพลที่ใช้เงินซื้อความยุติธรรม ปล่อยให้วิญญาณของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วนต้องกลายเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนเพราะกระดาษแผ่นเดียวที่เรียกว่าหมายศาล... แล้วคุณยังมีหน้ามาพูดเรื่องกฎหมายกับผมอีกหรือครับ"
"นั่นคือหน้าที่ของผม!" ธีธัชตวาดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งกร้าวพุ่งตรงไปยังนัยน์ตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ผมไม่สนว่าใครจะใหญ่มาจากไหน หรือใครจะตายเพราะกรรมเวรบ้าบออะไรตามความเชื่อของคุณ แต่ตราบใดที่ผมยังใส่เครื่องแบบนี้ ความถูกต้องตามหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ศาลเตี้ยที่ขับเคลื่อนด้วยความแค้นส่วนตัวแบบที่คุณทำ!"
เพลิงกัลป์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองสำรวจใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มที่มีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม สายตาของจอมขมังเวทเลื่อนจากดวงตาคู่ดื้อรั้น ลงมาที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะวกกลับมาสบตาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"ความแค้นส่วนตัวเหรอครับ..." เพลิงกัลป์กระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย "คุณต่างหากล่ะหมวด ที่กำลังใช้คดีฆาตกรรมไสยเวทนี้เพื่อชำระสะสางปมในอดีต... ปมที่พี่สาวของคุณต้องตายอย่างทรมานจากพิธีกรรมบ้าๆ โดยที่ตำรวจน้ำดีอย่างคุณทำได้แค่ยืนมองหลักฐานที่ไม่หลงเหลืออะไรเลย"
ราวกับถูกเข็มพิษแทงเข้าที่จุดตาย ธีธัชชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงชั่วขณะ ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางราชการนับร้อยนับพันถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างเลือดเย็นในประโยคเดียว
มือหนาของธีธัชพุ่งไปกระชากคอเสื้อเชิ้ตของเพลิงกัลป์เข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในระยะประชิด นัยน์ตาสองคู่จ้องกันเขม็งราวกับสัตว์ป่า สองมืออาชีพที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของศีลธรรมและอุดมการณ์ บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย—ความเกลียดชัง ความโกรธแค้น และแรงดึงดูดประหลาดที่ปะปนกันอยู่ในความมืด
"ห้ามพูดถึงเรื่องนี้... อีกเป็นอันขาด" ธีธัชขู่ลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเทือกลงเล็กน้อยด้วยความเคียดแค้นที่พยายามกดไว้
เพลิงกัลป์ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขากลับยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะข้อมือของธีธัชที่กำคอเสื้อของตนอยู่สัมผัสที่อบอุ่นและแข็งแกร่งตัดกับบรรยากาศหนาวเหน็บภายนอกอย่างสิ้นเชิง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผ่านผิวเนื้อเบาๆ อย่างจงใจยั่วเย้า ทว่าแววตายังคงคมกริบและลุ่มลึก
"ความจริงมันเจ็บปวดเสมอใช่ไหมครับ หมวดธีธัช..." เพลิงกัลป์เอ่ยกระซิบชิดริมหูของนายตำรวจหนุ่ม ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนธีธัชรู้สึกขนลุกชัน "คุณเกลียดไสยศาสตร์ เพราะมันพรากครอบครัวคุณไป... แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า มีเพียง 'ศาสตร์มืด' ของผมเท่านั้น ที่จะลากตัวฆาตกรตัวจริงที่กฎหมายของคุณเอื้อมไม่ถึง ออกมาให้คุณพิพากษาด้วยมือคู่นั้น"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของธีธัช มันจี้ใจดำและแม่นยำจนเขาไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ หลงเหลืออีก ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยอำนาจและอาคม ตำรวจตาดำๆ อย่างเขาทำได้เพียงวิ่งไล่เงาของความอยุติธรรม
ก่อนที่ธีธัชจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงฝีเท้าฝ่าน้ำฝนภายนอกอาคารก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเดินธรรมดา แต่มันคือเสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องพักที่อยู่สูงจากพื้นดินถึงสามชั้น!
ทั้งสองคนชะงักค้างในท่าทางเดิม เพลิงกัลป์หุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังอย่างเต็มพิกัด ขณะที่ธีธัชปล่อยมือจากคอเสื้อของอีกฝ่าย ชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ
เสียงฝนด้านนอกเงียบลงฉับพลันราวกับถูกตัดตอน เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว และเสียงเคาะสามครั้งที่ดังขึ้นอีกครั้งจากบานกระจกฝ้าที่เปียกชุ่ม
เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาขวางหน้าธีธัชไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเงาดำทะลายที่ทาบทับอยู่หลังกระจก เงาร่างนั้นบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนของมนุษย์ และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างเงาก็ยื่นมือเรียวยาวผิดธรรมชาติทะลุกระจกใสเข้ามาในห้อง—โดยไม่มีแม้แต่เสียงเศษแก้วแตก!
บนฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ นั้น กำลังกำวัตถุบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของธีธัชต้องสะดุดกุน... มันคือ "เหรียญตราตำรวจ" ของสารวัตรผู้บังคับบัญชาของเขาเอง ที่เพิ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวและไสยเวทนี้นะครับ
ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด•ตอนที่ 5
คนสองขั้วในคืนห่าฝน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับคนชายขอบในเงามืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!