หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาว แสดงผลความเงียบงันมาเป็นเวลาติดต่อกันสามวันเต็มแล้วค่ะ
สำหรับต้นข้าวแล้ว สามวันแปดสิบชั่วโมงนี้มันช่างยาวนานเสียยิ่งกว่าตอนที่ต้องนั่งทนฟังอาจารย์บรรยายวิชาสถิติธุรกิจติดต่อกันสามเซสชันเสียอีก นิ้วเรียวที่มักจะรัวแป้นพิมพ์ตอบโต้กับใครบางคนด้วยความหงุดหงิด ปัจจุบันกลับเอาแต่ไถหน้าจอแชทกลุ่มเลื่อนขึ้นเลื่อนลงอย่างไร้จุดหมาย มองดูช่องสนทนาที่ไม่มีแม้แต่เงาของข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อ ‘Artist_Art’ โผล่ขึ้นมาทักทายเหมือนเช่นเคย
*ไหนคะ… เมื่อกี้พี่บอกว่าอะไรนะ?*
ประโยคคำถามท้าทายที่เธอเผลอพิมพ์ส่งไปเมื่อสามคืนก่อนในแชทกลุ่มคณะ ยังคงนอนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ไม่มีสติกเกอร์รูปแมวกวนๆ ไม่มีแม้แต่การอ่านแล้วไม่ตอบ พี่อาร์ตเลือกที่จะหายตัวไปจากระบบอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของรุ่นปีสี่คนนั้นถูกตัดขาดไปจากโลกใบนี้อย่างกะทันหัน
“หายไปไหนของเขานะ… หรือว่าโทรศัพท์พัง? หรือว่าโดนหิ้วตัวไปทำโปรเจกต์จบจนไม่ได้นอน? หรือว่า… เบื่อที่จะแกล้งเราแล้ว?”
ต้นข้าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางเบะลงอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังไอคอนรูปโปรไฟล์ของคนตัวสูงที่ยังคงเป็นรูปท้องฟ้ายามเย็นที่เขาเคยถ่ายส่งมาอวดเมื่อสัปดาห์ก่อน ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกด้านซ้ายนี่มันคืออะไรกันคะ ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกเหมือนพื้นที่ในห้องนอนมันกว้างขึ้น และความเงียบรอบตัวมันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน ทั้งที่ปกติควรจะโล่งใจไม่ใช่หรือคะที่ไม่มีคนมารjวmgวนคอยหยอดคำหวานชวนเลี่ยนให้ใจเต้นผิดจังหวะ
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นสั้นๆ ทำเอาหัวใจที่ฝוฟ่อแฟ่ของคนรอคอยกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้น ต้นข้าวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความเร็วแสง แต่ทว่า…
*(กลุ่ม: แก๊งนี้มีแต่คนสวย)*
**ไอ้ปั้น:** “มึงงง ใครว่างช่วยกูทำสлайด์สรุปชีวะหน่อยดิ อาจารย์แกแกσόดสไลด์ใหม่หมดเลยโว้ยยยย”
**น้ำตาล:** “กูไม่ว่างค่ะเพื่อนรัก กูติดธุระสำคัญ (กำลังนอนดูซีรีส์เกาหลีพระเอกหล่อมาก)”
**ต้นข้าว:** “……”
ความผิดหวังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนเธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ต้นข้าวโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแรงจนเครื่องกระดอนไปไกล เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายมองเพดานห้อง สมองพยายามคิดหาเหตุผลร้อยแปดพันประการมาอธิบายความเงียบงันของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็วนกลับมาที่จุดเดิม… จุดที่เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า *‘คิดถึง’* น้ำเสียงกวนๆ และรอยยิ้มมุมปากเวลารุ่นพี่คนนั้นแกล้งอำเสียแล้ว
“คนอะไร… พอหายไปก็หายไปเฉยๆ แบบนี้เลยเหรอวะ ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วก็ชิ่งหนีเนี่ยนะ นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย!”
ต้นข้าวบ่นพึมพำคนเดียวด้วยความหงุดหงิด มือเรียวคว้าหมอนใบโตมาทุบระบายความอัดอั้นตันใจไปหลายที ก่อนจะพลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ ถ้าพี่อาร์ตคิดว่าจะใช้วิธีเงียบหายเพื่อให้เธอเป็นฝ่ายลงไปดิ้นพล่านก่อนล่ะก็… ฝันไปเถอะค่ะ! คนอย่างต้นข้าวไม่มีวันยอมลดตัวไปทักหาก่อนเด็ดขาด!
ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็ม ความอดทนของต้นข้าวเดินทางมาถึงขีดจำกัด เมื่อความเงียบเริ่มกลายเป็นความกระวนกระวายใจที่กัดกินความรู้สึกทีละน้อย จนในที่สุด เธอก็ทนไม่ไหวต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรายชื่อเพื่อนสนิทเพื่อระบายความอึดอัดนี้ออกมา
*(แชทส่วนตัว: ต้นข้าว <-> น้ำตาล)*
**ต้นข้าว:** “แก…”
**น้ำตาล:** “ว่าไงมึง ผัวทิ้งเหรอ ถึงทักมาหาชะนีน้อยตาดำๆ แบบกูเนี่ย”
**ต้นข้าว:** “ปากคอเราเนี่ยนะน้ำตาล! ใครผัวฉัน ไม่มี๊! พูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวแม่ตีตายหรอก”
**น้ำตาล:** “อ้าว ก็เห็นทำหน้าหงิกเป็นตูดเป็ดมาสามวันติดละ ตั้งแต่พี่อาร์ตเขาเงียบหายไปจากกลุ่ม… อุ๊ย! กูหลุดปากเหรอเนี่ย โทษทีนะจ๊ะเพื่อนรัก ฮ่าๆๆๆ”
**ต้นข้าว:** “น้ำตาล! แกนี่มันเพื่อนทรยศชัดๆ ใครเขาสนใจไอ้รุ่นพี่หน้ามึนคนนั้นกันเล่า เขาจะหายหัวไปถึงดาวอังคารก็เรื่องของเขาเถอะ ฉันไม่ได้สนใจสักนิด!”
**น้ำตาล:** “จ้าาา ไม่สนใจก็ไม่สนใจจ่ะแม่คุณ แต่เบอร์โทรศัพท์ของพี่เขา แกกดเข้ากดออกหน้าโปรไฟล์จนหน้าจอมือถือจะทะลุอยู่แล้วมั้งคะคุณต้นข้าวขา”
ต้นข้าวถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะเมื่อโดนเพื่อนรักรู้ทัน นิ้วที่กำลังจะพิมพ์ข้อความด่ากลับต้องหยุดชะงักลง แก้มเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา เธอรีบปฏิเสธเสียงแข็งกลับไปทันที
**ต้นข้าว:** “เพ้อเจ้อ! ฉันแค่จะเช็กดูเฉยๆ ว่าบล็อกฉันหรือยังต่างหากเล่า!”
**น้ำตาล:** “โอ๋ๆๆ ไม่แกล้งละก็ได้จ่ะ งั้นสรุปว่าแกเป็นห่วงเขาใช่ไหมล่ะ ทำไมไม่ลองทักไปหาเขาก่อนเล่า ผู้ชายเขาก็อาจจะฟอร์มจัดเหมือนแกนั่นแหละน่า”
**ต้นข้าว:** “ไม่เอาเด็ดขาด! ฝันไปเถอะว่าฉันจะทักไปหาก่อน คนที่หายไปก่อนต้องเป็นฝ่ายง้อสิถึงจะถูก”
ต้นข้าวพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความดื้อรั้น แม้ในใจลึกๆ จะแอบเห็นด้วยกับคำแนะนำของเพื่อนสนิทอยู่บ้างก็ตาม เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิด สายตากวาดมองข้อความแชทเก่าๆ ที่เคยคุยกัน ยิ่งอ่านก็ยิ่งใจหายวาบ ภาพรอยยิ้มหยอกล้อและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำลอยวนเวียนอยู่ในหัวสมองจนสลัดไม่ออก
ในจังหวะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นกะทันหันจนสะดุ้งสุดตัว หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจของต้นข้าวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*(สายเรียกเข้า: พี่อาร์ต)*
ลมหายใจของต้นข้าวสะดุดกึก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะจ้องมองหน้าจอที่สว่างวาบ เธอจะกดรับดีไหม หรือจะกดตัดสายแล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็นดีคะ? แต่ทว่า นิ้วเจ้ากรรมกลับขยับเร็วกว่าความคิด เมื่อหัวแม่มือเผลอปัดปุ่มสีเขียวรับสายไปเสียแล้ว!
“ฮะ… ฮัลโหล!” ต้นข้าวเผลอเผลอตะקใส่ปลายสายด้วยความตกใจและประหม่า
เงียบ… ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมาทันที มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงบรรยากาศรอบข้างที่ดูอื้ออึงคล้ายกับเสียงประกาศในสถานีรถขนส่งหรือสนามบินอย่างไรอย่างนั้น
“พี่อาร์ต? ถ้าโทรมาแล้วไม่พูด ฉันวางสายนะ!” ต้นข้าวขู่เสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง
“ข้าวครับ…” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอמהขึ้นแผ่วเบา ปลายสายถอนหายใจยาวเหยียดราวกับคนเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ “พี่ขอโทษนะ… ที่หายไปหลายวัน พอดีเกิดเรื่องกะทันหันที่บ้านต่างจังหวัดนิดหน่อย พี่ต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องด่วนจนไม่ได้บอก…”
น้ำเสียงที่อ่อนล้าและจริงจังผิดจากยามปกติ ทำให้ความโกรธเคืองทั้งหมดที่ต้นข้าวสะสมมาสามวันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความกังวลใจเข้ามาแทนที่
“เอ่อ… เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? แล้วตอนนี้โอเคไหมเนี่ย” ต้นข้าวเผลอถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความห่วงใยหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงมีความอบอุ่นเจือความเหนื่อยล้าส่งผ่านมาตามคลื่นสัญญาณโทรศัพท์
“เป็นห่วงพี่เหรอครับ… เสียงสั่นเชียว”
“ใครเป็นห่วงพี่กันเล่า! อย่ามาหลงตัวเองนะ! ฉันแค่ถามตามมารยาทในฐานะรุ่นน้องต่างหาก!” ต้นข้าวรีบแก้ตัวเสียงดังลั่นหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
“ครับๆ รุ่นน้องก็รุ่นน้อง…” พี่อาร์ตเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของต้นข้าวเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “แต่ตอนนี้… พี่อยู่หน้าหอพักของน้องแล้วนะ ลงมาหาพี่หน่อยได้ไหมครับ… *คนดี*”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด ต้นข้าวพุ่งพรวดลุกขึ้นจากเตียงนอนวิ่งไปที่หน้าต่างห้องพักแล้วแหกม่านมองลงไปด้านล่างทันที และภาพที่ปรากฏอยู่ใต้แสงไฟสลัวของหอพักก็คือร่างสูงโปร่งของรุ่นปีสี่ที่ยืนถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ พร้อมกับโบกมือขึ้นมาให้เธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คุ้นเคย…
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะยิ้มแก้มปริไปพร้อมๆ กับความละมุนปนความกวนของพวกเขานะคะ!
ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 33
ระยะห่างที่ยาวนาน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!