ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 32

หึงจนควันออกหู

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่คะพี่อาร์ต?” เสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* จนแก้วชาเขียวเย็นเฉียบในร้านกาแฟใต้คณะสะเทือนระรอกน้ำ ต้นข้าวหายใจหอบถี่ ไหล่บางไหวสะท้อนด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานหลายวัน ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววดื้อรั้น ตอนนี้กลับมีรื้นน้ำใสคลอหน่วยด้วยความโกรธปนน้อยใจระคนกัน คนถูกถามไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย พี่อาร์ตยังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงช้าๆ สายตาคมกริบที่มองลอดกรอบแว่นสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความพินิจพิจารณา ราวกับกำลังมองเด็กน้อยที่กำลังอาละวาดเพราะไม่ได้ของเล่นที่ถูกใจ “ใจเย็นก่อนสิครับ… อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ พี่ติดปากพูดคำนั้นซะแล้ว” รอยยิ้มมุมปากของคนตัวสูงช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกินในสายตาของต้นข้าว “หมายถึงว่า… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะน้องต้นข้าว หูหนวกหมดแล้วมั้ง เสียงดังทะลุไปถึงร้านเบเกอรีหัวมุมถนนโน่นแน่ะ” “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะคะ!” ต้นข้าวปัดมือถือที่เปิดหน้าจอแชทกลุ่มคณะค้างไว้กระแทกหน้าตักตัวเอง “แล้วนี่มันอะไร รูปที่พี่ไปยืนกินบิงซูคู่กับยัยดาวคณะนิเทศเมื่อวานนี้คืออะไรคะ? ไหนบอกว่าติดธุระด่วนไงวะ… คุยงานเหรอคะ? งานหรือว่าจีบกันแน่!” บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นแปลบปะทุ พี่อาร์ตถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทศบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน สายตาที่มองมาอ่อนลงนิดหน่อย แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงไม่จางหายไปไหน “หึงเหรอคะ?” คำถามสั้นๆ น้ำเสียงนุ่มทุบทำลายกำแพงความเกรี้ยวกราดของต้นข้าวลงในเสี้ยววินาที หน้าของต้นข้าวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ลามเลียไปจนถึงใบหูแดงแจ๋ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “บ้าบออะไรเล่า! ใครหึงพี่วะ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยนะคะ!” ต้นข้าวโวยวายเสียงหลง รีบเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มฟ้องความจริง “ฉันแค่… ฉันแค่รำคาญที่พี่ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันในแชทกลุ่ม แต่ลับหลังกลับไปเทียวไล้เทียวขื่อคนอื่นต่างหากเล่า!” “อ๋อ…” พี่อาร์ตลากเสียงยาวในลำคอ แววตาพราวระยับขึ้นอย่างชัดเจน “สรุปคือหึงที่พี่ไปกับคนอื่น ไม่ได้หึงเรื่องงานใช่ไหมคะ?” “พี่อาร์ต!” ต้นข้าวหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายไหล่เตรียมตัวหนีออกจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้เต็มที “ถ้าไม่มีอะไรจะอธิบาย งั้นก็ไม่ต้องคุยกันแล้วค่ะ! เชิญไปกินบิงซูกับยัยดาวอะไรนั่นตามสบายเลยนะ!” หมับ! ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยมืออุ่นจัด แรงดึงไม่ได้มากมายนักแต่กลับทำให้ต้นข้าวขยับไปไหนไม่ได้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่ต้นข้าวนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นส่ำ “ปล่อยนะคะ!” ต้นข้าวพยายามสะบัดข้อมือหนี แต่ยิ่งดึงก็ยิ่งเหมือนถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มองไม่เห็น “ฟังพี่อธิบายก่อนสิคะ เด็กดื้อ” เสียงกระซิบนั้นดังอยู่ใกล้แค่หู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดร่องคอจนต้นข้าวต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และตื่นตระหนก “รูปนั้นน่ะ ถ่ายตั้งแต่วันก่อนที่พี่จะตกลงจีบเราซะอีก… แล้วบังเอิญวันนั้นเพื่อนในกลุ่มมันแท็กซ้อนขึ้นมาพอดี พี่ไม่ได้ติดต่อกับดาวมาเป็นปีแล้วค่ะ คนที่พี่อยากกินบิงซูด้วยจริงๆ มีแค่คนแถวนี้ต่างหากล่ะ” “ใคร… ใครคนแถวนี้ไม่ทราบคะ” ต้นข้าวเสียงสั่น พยายามกลั้นยิ้มสุดฤทธิ์แต่หางตากลับกระตุกยิกๆ ด้วยความเขิน “ก็คนที่กำลังหน้าแดงจนจะระเบิดอยู่ตอนนี้ไงคะ” พี่อาร์ตยิ้มกริ่ม ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ยอมรับมาซะดีๆ เถอะค่ะว่าหึง… หูแดงหมดแล้วเนี่ย” “ใครหึง! ไม่ได้หึงสักหน่อย มะโนไปเอง...” ต้นข้าวเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ดวงตากลมโตหลบวูบไปมองแก้วน้ำชาเขียวบนโต๊ะแทนที่จะสบตากับคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า “ปากแข็งจังนะคะ” พี่อาร์ตหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะใช้นิ้วมืออีกข้างจิ้มเบาๆ ที่แก้วใสของต้นข้าว “ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องโวยวายซะบ้านแทบแตก แถมยังงอนพี่มาสามวันเต็มๆ ไม่ยอมตอบแชทส่วนตัวเลยล่ะหึ?” “ก็… ก็พี่มันน่าโมโห!” ก่อนที่ต้นข้าวจะได้เอ่ยเถียงอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* ทั้งสองคนชะงักไปชั่วขณะ ต้นข้าวเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของโต๊ะอาหาร ชื่อกลุ่มแชทคณะที่คุ้นเคยปรากฏข้อความใหม่เด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ จากบัญชีของเพื่อนสนิทในกลุ่มที่แทบไม่เคยพลาดเรื่องชาวบ้าน [แจ็คสัน (เพื่อนสนิท): "เห้ยพวกแก! รีบเปิดดูไอจีสตอรี่ของพี่มีนดาวนิเทศด่วน! เมื่อกี้เขายังลงรูปคู่กับพี่อาร์ตอยู่เลยเว้ย บอกว่า 'ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะคะพี่อาร์ต น่ารักที่สุดในโลกเลย' แถมแท็กไอจีพี่อาร์ตตรงเป๊ะ! ไหนบอกว่าเคลียร์กันแล้ววะต้นข้าว?"] โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาที รอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าของพี่อาร์ตแข็งค้างไปทันทีเมื่อเจ้าตัวเหลือบไปเห็นข้อความนั้นสะท้อนอยู่บนหน้าจอ ต้นข้าวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่เมื่อครู่ยังมีความเขินอายเจืออยู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบชนิดที่ทำเอาพี่อาร์ตถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ไหนคะ… เมื่อกี้พี่บอกว่าอะไรนะ?” ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะชอบความโบ๊ะบ๊ะปนลุ้นระทึกของคู่นี้ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%