ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 28

ความลับในแชทส่วนตัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“บอกแล้วไงคะว่าเลิกส่งสติกเกอร์แมวหน้ากวนประสาทมาสักที น้องข้าวจะอ่านหนังสือสอบชีวะนะคะพี่อาร์ต!” ปลายนิ้วเรียวของต้นข้าวกดแป้นพิมพ์รัวยิกด้วยความหัวร้อน หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสว่างวาบขึ้นในความเงียบสงบของห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์ แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟอ่านหนังสือสะท้อนลงบนใบเนียนใสที่ตอนนี้กำลังมุ่ยลงอย่างน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแชทส่วนตัวที่ไม่มีชื่อกลุ่ม “สภากาชาดจำเป็น” มารบกวนอีกต่อไปแล้ว... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่หน้าจอแจ้งเตือนของเขามีแต่ชื่อ ‘พี่อาร์ต’ เด้งขึ้นมาแทบจะทุกๆ สามนาที นี่คือตอนที่ยี่สิบแปดแล้วค่ะ—เวลาผ่านไปเร็วจนดิฉัน ‘สมุดบันทึกสีน้ำตาล’ เองก็ยังใจหาย ที่ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงในแชทกลุ่มวันนั้น บัดนี้ได้ถูกย้ายสมรภูมิรบมาสู่พื้นที่สีชมพูแบบตัวต่อตัวอย่างเต็มรูปแบบ [ART_]: ก็หน้ามันเหมือนน้องข้าวตอนดึงหน้าใส่อ่ะครับ พี่เห็นแล้วนึกถึงเลยส่งให้ดู น่ารักดี ต้นข้าวสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามท่องยุบหนอพองหนอในใจเพื่อไม่ให้เผลอปาโทรศัพท์มือถือทิ้งลงถังขยะ ปากบางๆ เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือข้างหนึ่งกำปากกาไฮไลต์แน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีด คนอะไรหน้ามึนเป็นที่สุด! บอกให้น อ่านหนังสือสอบตั้งหลายรอบก็ยังจะชวนคุยอยู่ได้ [TonKhao_]: ใครหน้าเหมือนแมวคะ! พี่อาร์ตตาฝาดแล้ว ปล่อยให้น้องข้าวอ่านหนังสือเถอะนะ 🥺 เดี๋ยววิชาสัตววิทยาตกขึ้นมา พี่อาร์ตต้องรับผิดชอบพาไปแก้บนเลยนะ [ART_]: รับผิดชอบอยู่แล้วครับ... พาไปกินชาบูก็ได้ หรือจะให้พี่รับผิดชอบเป็นแฟนเลยดีล่ะครับ เลือกเอา ฉับพลัน หัวใจเจ้ากรรมของต้นข้าวก็กระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ร่างบางสะดุ้งเฮือกจนเผลอทำปากกาหลุดมือกลิ้งตกลงไปใต้โต๊ะศึกษาค้นคว้า ต้นข้าวสบถเบาๆ ในลำคอ รีบมุดลงไปเก็บด้วยความทุลักทุเล พยายามซ่อนใบแดงก่ำที่แม้แต่ความมืดใต้โต๊ะก็ไม่อาจปิด The Heat of Emotion นี้มิดได้ ให้ตายสซิ! คนคนนี้ขยันหยอดอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ทุกทีที่อยู่ในกลุ่มยังมีเพื่อนๆ คอยช่วยเบรก ช่วยรุมแซวให้พอได้ตั้งหลัก แต่นี่พอเหลือกันแค่สองคน... แรงกระแทกทางจิตใจมันช่างรุนแรงเสียจนต้นข้าวแทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง บรรยากาศในห้องสมุดช่วงสามทุ่มกว่าเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษแผ่วเบาของนักศึกษาอีกสองสามคนที่นั่งอยู่มุมห้อง กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นชาเขียวอุ่นๆ ที่วางอยู่ข้างกองชีตสรุปช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น ทว่าหัวใจของคนตัวเล็กกลับเต้นระรัวราวกับมีวงกลองมาตีอยู่ข้างใน ตั้งแต่วันที่พี่อาร์ตเริ่มทักแชทส่วนตัวมาบ่อยขึ้น โลกใบเดิมของต้นข้าวก็มีอะไรให้ลุ้นระทึกทุกวัน จากเดิมที่เคยรำคาญความกวนประสาท ตอนนี้กลับกลายเป็นความคุ้นชิน... และลึกๆ แล้ว ต้นข้าวเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พื้นที่ว่างข้างๆ หัวใจเริ่มมีเงาของรุ่นปีสี่คนนี้ขยับเข้ามาใกล้เสียจนแทบจะแนบชิด “ฮึ่ม... คิดว่าจะเขินเหรอ ฝันไปเถอะ!” ต้นข้าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ยกมือขึ้นพัดลมใส่แก้มที่ยังร้อนฉ่า ก่อนจะก้มลงมองหน้าจออีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ปนความเขินที่ล้นปรี่ [TonKhao_]: พูดจาแปลกๆ อีกแล้วนะ! ไปอ่านหนังสือของตัวเองเลยไป ใกล้สอบโปรเจกต์จบไม่ใช่เหรอคะ อย่ามาทำเป็นว่างงานแถวนี้ [ART_]: ว่างกับน้องข้าวคนเดียวครับ... นี่ ตั้งใจอ่านหนังสือจริงๆ นะเนี่ย ดูดิ พี่จดสรุปส่งมาให้ตรวจด้วยนะ ปิ๊ง! รูปภาพในแชทเด้งขึ้นมา ต้นข้าวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อยก่อนจะกดเปิดดู ภาพสมุดโน้ตลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดคาด พร้อมทั้งไฮไลต์สีสันสดใสแยกประเด็นไว้อย่างเข้าใจง่าย มีข้อความเขียนด้วยลายมือแซวขำๆ ตรงมุมกระดาษว่า *‘ติวให้ขนาดนี้แล้ว ตอนสอบต้องได้เอเท่านั้นนะ ไม่งั้นพี่จะยึดตัวน้องข้าวมาเป็นแฟนหักค่าน้ำมัน’* รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของต้นข้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกอย่างประหลาด ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาทของพี่อาร์ตมันช่าง... ร้ายกาจเสียจริง ทำให้คนปากแข็งอย่างเขาเผลอยิ้มออกมาได้ทุกที [TonKhao_]: อืม... ก็ได้ค่ะ ถือว่าลายมือพอใช้ได้ ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะคุณชายอาร์ต [ART_]: เปลี่ยนจากขอบพระคุณ เป็น ‘ขอบคุณครับที่รัก’ จะน่าฟังกว่านี้นะครับเด็กดี 😉 [TonKhao_]: พี่อาร์ต!!! ทะเล้นอีกแล้วนะ เดี๋ยวปัดบล็อกซะเลยนี่! [ART_]: ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นน่า เดี๋ยวสมาธิแตกหมดพอดี ตั้งใจอ่านนะเด็กดื้อ เดี๋ยวตีตายเลย ต้นข้าวหลุดหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ จนคนโต๊ะข้างๆ หันมามองด้วยสายตาดุๆ เจ้าตัวเลยต้องรีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยแล้วก้มหน้ากุקדลงกับกองหนังสือต่อ ทว่าความรู้สึกพองฟูในอกกลับทำให้ตัวหนังสือวิชาชีวะที่เคยอ่านยากเย็น ดูน่ารักขึ้นมาถนัดตา ผ่านไปร่วมชั่วโมง ความเงียบสงบในห้องสมุดเริ่มถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่ต้นข้าวนั่งอยู่ ต้นข้าวขมวดคิ้วเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นจากกองชีต เตรียมจะเอ็ดใส่คนที่ส่งเสียงดังรบกวนสคนอื่น ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับร่างสูงโปรดของรุ่นพี่ปีสี่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี พี่อาร์ตยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโปรดและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทาง ฝ่ามือหนาวางกระป๋องกาแฟเย็นและขนมปังปิ้งเนยนมกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะข้างกองหนังสือของต้นข้าวอย่างถือวิสาสะ “อ้าว... ไหนบอกว่าอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องไงคะ!” ต้นข้าวอุทานเสียงเบาอย่างตกใจ รีบดึงชีตสรุปหลบแทบไม่ทัน “ก็คิดถึงเด็กแถวนี้ กลัวอ่านจนเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน เลยเอาเสบียงมาส่งครับ” พี่อาร์ตย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน รอยยิ้มมุมปากนั้นช่างอบอุ่นและอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยเหลือเกิน “แล้วก็... มีเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง ที่ไม่อยากพิมพ์บอกในแชทแล้วด้วย” “เรื่อง... เรื่องอะไรคะ?” ต้นข้าวใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า พี่อาร์ตไม่ตอบทันที ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนต้นข้าวต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายกลับวางท้าวลงบนพนักเก้าอี้ ปิดกั้นทางหนีไว้เสียสนิท ดวงตาคมคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของต้นข้าว นิ่งสนิท และจริงจังเสียจนคนถูกมองแทบหยุดหายใจ “เรื่องที่ว่า...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว “พี่ไม่ได้แค่อยากจีบในแชทแล้วนะ... ต้นข้าวช่วยลงจากคานมาเป็นแฟนพี่จริงๆ สักทีได้ไหมครับ?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับหัวใจของน้องต้นข้าวในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%