“อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้รุจน์! มึงไปเอาความลับตอนปีหนึ่งกูมาจากไหน!”
เสียงโวยวายของต้นข้าวเกือบจะปลุกให้หอสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ลุกเป็นไฟ ถ้าหากว่าเจ้าตัวไม่ยั้งเสียงไว้ทันในวินาทีสุดท้าย ปลายสายของหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏภาพวิดีโอคอลแบบกลุ่มของแก๊งเพื่อนสนิทสามคนที่กำลังทำหน้าตาสะเออะส่งยิ้มกริ่มมาให้ ชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดยั้งความอยากรู้อยากเห็นของพวกมันได้
สมุดบันทึกสีน้ำตาลของดิฉันในตอนนี้ คงต้องบันทึกเหตุการณ์หน้าแตกหมอไม่รับเย็บของน้องต้นข้าวไว้ตัวโต ๆ เสียแล้วค่ะ เพราะความซุ่มซ่ามของเพื่อนสนิทตัวดีอย่าง ‘รุจน์’ ดันโป๊ะแตกกลางกลุ่มแชทที่รุ่นพี่ปี 4 อย่าง ‘พี่อาร์ต’ อยู่ด้วย งานนี้บอกได้คำเดียวว่า... บันเทิงค่ะ!
“โหย เครียดไรวะไอ้ข้าว กูไม่ได้ตั้งใจพิมพ์หลุดสักหน่อย” รุจน์ลอยหน้าลอยตาตอบผ่านหน้าจอในขณะที่กำลังเคี้ยวขนมกรุบกรอบเสียงดังกร้วม ๆ “ก็ตอนนั้นมึงเมาแอ๋แล้วบ่นว่าแอบชอบพี่รหัสเทวดาอะไรนั่นไม่ใช่เหรอวะ ใครจะไปรู้ว่าพี่อาร์ตแกจะตาไวแอบส่องแชทแล้วแคปมาถามพวกกูแบบเรียลไทม์ขนาดนี้”
“มึงมันเพื่อนทรยศ!” ต้นข้าวแยกเขี้ยวใส่หน้าจอ นิ้วเรียวชี้หน้าเพื่อนในจออย่างคาดโทษ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความอายที่พุ่งทะยานจนปรอทแทบแตก “แล้วไหนแกบอกว่าจะช่วยฉันกันไงวะไอ้พวกเวร ทำไมถึงปล่อยให้พี่อาร์ตเขารู้เรื่องนี้ได้เล่า!”
“อ้าว ก็พี่อาร์ตแกเล่นรุกหนักขนาดนั้น ใครจะไปต้านไหววะ” ปอนด์เสริมขึ้นมาบ้าง พร้อมกับทำมือประกอบท่าทางประกอบคำพูด “พวกกูไม่ได้ขายเพื่อนนะเว้ย แต่พี่เขาแจกหนัก สายเปย์ตัวพ่อแถมยังฉลาดเป็นกรด ใครจะไปบังคับเกมเขาได้ ขืนพวกกูกันไว้ มีหวังโดนพี่อาร์ตเก็บเรียบยกแก๊งแน่”
ต้นข้าวอยากจะกรี๊ดให้ลั่นตึก นึกย้อนไปถึงประโยคคำถามของพี่อาร์ตในแชทกลุ่มเมื่อครู่ ที่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ว่า *“ความลับอะไรที่น้องต้นข้าวเคยแอบชอบใครสักคน... แล้วทำไมพี่รุจน์ถึงรู้เรื่องนี้ล่ะครับ?”* ประโยคนั้นเล่นเอาหัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวผิดจังหวะ ราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในอก มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำโทรศัพท์มือถือหล่นลงพื้น
ให้ตายเถอะ... ทำไมเขาต้องมาแพ้ทางผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้อยู่เรื่อยเลยนะ!
“พอเลยนะพวกมึง เลิกพูดเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นกูตัดเพื่อน!” ต้นข้าวขู่เสียงเขียว พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธที่แผ่ซ่านออกมาจากพวงแก้มแดงก่ำ
“แหม ๆ เขินจนหูแดงถึงคอแล้วมั้งนั่น” เสียงแซวจากเต้ดังแทรกขึ้นมาทางลำโพง “ยอมรับมาเหอะน่าว่าแอบหวั่นไหวกับพี่เขา ตั้งแต่มีพี่อาร์ตเข้ามาในชีวิต แกก็ไม่เคยได้สงบปากสงบคำเลยสักวัน”
“ใครหวั่นไหว! บ้าบอ!” ต้นข้าวปฏิเสธเสียงดังลั่นจนคนในห้องสมุดหันมามองเป็นตาเดียว เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ก่อนจะก้มหน้ากระซิบกระซาบลอดไรฟันใส่หน้าจอ “พวกมึงเงียบปากไปเลยนะ ถ้าพี่อาร์ตเขาเข้าใจผิดคิดว่าฉันชอบเขาขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะไปฟ้องแม่พวกแกแน่!”
“อ้าว... แล้วถ้าพี่เขาไม่ได้เข้าใจผิด แต่พี่เขา ‘รู้จริง’ ล่ะครับ?”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาต้นข้าวสะดุ้งสุดตัว ขนลุกเกรียวไปทั้งร่างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งผ่าน เส้นเลือดในขมับเต้นตุบ ๆ ด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ถืออยู่แทบจะหลุดมือ เมื่อปรากฏภาพในจอของกลุ่มเพื่อนที่จู่ ๆ ก็พากันเงียบกริบ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ชนิดที่เรียกว่า ‘พร้อมใจกันขายเพื่อนแบบไม่คิดชีวิต’
ต้นข้าวค่อย ๆ หันขวับกลับไปมองด้านหลังอย่างช้า ๆ ราวกับภาพสโลโมชันในภาพยนตร์ระทึกขวัญ
ร่างสูงโปรดของรุ่นพี่ปี 4 ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นพราวระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการได้แกล้งแมวตัวน้อยให้จนมุม พี่อาร์ตยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาสอดส่องมองตรงมาที่เขาด้วยแววityที่อ่านไม่ออก แต่ที่แน่ ๆ คือมันชวนให้ใจสั่นจนแทบหยุดหายใจ
“พ... พี่อาร์ต!” ต้นข้าวอุทานเสียงหลง ถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะอ่านหนังสือ “มา... มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย!”
“ก็ตั้งแต่ตอนที่น้องต้นข้าวบอกว่า... จะไปฟ้องแม่เพื่อน ถ้ารุ่นพี่คนนี้คิดเข้าข้างตัวเองว่าน้องต้นข้าว ‘ชอบ’ น่ะครับ” พี่อาร์ตทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ไปทั่วสรรพางค์กาย
ไอ้พวกเพื่อนเวร! พากันชิ่งหนีออกจากลานประลองไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย! ต้นข้าวเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความแค้นเคือง แต่ปรากฏว่าสายวิดีโอคอลถูกตัดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย เหลือไว้เพียงหน้าจอสีดำที่สะท้อนใบหน้าเหวอ ๆ ของตัวเอง
นี่มันสถานการณ์หลังชนฝาของแท้เลยค่ะคุณรี้ด!
ต้นข้าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงคิดคำแก้ตัวไม่ออก มือไม้พันกันไปหมด ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับรุ่นพี่ตัวร้ายเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ เอกลักษณ์ประจำตัวของพี่อาร์ตลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายอยู่แล้ว ยิ่งกระเจิงหนักเข้าไปใหญ่
“ไหนล่ะครับความลับที่ว่า...” พี่อาร์ตโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ “ไหนลองบอกพี่หน่อยสิครับว่า... คนที่น้องต้นข้าวเคยแอบชอบตอนปีหนึ่งเนี่ย... ใช่คน ๆ เดียวกับคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า?”
หัวใจเจ้ากรรมของต้นข้าวเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟดับพรึบ ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมรอบกายท่ามกลางชั้นหนังสือในห้องสมุด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง นิ้วเรียวของพี่อาร์ตก็เอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับดึงใบหน้าที่ก้มงุดให้เงยขึ้นสบตาตรง ๆ
ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด และก่อนที่ต้นข้าวจะได้อ้าปากโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายเหมือนอย่างเคย พี่อาร์ตก็เอ่ยประโยคตัดพ้อที่ทำเอาสติของเขาหลุดลอยไปไกลลิบ
“ถ้าไม่ยอมตอบ... พี่จะถือว่าคำตอบคือ ‘ใช่’ นะครับ แล้วเตรียมตัวรับโทษฐานที่แอบเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวได้เลย”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 7
เพื่อนไม่ช่วยแถมซ้ำเติม
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!