ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 8

กาแฟหนึ่งแก้วกับความลับ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
นิ้วเรียวของต้นข้าวสั่นระริก ค้างเติ่งอยู่เหนือหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบ ประโยคคำขู่เชิงบังคับแกมหยอกล้อของรุ่นพี่ตัวดีอย่าง ‘พี่อาร์ต’ ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด—*“ถ้าไม่ยอมตอบ... พี่จะถือว่าคำตอบคือ ‘ใช่’ นะครับ แล้วเตรียมตัวรับโทษฐานที่แอบเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวได้เลย”* ให้ตายเถอะค่ะ! นี่มันการขู่กรรโชกทางความรู้สึกชัดๆ ใครมันจะไปตั้งรับทันกันเล่า! "นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอะไรอยู่เหรอวะไอ้ข้าว หน้ามุ่ยจนปลาทูแม่กลองแถวนี้ยอมแพ้หมดแล้วมั้งนั่น" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของ ‘เจได’ เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้น พร้อมกับแรงตบป้าบลงบนไหล่เสียจนต้นข้าวสะดุ้งโหยง เกือบทำโทรศัพท์มือถือราคาแพงร่วงลงไปจุติบนพื้นห้องสมุดคณะเสียแล้ว "เปล่าสักหน่อย เจได... แกเลิกเดินมาเงียบๆ แล้วชอบตบหัวตบไหล่ฉันสักทีได้ไหมเนี่ย คนยิ่งวุ่นวายใจอยู่" ต้นข้าวโวยวายอุบอิบ พยายามซ่อนหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังมีข้อความค้างคาใจไว้ให้พ้นจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสนิท "วุ่นวายใจเรื่องชีทสรุปวิชาสถิติ หรือว่า... วุ่นวายใจเพราะแชทของใครบางคนแถวนี้กันแน่ หื้ม?" เจไดหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ฉันเห็นแกนั่งจ้องจอมือถือทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาครึ่งชั่วโมงละนะ เล่ามาซะดีๆ หรือว่าพี่อาร์ตคนหล่อขาประจำแชทกลุ่มคณะ แกไปทำอีท่าไหนถึงโดนเขาไล่ต้อนจนมุมอีกแล้วล่ะ" "บ้าบอ ใครโดนต้อน ไม่มี๊!" ต้นข้าวปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งนึกถึงประโยคที่พี่อาร์ตทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่แล้ว แกล้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาเปิดสมุดเลคเชอร์กลบเกลื่อนความพิรุธ "ฉันแค่นั่งเครียดเรื่องโปรเจกต์อาจารย์ทรงกลดต่างหาก แกอย่ามามั่วซั่ว" "เหรออออ..." เจไดลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือสักนิด "แล้วไอ้กลิ่นหอมๆ ของคาราเมลผสมช็อตเอสпрессоเข้มๆ ที่ลอยมาจากโต๊ะข้างๆ นี่มันคืออะไรวะ วิญญาณบาริสต้ามาสิงห้องสมุดเหรอ" ต้นข้าวชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วของเพื่อนสนิท นั่นสิคะ... บนโต๊ะอ่านหนังสือมุมสงบที่เดิมทีมีเพียงกองหนังสือตำราเรียนหนาเตอะและสมุดบันทึกเล่มโปรด ตอนนี้กลับมีสิ่งแปลกปลอมวางอยู่ แก้วกาแฟกระดาษสีคราฟท์ดีไซน์มินิมอลคุ้นตา ปะหน้าด้วยสติกเกอร์โลโก้ร้านคาเฟ่ชื่อดังหน้ามหาวิทยาลัย และที่สำคัญที่สุด... บนฝาแก้วมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีเหลืองพาสเทลแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่คุ้นเคย *‘เด็กดื้อแถวนี้... นั่งเครียดจนคิ้วผูกกันเป็นปมหมดแล้วมั้งครับ ดื่มกาแฟซะ จะได้ตาสว่างมาเคลียร์คำตอบให้พี่ฟังเข้าใจตรงกัน’* ให้ตายเถอะ! นี่เขา... เขาแอบเอามาวางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! ต้นข้าวเบิกตากว้าง หันรีหันขวางมองไปรอบตัว ห้องสมุดคณะในช่วงบ่ายแก่ๆ แบบนี้เต็มไปด้วยนักศึกษาประปราย ไม่มีเงาของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและรอยยิ้มกวนประสาทคนนั้นเลยสักคน มีเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ ที่เจาะหลอดพร้อมดื่มเรียบร้อย เหมือนจงใจปรนนิบัติคนขี้เกียจขี้บ่นอย่างเขาโดยเฉพาะ "อุ๊ยตายวายป่วง..." เจไดทำเสียงแซวสูงจนเพื่อนโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามองค้อน "มีคนแถวนี้แอบเปย์โว้ย! กาแฟร้านโปรดที่แกบ่นว่าคิวยาวเป็นหางว่าวแต่ขี้เกียจต่อแถวซื้อเองเนี่ยนะ โอ้โห... พ่อไมโครเวฟเดินได้ พ่อพระเอกลิเกคณะบริหาร เขาลงทุนเดินมาเสิร์ฟถึงที่นี่เลยเหรอวะเนี่ย โรแมนติกกว่านี้มีอีกไหมคุณผู้ชม!" "เจได! เงียบปากไปเลยนะ!" ต้นข้าวรีบคว้าสมุดเลคเชอร์ขึ้นมาม้วนแล้วฟาดลงบนแขนของเพื่อนสนิทเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปจนถึงใบหู ขosure ความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก มือเรียวยื่นไปแตะแก้วกาแฟอุ่นๆ นั้นเบาๆ ความร้อนแผ่ซ่านส่งตรงถึงปลายนิ้ววاب แต่ที่ร้อนกว่าคือหัวใจข้างในอกนี่ต่างหาก เขารู้ได้ยังไง... ว่าช่วงบ่ายๆ แบบนี้เขาชอบดื่มกาแฟรสชาตินี้? แล้วเขาแอบเดินเข้ามาวางไว้ตอนไหน ทำไมถึงไม่มีใครทันสังเกตเลยสักคน หรือว่าเขาแอบยืนมองเขาจากมุมเสาตรงนั้นมาสักพักแล้ว? ความคิดสารพัดตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว สมองประมวลผลไม่ทันกับความแพรวพราวระดับร้อยเต็มร้อยของรุ่นพี่ตัวแสบคนนี้ พี่อาร์ตไม่เคยปล่อยให้เขาได้ตั้งตัวเลยสักครั้ง มีวิธีทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของต้นข้าวปั่นป่วนเล่นได้ตลอดเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ ขัดจังหวะการแซวของเจได **[Art_Phuwarit]:** *กาแฟถูกปากไหมครับ หรือสู้ความน่ารักของคนเอามาให้ไม่ได้?* **[Art_Phuwarit]:** *พี่รู้นะครับว่าแอบยิ้มอยู่ เลิกซ่อนแล้วรีบตอบแชทพี่ได้แล้วเด็กดื้อ* ต้นข้าวเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลักออกมานอกอก มือบางจับหลอดกาแฟหมุนไปมาแก้เขิน ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแอบมองอยู่ไม่ไกล ยิ่งทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาสั่นคลอนอย่างรุนแรง ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดด้วย... แต่ทำไมหัวใจถึงทรยศด้วยการเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นข้อความของเขากันนะ "เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน!" ต้นข้าวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี นิ้วเรียวกดเข้าไปในแอปพลิเคชันแชท เตรียมจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเอาคืนรุ่นพี่จอมเจ้าเล่ห์ให้สาสมกับที่ทำให้เขาเสียอาการ แต่ทว่า... ในวินาทีที่กำลังจะกดส่งข้อความปฏิเสธความเขินอين เสียงฝีเท้าคุ้นเคยของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงข้างโต๊ะอ่านหนังสือเสียก่อน เงาสูงทอดทาบลงมาบังแสงไฟจากหลอดนีออนเหนือหัว ต้นข้าวชะงักค้าง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ก็ทำให้ลมหายใจของต้นข้าวสะดุดกึกไปในทันที รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ และน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองดังขึ้นเหนือหัว "ว่าไงครับ... คำตอบที่รอฟังเนี่ยสรุปว่ายังไง หื้ม?" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อพบว่า... ตัวต้นเหตุไม่ได้แค่ส่งข้อความมาป่วนในแชทอีกต่อไปแล้วค่ะ! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ :)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%