ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 11

ติดฝนกับคนกวน

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงเคาะกระจกเบา ๆ สองสามครั้งที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำด้านนอก ทำเอาหัวใจของต้นข้าวที่กำลังเต้นรัวเป็นกลองเพลอยู่แล้ว ยิ่งเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกให้ได้ "ให้ตายเถอะ..." ต้นข้าวสบถพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะยืนแข็งทื่ออยู่หน้ากระจกบานใสของระเบียงห้องพักขนาดกะทัดรัด นิ้วเรียวที่สั่นเทานิด ๆ เอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูระเบียงอย่างจำยอม ทั้งที่ในใจอยากจะแกล้งทำเป็นตายแล้วมุดหัวเข้าไปซุกใต้ผ้าห่มหนา ๆ มากกว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ชวนหัวใจวายนี้ ผ้าม่านสีครีมถูกมือบางกระชากเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของรุ่นพี่ปี 4 ที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนตั้งแต่เส้นผมยุ่งเหยิงที่ลู่ลู่แนบกรอบหน้า ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ตอนนี้เปียกชุ่มจนแนบไปกับแผงอกกว้าง เผยให้เห็นสัดส่วนสมส่วนภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ทว่าสิ่งที่ทำให้ต้นข้าวแทบจะลืมหายใจ ไม่ใช่สภาพเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำของอีกฝ่าย... แต่เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก กับดวงตากลมโตที่พราวระยับราวกับเด็กชายที่เพิ่งแกล้งคนสำเร็จต่างหาก "เปิดช้าจังครับ นึกว่าหนีไปบวชหนีความจริงซะแล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยทักขึ้นทันทีที่บานประตูเลื่อนเปิดออก พร้อมกับเจ้าตัวที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาkeกรายยืนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของต้นข้าวโดยไม่ต้องรอให้อนุญาต หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่ตามขนตาและสันจมูกโด่งเป็นสัน ทำให้พี่อาร์ตในเวอร์ชันนี้ดู... อันตรายต่อหัวใจดวงน้อย ๆ ของต้นข้าวเป็นบ้า "แล้วใครใช้ให้พี่เดินตากฝนมาหน้าหอผมเล่า! บ้ารึเปล่าเนี่ย ร่มก็มีทำไมไม่กาง!" ต้นข้าวโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า มือบางรีบคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กจากราวตากผ้ามาโยนโปะลงบนหัวอีกคนแบบไม่เกรงใจรุ่นพี่ร่วมคณะเลยสักนิด "เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้ เดี๋ยวก็ไข้กินตายพอดี!" พี่อาร์ตหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี มือหนารับผ้าขนหนูนั้นไว้ก่อนจะขยี้ผมตัวเองลวก ๆ จนมันยิ่งยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิม ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ แต่ใบหูกลับแดงแจ๋ลามไปถึงต้นคอขาวผ่อง "ก็ร่มมันคันเล็กเกินไป... บังหัวใจพี่ไม่มิดหรอก" "อ้วก! มุกเสี่ยวแบบนี้ไปจำมาจากไหนเนี่ย เลี่ยนเป็นบ้า!" ต้นข้าวแกล้งทำท่าทางจะอาเจียนออกมาจริง ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในช่องท้องที่จู่ ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาดื้อ ๆ "แล้วนี่เข้ามาทำไม ห้องตัวเองก็อยู่ตึกถัดไปแค่นี้เอง เปียกขนาดนี้เดี๋ยวห้องผมก็เลอะหมดหรอก ไป ๆ กลับห้องไปเลยนะ" พูดพลางใช้สองมือผลักอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่างจากห้อง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของต้นข้าวจะสยบแรงของนักกีฬาบาสเกตบอลตัวโตอย่างพี่อาร์ตได้ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ขยับเขยื้อiแล้ว ร่างสูงยังถือโอกาสก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าว จนส้นเท้าของต้นข้าวชนเข้ากับขอบเตียงนอน และตกลงไปนั่งแปะอยู่บนฟูกนุ่มโดยอัตโนมัติ จังหวะนั้นเอง... พี่อาร์ตโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างยันขอบเตียง คร่อมร่างของต้นข้าวไว้ในวงแขน กักขังคนตัวเล็กให้ติดอยู่ใต้ร่างของเขาโดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ทำให้กลิ่นหอมสะอาดผสมกับกลิ่นฝนจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก จนต้นข้าวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองผนังห้องแทน เพราะไม่กล้าสบตากับประกายความหวานที่ฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น "พี่อาร์ต... ถอยไปเลยนะ ใกล้เกินไปแล้ว" ต้นข้าวพยายามดันไหล่หนาเอาไว้ เสียงที่เปล่งออกมาเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "ก็เราไล่พี่นี่ครับ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ใบหู จนขนลุกซู่ "พี่ก็เลยต้องรีบเข้ามาใกล้ ๆ เผื่อว่าจะฟังชัดขึ้น" "ฟังอะไรเล่า! ผมไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย!" "อ้าว... เมื่อกี้ในแชทใครบอกว่า *'ถ้ากล้าพอก็มาพูดต่อหน้าสิ'* ล่ะหึ?" พี่อาร์ตลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "พี่ก็มารับคำท้าแล้วนี่ไงครับ... ต้นข้าว" บรรยากาศภายในห้องนอนที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ไม่ได้มาจากสภาพอากาศด้านนอก เสียงฝนที่ยังคงเทกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่าง ยิ่งขับเน้นให้โลกใบเล็กใบนี้เหลือเพียงแค่คนสองคน ต้นข้าวเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้า ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อฆ่าเขารึไงนะ ทำไมถึงได้แพ้ทางรอยยิ้มกับสายตาแบบนี้ทุกที! "ผม... ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสักหน่อย!" ต้นข้าวเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ ๆ "หมายถึง... หมายถึงให้พิมพ์มาเคลียร์กันให้รู้เรื่องต่างหากเล่า ไม่ใช่ให้เดินตากฝนมาหาแบบนี้สักหน่อย เกิดพี่เป็นปอดบวมตายขึ้นมา ผมจะทำยังไงล่ะทีนี้" ประโยคหลังหลุดปากออกไปด้วยความลืมตัว พร้อมกับดวงตากลมโตที่เผลอหันกลับมามองด้วยความห่วงใยเจือความดุเล็กน้อย แต่พอมองเห็นแววตาไหวระริกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งสะท้อนอยู่ในนั้น หัวใจของต้นข้าวก็กระตุกวูบไปชั่วขณะ พี่อาร์ตเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาต้นข้าวหายใจไม่ทั่วท้อง นิ้วเรียวอุ่นจัดของรุ่นพี่เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้แผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้คนที่กำลังจะอ้าปากโวยวายต้องชะงักงัน "เป็นห่วงพี่เหรอครับ?" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามอย่างคาดคั้น "ใคร... ใครเป็นห่วงพี่กัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย!" ต้นข้าวรีบปฏิเสธเสียงสูงทันควัน พยายามเบือนหน้าหนีซ่อนความพิรุธสุดฤทธิ์ "ผมแค่ไม่อยากโดนเพื่อนพี่รุมทึทึกหาว่าทำเพื่อนมันตายต่างหากล่ะ!" "ปากแข็งจริงนะเรา..." พี่อาร์ตถอนหายใจเบา ๆ แต่รอยยิ้มเอ็นดูกลับระบายอยู่เต็มใบหน้า "รู้ไหม... ตอนที่เห็นข้อความในแชทที่เราพิมพ์มาโวยวายเรื่องที่พี่ชอบหยอด... พี่ดีใจแทบแย่รู้รึเปล่า" ต้นข้าวเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความตกใจ "ดีใจอะไรเล่า! ผมกำลังด่าพี่อยู่ต่างหาก!" "ด่าแปลว่าสนใจ..." พี่อาร์ตยิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับ "และที่สำคัญ... ทุกคำที่พี่พิมพ์ไปในแชทวันนั้น พี่ไม่ได้ล้อเล่นสักคำ..." จังหวะนั้น... ลมพายุภายนอกดูเหมือนจะโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น จนไฟในห้องกะพริบวบวาบอยู่สองสามทีก่อนจะดับสนิทลง ความมืดมิดเข้ามาโอบล้อมรอบกายทันที มีเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่แล่นผ่านกระจกหน้าต่างเป็นระยะ ที่พอจะทำให้เห็นใบหน้าของคนทั้งคู่ที่อยู่ใกล้กันแค่คืบ ต้นข้าวสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของพี่อาร์ตเอาไว้โดยอัตโนมัติด้วยความกลัวความมืด "เฮ้ย! ไฟดับเหรอเนี่ย!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นในความมืด พร้อมกับร่างบางที่ขยับเข้าไปใกล้ร่างอุ่นของอีกฝ่ายอย่างไร้ตัวตน ในความสลัวที่มีเพียงแสงจากฟ้าแลบ... พี่อาร์ตฉวยโอกาสรวบเอวบางของต้นข้าวเข้ามาแนบชิดอกแกร่งทันที กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคนตรงหน้าลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วแทบหลุดลอย "กลัวความมืดเหรอครับ หืม?" เสียงกระซิบกระchuאดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ต้นข้าวตัวแข็งทื่อ "เปล่า... แค่ตกใจต่างหาก ปล่อยเลยนะ!" ต้นข้าวพยายามจะดันตัวออก แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดอยู่กลับกระชับแน่นขึ้น ราวกับเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหลุดพ้น และก่อนที่ต้นข้าวจะได้เอ่ยคำโวยวายอะไรออกมาอีก... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชทจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียง ก็ดัง "ติ๊ง!" ขึ้นตัดความเงียบ ท่ามกลางความมืดสลัว หน้าจอโทรศัพท์มือถือของพี่อาร์ตที่สว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนล่าสุดจากกลุ่มแชทที่พวกเขาทั้งคู่คุ้นเคยกันดี... เป็นข้อความจากเพื่อนสนิทของพี่อาร์ตที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะ *[Group Chat]* **[Max_Krit]:** @Art_Suradet ไอ้คุณชายอาร์ต! มึงอยู่ไหนวะเนี่ย ฝนตกหนักขนาดนี้ หรือว่ามึงแอบไปซุกตัวอยู่ห้องน้องต้นข้าวตามที่พวกกูกลัวจริง ๆ หะ?! ต้นข้าวที่เหลือบไปเห็นข้อความนั้นผ่านแสงหน้าจอพอดี ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั้งหน้า "ตายแล้ว... ไอ้พี่บ้าแม็กซ์มันรู้!" ต้นข้าวอุทานลั่นด้วยความตกใจ เตรียมจะผลักอกพี่อาร์ตออกเพื่อหนีความผิด แต่ทว่า... พี่อาร์ตกลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของต้นข้าวรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับริมฝีปากบางที่กำลังอ้าค้างด้วยความตกตะลึง ในวินาทีที่แสงจากฟ้าแลบสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ไฟในห้องจะติดพรึบขึ้นมาพร้อมกัน... "ช่างมันสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและหวามไหว "ในเมื่อตอนนี้... พี่ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว นอกจากคนตรงหน้าพี่คนนี้" ต้นข้าวสะท้านเฮือก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับประกายความรักที่เอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้นอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป... --- *(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอมยิ้มไปกับความสัมพันธ์นุบนิบนี้ด้วยกันเสมอนะคะ)*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%