เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันสีเขียวที่ดังรัวราวกับกลองเพลในวัดป่า ไม่ได้ทำให้ดิฉัน—เอ๊ย ต้นข้าวคนนี้รู้สึกอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลยแม้แต่น้อยค่ะ ตรงกันข้าม นิ้วเรียวที่กำลังจิ้มหลอดกาแฟวนอยู่ในแก้วพลาสติกกลับยิ่งออกแรงคนแรงขึ้นไปอีก จนน้ำแข็งกระแทกขอบแก้วดัง *กรุ๊งกริ๊ง* ประหนึ่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากเพื่อนสนิทตัวดีในกลุ่มแชทที่ตอนนี้คงกำลังจุดพลุฉลองกันอยู่แน่ ๆ
ให้ตายเถอะค่ะ! นี่มันกลุ่มส่งงานโปรเจกต์ส่งอาจารย์นะเว้ยเฮ้ย! ทำไมมันกลายเป็นมีตติ้งเผือกเรื่องชาวบ้านไปได้ภายในเวลาไม่ถึงห้ามนทีวะคะเนี่ย!
ต้นข้าวเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะไม้ในคาเฟ่ เจ้ากรรมนายเวรเครื่องนั้นมันสั่นระรัวไม่หยุดหย่อนจนโต๊ะไม้แทบจะเดินได้อยู่แล้ว บ่งบอกถึงปริมาณข้อความที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน และต้นเหตุของมหกรรมแกงหม้อใหญ่ในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...
ก็อีตาพี่อาร์ต รุ่นพี่ปีสี่ตัวแสบคนเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้ขยันปล่อยมุกเสี่ยวจนเพื่อนในกลุ่มแคปหน้าจอเอาไปล้อกันสนั่นเมืองนั่นแหละค่ะ!
"ไหน ๆ ๆ อีข้าว ดูหน้าซิ ไหนดูซิว่าคนแถวนี้เขาเขินจนหูแดงไปถึงติ่งหูจริงรึเปล่า หูยยย... แกดูประโยคนี้ดิ 'ไม่ได้อยากเป็นพี่รหัส แต่วันนี้อยากเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ เธอมากกว่า' โอ๊ยยย! แม่เจ้าโว้ยยย! ขนลุกเกรียวไปถึงลำไส้ใหญ่!" เสียงแหลมปรี๊ดของ 'มีน' เพื่อนสนิทตัวดีดังขึ้น พร้อมกับยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้ามาประชิดจมูกจนต้นข้าวต้องเอייהตัวหลบแทบไม่ทัน
"มีน! แกจะเสียงดังทำไมเนี่ย คนมองกันทั้งร้านแล้วนะเว้ย!" ต้นข้าวโวยวายลั่น เสียงสูงปรี๊ดด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานขึ้นจนปรอทแทบแตก สองมือรีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองคว่ำหน้าหนีทันที พร้อมกับยกมือขึ้นสองข้างพัดวีใบ้าร้อนผ่าวของตัวเองที่ตอนนี้คงแดงก่ำไม่ต่างจากลูกมะเขือเทศสุกงอม
"อุ๊ย เขินแล้วทำเป็นโวยวาย กลบเกลื่อนแหละดูออก!" ยัยมีนยังไม่เลิกรา มันหัวคิกคักชอบใจใหญ่ แถมยังหันไปแท็กทีมกับ 'เจได' เพื่อนชายสายเสือกประจำกลุ่มที่นั่งไขว่ห้างกินเค้กชิล ๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม
"เอาจริงแก พี่อาร์ตเขาก็รุกหนักอยู่นะเว้ยช่วงนี้ สเตตัสในแชทกลุ่มนี่เหมือนประกาศให้โลกรู้ว่า *'คนนี้กูจอง'* อะแกร เอาดี ๆ ใจคอจะไม่ใจอ่อนให้ความพยายามของพี่เขาหน่อยเหรอวะข้าว" เจไดพูดขึ้นบ้าง พร้อมกับเคี้ยวเค้กช็อกโกแลตตุบ ๆ อย่างสำราญใจ
"อ่อนบ้าอ่อนบออะไรเล่า! แกก็รู้ว่าฉันกับพี่อาร์ต... เราไม่ได้..." ต้นข้าวชะงักคำพูดไปกะทันหัน เมื่อสมองดันทรยศฉภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานลอยย้อนกลับมาในหัว ประโยคหวาน ๆ น้ำตาลเรียกพี่ที่อีกฝ่ายพิมพ์ส่งมาส่วนตัว ไหนจะรอยยิ้มมุมปากเวลามันแกล้งหยอกตอนเดินชนกันที่โรงอาหารอีก... บ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เขาถึงแพ้ทางรอยยิ้มกวน ๆ นั่นนักนะ
ในจังหวะที่ต้นข้าวกำลังนั่งกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย เสียงไลน์ในโทรศัพท์เจ้ากรรมก็แผดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนกลุ่มรวม แต่เป็นข้อความส่วนตัว (Direct Message) ที่เด้งขึ้นมาหราatหน้าจอที่คว่ำอยู่
**Art.V:** *'เด็กดื้อ เลิกเขินแล้วตอบแชทพี่หน่อยครับ พี่รอนานจนใจจะขาดอยู่แล้วนะ'*
ให้ตายเถอะ! นี่มันไปเอาความมั่นหน้าแบบนี้มาจากไหนวะคะเนี่ย! ต้นข้าวสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียกสติและฟอร์มความดุของตัวเองกลับคืนมา นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอด้วยความหมั่นไส้ ผสมกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
**Kanom_Khao:** *'ใครเขินพี่วะ! เลิกมโนแล้วเลิกส่งมุกเสี่ยวลงกลุ่มสักทีเถอะครับเพื่อนผมล้อจนผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วเนี่ย! 😤'*
พิมพ์เสร็จก็กดส่งไปแบบรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดปนหมั่นเขี้ยว แต่ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที... ฝั่งตรงข้ามก็อ่านทันทีแถมยังขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ข้อความรัว ๆ
**Art.V:** *'อ้าว ก็อยากให้รู้ทั่วกันนี่หว่า ว่าจีบอยู่... หรืออยากให้พี่ประกาศผ่านไมค์คณะดีล่ะ หืม?'*
ต้นข้าวอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือไม้สั่นเทาด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง อีตานี่! มันกล้าจริง ๆ นะเว้ย! ถ้ามันทำแบบนั้นจริง ๆ เขาคงต้องย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศหนีความอายชัวร์ ๆ!
**Kanom_Khao:** *'พี่อาร์ต! กล้าลองดูสิ ผมบล็อกพี่จริง ๆ ด้วย!'*
**Art.V:** *'ฮ่าๆๆๆ โอเค ๆ ยอมแล้วครับไม่แกล้งละ... งั้นเปลี่ยนเป็น เย็นนี้เลิกเรียน เดี๋ยวพี่ไปรับที่คณะ ไปกินชาบูชดเชยที่โดนเพื่อนล้อ ห้ามปฏิเสธนะ ไม่งั้นพี่เดินไปลากตัวถึงห้องจริงด้วย'*
รอยยิ้มบาง ๆ เผลอผุดขึ้นที่มุมปากของต้นข้าวโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แม้ปากจะบ่นอุบอิบว่าเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเองเป็นบ้า แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นซ่านลึกแผ่กระจายไปทั่วร่องอกอย่างห้ามไม่อยู่
"อุ๊ยยย ยิ้มแก้มปริเลยนะแม่คุณ!" เสียงแซวของมีนดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ต้นข้าวต้องรีบหุบยิ้มฉับแล้วทำหน้าบึ้งตึงกลบเกลื่อนทันที
"ยิ้มอะไร เลอะเทอะน่ามีน!" ต้นข้าวแหวใส่เพื่อนเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ ก่อนจะรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนพรวด "กลับเหอะ เสียเวลาชะมัด!"
แต่ในขณะที่ต้นข้าวกำลังสะพายกระเป๋าเตรียมเดินออกจากร้านกาแฟ เพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรม 'นัดเดทชาบู' ที่ไม่ได้ตั้งใจ... เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดนักศึกษาปีสี่กางเกงสแลคเข้ารูป ที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสบาย ๆ และรอยยิ้มเจ้าเลệuที่เป็นเอกลักษณ์
สายตาคมกริบของคนมาใหม่กวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดตรงที่โต๊ะของต้นข้าวพอดีเป๊ะ
"อ้าว น้องข้าว... ยังไม่ต้องรีบกลับหครับ พอดีพี่มารับพอดีเลย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเพื่อนร่วมโต๊ะที่อ้าปากค้างกันเป็นแถบ
ต้นข้าวเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม... นี่มันมาเร็วกว่ากำหนดตั้งครึ่งชั่วโมง! แล้วไอ้ประโยคเมื่อกี้... มันจงใจพูดให้เพื่อนเขากรี๊ดสลบชัด ๆ เลยนี่หว่า!
*สมุดบันทึกสีน้ำตาล*
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงล้อและเอาใจช่วยเจ้าต้นข้าวคนปากแข็งของเราในตอนนี้นะคะ เลิฟยูว์ค่ะ!)
ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม•ตอนที่ 14
เพื่อนชงเข้มจนต้องกุมขมับ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับคุณพี่ อย่าจีบผมในแชทกลุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!