"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบเขตบ้านพักหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้กองลู่ให้หมดเปลือกเลยว่า ใครกันที่แอบมาขโมยฟักทองในแปลงทดลองของหน่วยทหาร!"
เสียงตวาดกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวใครดังแวوَสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่ที่เพิ่งสร้างใหม่ หลินว่านหลิงยืนเท้าสะเอว ใบหน้ารูปไข่แดงก่ำด้วยความโกรธปนความเหนื่อยอ่อน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด กวาดมองร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลจ้าวและบรรดาญาติห่างๆ ที่ทำท่าจะปีนรั้วเข้ามาหาเรื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย
ป้าสะใภ้ใหญ่ชะงักค้าง ชักเท้ากลับแทบไม่ทันเมื่อได้ยินคำว่า 'ผู้กองลู่' แม้ว่าสามีของหลินว่านหลิงจะยังไม่เคยกลับมาเหยียบเรือนหอหลังนี้เลยตั้งแต่แต่งงาน แต่นายทหารหนุ่มผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ฝีมือการฝึกทหารโหดหิน และอนาคตไกลลิบลิ่วในกองพล ใครเล่าจะกล้าหาเรื่องใส่ตัวหากสามีของนางกลับมาเอาเรื่องจริงๆ
"นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าขู่ฉันเรอะ! คิดว่าแต่งเข้าตระกูลลู่แล้วจะใหญ่มาจากไหน ฮึ! ผัวแกเขารังเกียจจนหนีไปชายแดนตั้งแต่วันแรก ไม่แน่ว่าป่านนี้อาจจะซมซานกลับมาเป็นศพแล้วมั้ง!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดเสียงแหลมสูงด้วยความเจ็บใจ พยายามพ่นคำสาปแช่งเพื่อกู้หน้าต่อหน้าชาวบ้านที่เริ่มมามุงดู
ฉับพลันนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารคันใหญ่ก็คำรามก้องฝ่าฝุ่นตลบมาตามถนนลูกรังแคบๆ ก่อนจะเบรกเอี๊ยดสนิทลงที่หน้าบ้านพักหลังนั้นอย่างไร้สัญญาณเตือน!
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบลงทันch ทุกลมหายใจราวกับถูกสูบออกไปจากปอด
ประตูรถฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเต็มยศก้าวลงมาอย่างมั่นคง หมวกทหารทรงอ่อนถูกถอดถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายดั่งสลักสันจมูกโด่งเป็นสันคม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์รอบตัวด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
ลู่จ้านเฉิงกลับมาแล้ว และเขากลับมาเร็วกว่าที่ใครคาดคิด!
หลินว่านหลิงเบิกตากว้างเล็กน้อย นางนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อได้สบตากับสามีในนามผู้ไม่เคยพบหน้า นายทหารหนุ่มผู้นี้ดูดีกว่าในความทรงจำเดิมลิบลับ ร่างกายกำยำสมส่วนในชุดทหารเข้ารูปขับเน้นเสน่ห์ความเป็นชายชาตรีอย่างเต็มเปี่ยม ทว่าสิ่งที่ทำให้นางสะดุดใจไม่ใช่ความหล่อเหลา หากแต่เป็นประกายความห่วง and ความดุร้ายที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้นยามที่เขามองตรงมายังร่างของนาง ก่อนจะเบนสายตาไปจ้องเขม็งยังกลุ่มคนใจกล้าที่มารังควานภรรยาของเขา
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แรงกดดันจากนายทหารระดับผู้กองที่ผ่านสนามรบมาจริงๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่คนบ้านนอกอย่างนางจะรับมือไหว
"เมื่อครู่นี้... ใครบอกว่าฉันจะกลับมาเป็นศพนะ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังเย็นวาบ
ลู่จ้านเฉิงก้าวสาวเท้าเข้ามาใกล้ภรรยาตัวน้อยทีละก้าว ขายาวๆ ก้าวผ่านหน้ากลุ่มคนพวกนั้นราวกับพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ สายตาคมกริบเหลือบมองป้าสะใภ้ใหญ่เพียงแวบเดียวจนอีกฝ่ายผงะถอยหลังล้มก้นจ้ำเบ้า
ทว่า ทันทีที่ลู่จ้านเฉิงก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตของบ้านพัก และกวาดสายตาสำรวจรอบตัว ร่างกายที่เคยตึงเครียดด้วยความโกรธเมื่อครู่ก็พลันชะงักกึก ดวงตาคมปลาบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตะลึงงันอย่างปิดไม่มิด
นี่... นี่คือบ้านพักทหารที่ขึ้นชื่อว่าโทรมที่สุดและกันดารที่สุดในค่ายอย่างนั้นหรือ?
ตรงหน้าเขาหาใช่บ้านพักปูนเปลือยเก่าๆ ที่มีแต่ฝุ่นหนาเตอะและกลิ่นอับชื้นไม่ พื้นที่รอบบ้านบัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนครัวและแปลงดอกไม้ที่จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แปลงผักกาดเขียวอวบอ้วนส่งสีเขียวสดชื่นแข่งกันชูช่อ ต้นมะเขือเทศลูกแดงเต่งตึงห้อยระย้าส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ยวนใจ ด้านข้างมีแปลงสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวอบอวลไปในอากาศ ตัวบ้านทาสีใหม่สะอาดตา หน้าต่างติดม่านลูกไม้สีขาวสะอาดสะอ้าน ราวกับไม่ใช่บ้านของนายทหารต๊อกต๋อย แต่เป็นบ้านพักตากอากาศในเมืองใหญ่ก็ไม่ปาน
ลู่จ้านเฉิงหันขวับกลับมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนถือตะหลิวทำครัวค้างไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาคมกริบฉายแววซับซ้อน ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และประกายความอ่อนโยนที่วาบผ่านก้นบึ้งดวงตาอย่างรวดเร็ว
"เธอ... ทำทั้งหมดนี่คนเดียวหรือ?" ลู่จ้านเฉิงเอ่ยถามเสียงพร่า มือหนายกขึ้นถอดหมวกทหารออก พลางใช้มืออีกข้างเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบงัน
หลินว่านหลิงกะพริบตาปริบๆ ตั้งสติกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว นางวางตะหลิวลงในอ่างไม้ข้างตัว เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวกๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยสู้คน
"ใช่ค่ะ ถ้าฉันไม่ลงมือทำเอง ป่านนี้คงปล่อยให้บ้านหลังนี้กลายเป็นรังหนูไปแล้วล่ะค่ะ ท่านผู้กองลู่... หรือว่าคุณไม่พอใจที่บ้านของคุณถูกฉันเปลี่ยนแปลงสภาพเสียใหม่กันคะ?" น้ำเสียงหวานใสกังวานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มเย้าแหย่เล็กน้อย แต่แววตากลับระแวดระวังว่าอีกฝ่ายจะตำหนิ
ลู่จ้านเฉิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยด้านชาและคุ้นเคยแต่กับกลิ่นอายควันปืน กลับรู้สึกพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาเนิ่นนานแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกยามเมื่อมองสำรวจภรรยาตัวน้อยที่ยืนสู้คนเมื่อครู่
"ไม่... ไม่เลย" ลู่จ้านเฉิงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นฝุ่นควันจากการเดินทางตีตลบอบอวลจนหลินว่านหลิงต้องผถอยหลังกรูดไปติดผนังบ้าน "เธอทำได้ดีมาก... ดีเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เสียอีก ภรรยา"
เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหีบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพรายเต็มไปด้วยความเว้าวอนและ... ความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้เครื่องแบบทหารมานานนับเดือน
ขณะที่หลินว่านหลิงกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยความเขินอาย จู่ๆ เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นก็สวนขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกทิ้งเสียสิ้น!
ลู่จ้านเฉิงชะงัก สีหน้าคมคายปรากฏร่องรอยความเก้อเขินเป็นครั้งแรกในชีวิตทหารของเขา
"อะแฮ่ม..." ลู่จ้านเฉิงกระแอมไอเบาๆ กลบเกลื่อนอาการ "ดูเหมือนว่า... การเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรจะทำให้ฉันหิวจนไส้กิ่วเสียแล้วสิภรรยา ที่รัก... วันนี้เธอทำอะไรกิน กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงหน้าปากซอยโน่นแน่ะ"
หลินว่านหลิงหลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างอดไม่ได้ ความประหม่าเมื่อครู่มลายหายสิ้น นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีสายเปย์ป้ายแดง พลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
"อยากรู้เหรอคะว่าทำอะไร? งั้นก็ช่วยไล่แขกไม่ได้รับเชิญพวกนั้นให้พ้นรั้วบ้านเราไปเสียก่อนสิคะ แล้วฉันจะยอมให้คุณชิมฝีมือเมียคนนี้... รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมทางกลับกองร้อยไปเลยล่ะค่ะ!"
ลู่จ้านเฉิงหันขวับกลับไปมองกลุ่มป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ไม่ไกล รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายสภาพเป็นนายทหารผู้เย็นชาและดุดันในพริบตาเดียว
"พวกคุณ... ยังไม่ไสหัวไปอีกหรือ? หรืออยากจะลองไปวิ่งรอบสนามฝึกหัดของผมสักหบรอบดีล่ะ?"
สิ้นเสียงคำรามต่ำต้อยของนายทหารหนุ่ม ป้าสะใภ้ใหญ่และพวกพ้องต่างหน้าซีดเผือก ลนลานวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายลับไปจากซอยแทบไม่ทัน
หลินว่านหลิงมองภาพนั้นแล้วอมยิ้มกริ่ม หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวเพื่อเตรียมจัดสำรับอาหารมื้อใหญ่ต้อนรับการกลับมาของสามี โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... ในเงาสลัวมุมมืดข้างรั้วบ้าน มีเงาร่างของใครบางคนกำลังแอบจ้องมองความสุขของทั้งคู่ด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับจดหมายปริศนาฉบับหนึ่งในมือที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่!
—แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ—
สวนส้มปลายฟ้า
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 26
การพบกันครั้งแรกกับสามีสายเปย์
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!