“ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลและทำลายทรัพย์สินสาธารณะในยามวิกาลนะคะ!”
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวกับสายน้ำในเหมืองแคว้นเหนือหลุดลอดริมฝีปากของหลินว่านหลิงออกมาทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสมองกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงถึงผลลัพธ์อันตรายหากตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผยในยุคสมัยที่การค้าขายเสรีถูกตีตราว่าเป็น ‘หางทุนนิยม’ ที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก
ทว่า บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในความมืดสลัวของตรอกแคบหลังตลาดมืดกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่คิด
กลิ่นอายความกดดันระดับสูงที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นค่อยๆ เจือจางลง เมื่อแสงจันทร์ลอดผ่านรอยแยกของหลังคากระเบื้องสาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันสันกรามชัดเจน และดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจแกแกมเอ็นดูอย่างรวดเร็ว
“ว่านหลิง... ผมเองครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอยละลิ่วมาตามสายลม ลู่จ้านเฉิงรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับกวาดสายตามองรอบกายด้วยสัญชาตญาณระวังภัยของนายทหารผู้ผ่านสนามรบ เขาสวมเสื้อโค้ทตัวเก่าสีเขียวทหารที่มักใส่เวลาปฏิบัติภารกิจ ไหล่กว้างของเขายังคงชื้นน้ำค้างยามดึก แต่แววตาที่มองภรรยาสلกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยจนแทบจะหยดเป็นน้ำ
หลินว่านหลิงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่ขึงตึงอยู่บนบ่าคลายลงในพริบตา เธอเกือบจะเรียกใช้ระบบฟาร์มมิติเพื่อหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาป้องกันตัวเสียแล้ว “คุณนี่นะ! ทำให้ตกใจหมด นึกว่าเป็นสารวัตรทหารหรือพวกหน่วยตรวจสอบพรรคเสียอีก”
ลู่จ้านเฉิงขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวภรรยา เขาเหลือบมองตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่สองใบที่วางอยู่บนพื้น ภายในบรรจุผักกาดหอมเขียวขจีที่ใบอวบน้ำราวกับเพิ่งเด็ดจากต้นเมื่อวินาทีមុน และไข่ไก่เปลือกสีนวลเนียนที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ส่งกลิ่นอายความสดใหม่จนน่าเหลือเชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นโคลนของตลาดมืด
“คุณเอาของเหล่านี้ออกมา... มันอันตรายเกินไปนะครับ” ลู่จ้านเฉิงเอ่ยเสียงเบา แม้ปากจะตำหนิแต่แววตากลับฉายแววภาคภูมิใจในความกล้าหาญของภรรยาไม่น้อย “ถ้ามีใครเห็นเข้า...”
“ถ้ามัวแต่กลัว เราคงได้อดตายในบ้านหลังนั้นร่วมกับแม่สามีใจร้ายพวกนั้นแน่ๆ ค่ะ” หลินว่านหลิงย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายภายใต้เงาหมวก “อีกอย่าง ฉันไม่ได้มามือเปล่าเสียหน่อย มั่นใจเถอะค่ะว่าของคุณภาพดีขนาดนี้ ย่อมมีคนตาถึงยอมจ่ายไม่อั้น”
พูดจบลดสายตาลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนเก่า เวลาตีสามสิบนาที เป็นช่วงเวลาที่พ่อค้าคนกลางและชาวบ้านผู้ขัดสนเริ่มลักลอบออกมาหาซื้อเสบียงใต้ดินก่อนที่ฟ้าจะสาง และนี่คือนาทีทองที่เธอรอคอย
หลินว่านหลิงดึงผ้าใบสีทึบที่คลุมแผงไม้ออก เผยให้เห็นสินค้าชิ้นโบว์แดง ผักกาดหอมที่กรอบนอกนุ่มในเพราะเติบโตด้วยน้ำแร่วิเศษจากมิติฟาร์ม และไข่ไก่ที่อุดมไปด้วยสารอาหารจนเปลือกไข่เป็นเงางามสะท้อนแสงไฟตะเกียงริצו
เพียงไม่ถึงสามวินาที กลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ราวกับผักป่าบนยอดเขาสูงก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกแคบราวกับมีเวทมนตร์!
“นั่นกลิ่นอะไรวะ? หอมสดชื่นเป็นบ้าเลย!”
เสียงทุ้มห้าวของชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืด เขาเป็นพ่อค้าขายแป้งทอดเจ้าประจำในตลาดมืดแห่งนี้ที่มักจะนอนไม่หลับ ร่างนั้นผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินจมูกฟุดฟิดตามกลิ่นประหลาดมาจนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผงของหลินว่านหลิง ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของผักตรงหน้า “โอ้โห! นี่มันผักบ้าอะไรเนี่ย? สดขนาดนี้ เด็ดมาจากสวนไหนของป่าลึกกัน?!”
ทันทีที่มีคนเปิดประเด็น ฝูงชนที่กำลังเดินหาซื้อของกินของใช้ในความมืดก็หันขวับมามองตามเสียง ท่ามกลางความขาดแคลนในยุคปัจจุบัน ผักใบเขียวชะอุ่มไร้รอยหนอนและไข่ไก่ฟองโตผิวเนียนละเอียดเช่นนี้ เปรียบเสมือนทองคำแท่งเดินได้!
“แม่เจ้าโว้ย! ไข่ไก่ฟองใหญ่ขนาดนี้ ขายยังไงแม่น้องสาว? ฉันเอาครึ่งตะกร้า!” หญิงวัยกลางคนสวมผ้าคลุมหัวสีตุ่นพุ่งตัวเข้ามาเป็นคนแรก มือเหี่ยวย่นคว้าหมับไปที่ขอบตะกร้าไข่ด้วยความกลัวว่าคนอื่นจะแย่งไป
“เดี๋ยวๆ ป้าครับ ผมมา1 ก่อนนะ! ผักกาดนี่ผมเหมาหมด! เท่าไหร่ว่ามาเลย!” ชายหนุ่มร่างผอมเกร็งอีกคนแทรกตัวเข้ามาเบียดจนไหล่แทบชนกัน
ความโกลาหลขนาดย่อมบังเกิดในพริบตา ตรอกแคบที่เคยเงียบสงบพลันคึกคักขึ้นมาทันที ลูกค้าสี่ห้าคนแรกที่จมูกไวต่อกลิ่นหอมต่างส่งเสียงแย่งชิงกันระงม ทุกคนต่างรู้ดีว่าสินค้าคุณภาพระดับนี้ในตลาดมืดไม่มีทางหาได้ง่ายๆ หากพลาดตอนนี้คงต้องรอไปอีกชาตินึง!
“ใจเย็นๆ ค่ะทุกท่าน! ของมีจำกัด แต่รับรองว่าทุกคนจะได้ชิมความอร่อยสมราคาแน่นอนค่ะ!” หลินว่านหลิงสวมวิญญาณแม่ค้ามือทอง รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน เธอหยิบตาชั่งไม้ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองผู้ซื้อที่กำลังเบียดเสียดกันเข้ามา “ผักกาดกิโลกรัมละสองหยวน ไข่ไก่ฟองละแปดเฟิน ห้ามแย่งกันนะคะ เรียงแถวทีละคนค่ะ!”
“สองหยวน?! แพงกว่าตลาดรัฐบาลตั้งเท่าตัว!” ใครบางคนอุทานด้วยความตกใจ แต่เมื่อก้มลงสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่แผ่ออกมาจากใบผักสดกรอบ ความลังเลก็มลายหายไปในพริบตา “ช่างหัวมันเถอะ! ซื้อตอนนี้ ถือว่าเอาเงินไปแลกสุขภาพ! ฉันเอาสองกิโล!”
“ฉันเอาไข่สิบฟอง!”
“ฉันเอาผักทั้งหมดที่เหลือ!”
ธนบัตรเก่าๆ หลากหลายราคาถูกยื่นเข้ามาตรงหน้าหลินว่านหลิงราวกับใบไม้ร่วง ลู่จ้านเฉิงที่ยืนอออยู่ข้างกายภรรยาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดจำเป็น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังกระแสชนจากฝูงชน พร้อมกับช่วยหยิบจับสินค้าและทอนเงินอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เคมีของสามีภรรยาคู่นี้เข้าขากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนหนึ่งเจรจาฉาดฉาน คนหนึ่งปกป้องคุ้มครองและจัดการเบื้องหลังอย่างรัดกุม
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่สองใบที่เคยเต็มไปด้วยสินค้าพรีเมียม บัดนี้กลับว่างเปล่าสนิท ราวกับไม่เคยมีอะไรบรรจุอยู่ตั้งแต่แรก!
“หมดแล้วเหรอ? โอ๊ย เสียดายจัง ฉันเพิ่งวิ่งมาถึงเมื่อกี้เองนะแม่น้องสาว!” หญิงสาวอีกคนทำหน้าเศร้าสร้อยเมื่อเห็นแผงที่ว่างเปล่า
“พรุ่งนี้เวลานี้ ถ้าโชคดี... เราอาจจะได้เจอกันอีกนะคะ วันนี้ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ” หลินว่านหลิงโค้งศีรษะเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดเงินสดปึกใหญ่ในมือลงใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษธนบัตรเสียดสีกันเบาๆ คือเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในยามวิกาลนี้
เมื่อฝูงชนแยกย้ายกันหายลับไปในความมืด เหลือเพียงความเงียบงัดที่กลับมาเยือนตรอกเดิมอีกครั้ง ลู่จ้านเฉิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขาหันมามองภรรยาที่กำลังนับเงินในมือด้วยดวงתาระยิบระยับ
“เก่งมากครับภรรยา... เล่นเอาตลาดมืดสะเทือนในสิบนาที คุณนี่ชักจะเก่งเกินไปแล้ว” ลู่จ้านเฉิงเอ่ยเย้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนายื่นไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ
“ก็เพราะฉันมีสามีคอยคุ้มกันต่างหากล่ะคะ ถึงกล้าหาญได้ขนาดนี้” หลินว่านหลิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานเชื่อมสะท้อนกับแสงไฟสลัว ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินออกจากตรอกเพื่อกลับบ้าน ทันใดนั้นเอง...
“หยุดอยู่ตรงนั้น! ห้ามขยับ!”
เสียงตะהคอกก้องกังวานด้วยอำนาจเด็ดขาดดังขึ้นจากปากทางเข้าตรอกมืดเบื้องหน้า พร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงหลายดวงที่สาดส่องตรงเข้ามาปะทะร่างของพวกเขาทั้งคู่จังๆ และเงาร่างของชายในเครื่องแบบสารวัตรทหารนับสนายกำลังก้าวเท้าเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางหนีอย่างแน่หนา!
รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่จ้านเฉิงแข็งค้างในพริบตา เมื่อแสงไฟฉายกระทบเข้ากับใบหน้าบึ้งตึงและแววตาเหี้ยมเกรียมของ ‘ผู้บังคับกองพันหลี่’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการกวาดล้างตลาดมืดอย่างไร้ความปรานี และเขากำลังจ้องมองตรงมาที่มือของหลินว่านหลิง ซึ่งยังคงถือปึกเงินสดจากการขายของเถื่อนอยู่คาตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ว่านหลิงกับพี่จ้านเฉิงมาโดยตลอดนะคะ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 11
การค้าครั้งแรกในตลาดมืด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!