"ถ้าพวกคุณยังแหกปากโวยวายด้วยข้อหาไร้สาระแบบนี้อีกแม้แต่คำเดียว ฉันเกรงว่าประตูบ้านตระกูลลู่คงต้องต้อนรับตำรวจคอมมูนแทนที่จะเป็นญาติผู้ใหญ่นะคะ!"
เสียงตบโต๊ะดังปัง! สะท้านไปทั่วห้องโถงคับแคบ กลิ่นอายความอดทนที่หมดลงฉับพลันของหลินว่านหลิงแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องถึงกับสะดุ้งเงียบกริบ ชามกระเบื้องบิ่นๆ บนโต๊ะสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้านยืนตระหง่าน ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นและเฉียบคมจนแม่สามีที่อ้างตัวว่าเป็นใหญ่ในบ้านถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงร้อนระอุ "นั่งลงเถอะค่ะคุณสามี... เรื่องต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง รับรองว่างานนี้... ฉันจะทำให้พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียวค่ะ!"
และบัดนี้ คำพูดนั้นกำลังกลายเป็นจริงอย่างเลือดเย็น
แม่สามี (เฒ่าซื่อ) หน้าดำคร่ำเครียด ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามจะแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า "นังสะใภ้ไร้กตัญญู! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน! แต่งเข้าบ้านมาได้ไม่ทันไร ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าไล่แม่สามีแล้วรึไง หึ! คิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะกร่างยังไงก็ได้งั้นซิ!"
หลินว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นแต่อัดแน่นไปด้วยความเย้ยหยัน "กตัญญูเหรอคะ? คำนี้ใช้กับบ้านตระกูลลู่คงต้องเช็ดฝุ่นกันนานหน่อยนะคะ ตั้งแต่ฉันก้าวเท้าเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้ มีวันไหนบ้างที่พวกคุณปฏิบัติกับฉันเหมือนมนุษย์? ข้าวปลาอาหารให้กินแต่เศษผักกาดเน่าๆ งานหนักในไร่นาให้ทำตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นจนดวงอาทิตย์ตกดิน แถมเงินเดือนทหารที่พี่จ้านเฉิงส่งกลับมา... หึ! มันเคยตกถึงมือภรรยาอย่างฉันสักแดงเดียวไหมคะ หรือว่าถูกพวกคุณผลาญเอาไปส่งเสียให้ลูกชายคนโปรดเอาไปเล่นการพนันในเมืองหมดแล้ว!"
คำพูดจี้ใจดำนี้พุ่งตรงเข้าแสกหน้าเฒ่าซื่อและบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่พากันยกโขยงมาหวังสูบเลือดสูบเนื้อ สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด สลับกับแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว
"เหลวไหล! แกพูดจาใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวเรา!" ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ทำตัวเป็นกองหนุนรีบสวนกลับเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "เงินทองที่ไหนกัน แกมันนังตัวกินไก่ กินเก่งแต่มือไม่พายเอาแต่นั่งกินนอนกิน สมควรแล้วที่โดนอบรมสั่งสอน!"
ลู่จ้านเฉิงที่นั่งเงียบมาตลอด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองภรรยาด้วยความรักและภูมิใจระคนห่วงใย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในเครื่องแบบทหารปลดปล่อยไอสังหารอ่อนๆ จากสนามรบออกมาโดยไม่รู้ตัว อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงทันตาเห็น รังสีอำมหิตของนายทหารผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนกดทับจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจแรง
เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างหลินว่านหลิง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคง ก่อนจะกวาดสายตาดุจคมมีดมองกราดไปทั่วทุกคน
"เงินเดือนของผม... ผมเป็นคนหามาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อในกองทัพครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "บัญชีเงินฝากและสิทธิ์การเบิกจ่ายทั้งหมด อยู่ที่ภรรยาของผม... หลินว่านหลิง แต่เพียงผู้เดียวครับ หากใครยังมีหน้ามากล่าวหาว่าภรรยาผมผลาญเงิน หรือกล้ามาก้าวก่ายความเป็นอยู่ของเราอีก... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นญาติ!"
คำประกาศิตของลู่จ้านเฉิงราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจของเฒ่าซื่อ นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเจ็บใจจนอกแทบระเบิด ลูกชายผู้เคยเชื่อฟังและส่งเงินให้ตลอด กลับกลายเป็นหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำทุกคนเพื่อปกป้องภรรยาไปเสียแล้ว!
หลินว่านหลิงอมยิ้มมุมปากอย่างสะใจ นางเหลือบมองสามีสายเปย์ที่ยืนหยัดเคียงข้างไม่ห่าง เคมีและความเข้ากันได้นี้ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด ในเมื่อบรรยากาศมาถึงจุดแตกหักแล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอีกต่อไป
"ในเมื่อพวกเราพูดกันมาถึงจุดนี้แล้ว..." หลินว่านหลิงดึงมือกลับเล็กน้อย ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเป็นตัวเดินเกม นางสบตากับเฒ่าซื่ออย่างไร้ความเกรงกลัว "ฉัน 'หลินว่านหลิง' ขอประกาศตรงนี้เลยนะคะ... วันนี้ พวกเราขอ 'แยกบ้าน' ค่ะ!"
สิ้นเสียงประกาศ ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ทุกคนนิ่งงิ่งอึ้งราวกับถูกสาบให้เป็นหิน เฒ่าซื่ออ้าปากค้าง ตาเหลือกค้างด้วยความคาดไม่ถึง การแยกบ้านในยุคสมัยนี้หมายถึงการตัดขาดภาระผูกพัน และที่สำคัญที่สุด... พวกนางจะไม่มีวันได้สูบฉีดเงินทองและผลประโยชน์จากทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้อีกต่อไป!
"แก... แกกล้าดียังไงมาขอแยกบ้าน! ฝันไปเถอะ! ฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด!" เฒ่าซื่อกรีดร้องโหยหวนราวกับจะขาดใจ มือเหี่ยวย่นทุบอกตัวเองป้าบๆ เรียกร้องความน่าเวทนาจากคนรอบข้าง "ไอ้ลูกเนรคุณ แกปล่อยให้นังสะภายนอกบ้านมาครอบงำจนไม่เห็นหัวแม่ผู้ให้กำเนิดแล้วใช่ไหม บาปกรรม! ฟ้าผ่าตายแน่ๆ!"
หลินว่านหลิงหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางยกมือขึ้นกอดอก มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ไม่ต้องมาดัดจริตบีบน้ำตาหรอกค่ะคุณแม่ ถ้าไม่ยอมแยกบ้านโดยดี ฉันเกรงว่าสมุดบัญชีเงินเดือนของพี่จ้านเฉิงรวมถึงจดหมายร้องเรียนพฤติกรรมรีดไถเงินทหารของพวกท่าน จะไปนอนอยู่บนโต๊ะของผู้ใหญ่บ้านและสถานีตำรวจคอมมูนภายในบ่ายนี้แน่ค่ะ... เลือกเอาค่ะว่าจะเซ็นชื่อลงใน 'หนังสือแยกบ้าน' หรือจะไปอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังที่สถานีตำรวจดีคะ?"
คำขู่ที่เฉียบคมและมีหลักฐานพร้อมมูลนี้ ทำให้เฒ่าซื่อหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ นางรู้ดีว่าบุตรชายคนรองคนนี้พูดจริงทำจริง และหากเรื่องถึงมือทางการ ชื่อเสียงของตระกูลลู่รวมถึงอนาคตของลูกชายคนโปรดที่จะสอบจอหงวน เอ๊ย... สอบเป็นข้าราชการในเมืองคงพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี
เฒ่าซื่อตัวสั่นเทิ้มด้วยความแค้นเคือง นางกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก สะบัดหน้าหนีด้วยความเจ็บใจ "ได้! อยากแยกนักใช่ไหม? งั้นก็ไสหัวออกไปมือเปล่าเลย! อย่าหวังว่าจะได้ข้าวสารสักเมล็ดหรือเงินสักแดงเดียวจากบ้านตระกูลลู่!"
หลินว่านหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ มือเรียวเล็กแตะที่กระเป๋าเสื้อเบาๆ สัมผัสความเย็นเฉียบของ 'แอปพลิเคชันซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์ม' ที่ซ่อนอยู่ในห้วงมิติภายในตัว ข้าวสารอาหารแห้ง ผลผลิตออร์แกนิกชั้นเลิศ และทรัพย์สมบัติในมิตินั้น... มีมูลค่ามากกว่าบ้านหลังผุพังนี่เป็นร้อยเท่าพัน배! ใครเล่าจะไปสนสมบัติกระจอกงอกง่อยของครอบครัวเปรตขอส่วนบุญเหล่านี้กันเล่า?
"มือเปล่าเหรอคะ? หึ... ฉันไม่ได้อยากได้อะไรจากพวกท่านอยู่แล้วค่ะ นอกจาก... ที่ดินแปลงเล็กๆ ท้ายหมู่บ้านกับเพิงพักเก่าๆ นั่น ตกลงตามนี้นะคะ ถือว่าเราขาดกัน!" หลินว่านหลิงสรุปความอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้พลิกลิ้น
ลู่จ้านเฉิงโอบไหล่ภรรยาด้วยความรักและภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามีความสามารถพิเศษและมีความลับซ่อนอยู่มากมาย การแยกบ้านครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตที่ยากลำบาก แต่คือการก้าวไปสู่อิสรภาพและความมั่งคั่งอย่างแท้จริง
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะตกลงกันด้วยดี และหลินว่านหลิงกำลังจะหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนหนังสือแยกบ้านนั้นเอง
เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโهاมฮาของชาวบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"แย่แล้ว! ลู่จ้านเฉิง! ว่านหลิง! รีบออกไปดูเร็วเข้า... ที่นาแปลงท้ายหมู่บ้านที่เพิ่งยกให้พวกเธอเมื่อกี้... กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่งพากันเอาเครื่องจักรมาไถทำลายจนเละไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!"
หลินว่านหลิงชะงักกึก ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมาจากร่างอย่างน่าสะพรึงกลัว... ใครหน้าไหนมันบังaอาจมาเหยียบย่ำทรัพย์สินที่เป็นของนางตั้งแต่วินาทีแรกที่แยกบ้านกันฟะ?
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาเติมพลังใจให้สวนส้มผลผลิตงอกงามนะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 5
ประกาศกร้าว: ขอแยกบ้านเดี๋ยวนี้!
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!