ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 29

ความลับที่ต้องเปิดเผย

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ช่วยด้วย! บ้านตระกูลลู่รังแกคนไม่มีทางสู้แล้ว!" เสียงแหลมสูงที่แผดทะลุเข้ามาในห้องครัว ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูชะงักงัน แต่ยังทำให้รอยยิ้มของหลินว่านหลิงแข็งค้างบนใบหน้าในเสี้ยววินาที นางวางทัพพีไม้ลงบนขอบหม้ออย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหันไปสบตากับลู่จ้านเฉิงที่นั่งเหลาไม้ฟืนอยู่ใกล้เตาไฟ แววตาของชายหนุ่มไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาและรำคาญใจที่ฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารขยับไหวพร้อมก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณการปกป้อง "ว่านหลิง อยู่ในนี้ก่อน เดี๋ยวพี่ออกไปจัดการเอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น มือใหญ่เอื้อมมาแตะไหล่บางเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น "ไม่ต้องค่ะ จ้านเฉิง..." หลินว่านหลิงส่ายหน้าเบาๆ แววตาของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว "คนพวกนั้นตั้งใจมาหาเรื่องเราตั้งแต่เมื่อวานแล้ว หลบไปก็รังแต่จะทำให้ได้ใจ วันนี้แหละค่ะที่เราต้องคุยกันให้เคลียร์เสียที" นางกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เพิ่งจัดการจัดระเบียบใหม่ สินค้าชั้นดีจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในมิติถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด แต่ความลับที่เก็บงำมานานนับตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยออกไปเสียครึ่งหนึ่งแล้ว เพื่อความสบายใจของนางเอง และเพื่อความมั่นคงในความสัมพันธ์ที่กำลังเบ่งบานระหว่างเขากับนาง เมื่อก้าวเท้าพ้นธรณีประตูออกไป ภาพของสะใภ้รองตระกูลเฉินที่กำลังนั่งแปะมือร้องไห้โฮอยู่หน้าลานบ้าน พร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ยืนล้อมวงมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็ปรากฏแก่สายตา หล่อนแสร้งบีบน้ำตาฟูมฟาย ร่ำIห้คร่ำครวญราวกับถูกบ้านตระกูลลู่ปล้นชิงทรัพย์สินไปครึ่งค่อนบ้าน "ดูเอาเถอะค่ะทุกคน! ตั้งแต่สะใภ้ใหญ่คนนี้เข้ามาในบ้านตระกูลลู่ บ้านของเราก็มีแต่เรื่องความฉิบหายวายป่วง นางใช้เงินมือเติบ ทำตัวเย่อหยิ่ง แถมยังขับไล่แม่สามีผู้ให้กำเนิดไปอยู่กระท่อมปลายนาอย่างไร้เยื่อใย วันนี้ฉันทนเห็นความอกตัญญูนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ถึงต้องมาทวงความยุติธรรมแทนคุณแม่!" เสียงซุบซิบของชาวบ้านดังเซנקเซ็ง หลินว่านหลิงเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา นางกอดอกมองการแสดงงิ้วฉากใหญ่ด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "อ้อ? แม่สามีผู้ให้กำเนิดที่ว่า... หมายถึงคนที่พยายามจะขายฉันให้กับคนแก่คราวพ่อเพื่อแลกกับเงินสินสอดสามร้อยหยวนน่ะหรือคะ?" หลินว่านหลิงเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่กังวานก้อง กวาดสายตามองฝูงชนจนทุกคนเงียบกริบ "หรือหมายถึงคนที่ปล่อยให้ฉันกับสามีเกือบอดตายในฤดูหนาวปีที่แล้วกันแน่คะ สะใภ้รองเฉิน ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ทำไมไม่กลับไปดูแลสามีที่เอาแต่เล่นการพนันในบ้านของคุณเสียล่ะคะ หรือว่าเงินในบ้านหมดจนต้องมาคอยรับจ้างสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นแลกกับแป้งสาลีสักถุง?" ใบหน้าของสะใภ้รองเฉินเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงในทันที นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อโดนจี้จุดดำมืดเข้าอย่างจัง "ว่านหลิงพูดถูก กลับไปเสียเถอะ" ลู่จ้านเฉิงก้าวออกมายืนเคียงข้างภรรยา น้ำเสียงทรงอำนาจและแววตาดุดันของนายทหารผู้ผ่านสนามรบทำให้ฝูงชนถอยกรูดโดยอัตโนมัติ "ถ้าไม่อยากให้ฉันไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านเรื่องที่คุณมาบุกรุกสร้างความวุ่นวายหน้าบ้านทหารประจำการ" เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเอาเปรียบได้ สะใภ้รองเฉินจึงได้แต่ฮึดฮัดสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อไม่มีเรื่องสนุกให้ดูต่อ บรรยากาศรอบบ้านกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของหลินว่านหลิงกลับเต้นระรัวขึ้นมาเล็กน้อย นางหันไปมองสามีที่กำลังถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะตัดสินใจดึงมือหนาของเขาให้เดินกลับเข้าไปในห้องนอนปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ลู่จ้านเฉิงมองการกระทำนั้นด้วยความแปลกใจ ดวงตาคมกริบมองใบหน้างดงามที่ตอนนี้มีความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วครู่ "ว่านหลิง มีอะไรหรือเปล่า? หรือว่าคำพูดของยายคนนั้นทำให้เธอไม่สบายใจ?" "เปล่าค่ะ..." หลินว่านหลิงส่ายหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "จ้านเฉิง... สิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ อาจจะฟังดูเหลือเชื่อและหลุดโลกไปสักหน่อยนะคะ แต่ฉันอยากให้คุณรู้... เพราะฉันไม่อยากมีความลับอะไรกับคุณอีกแล้ว" ลู่จ้านเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง "พูดมาเถอะ ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร หรือมีเรื่องอะไรซ่อนอยู่ เธอก็คือภรรยาของฉัน หลินว่านหลิงคนเดียวเท่านั้น" คำพูดที่หนักแน่นและจริงใจจากปากของชายหนุ่ม ทำให้กำแพงความระแวดระวังในใจของนางพังทลายลง หลินว่านหลิงตัดสินใจเอื้อมมือไปจับมือหนาของเขามาวางไว้บนฝ่ามือของตนเอง แล้วพาจิตสำนึกของทั้งคู่เชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่ลึกลับ วูบ! เพียงแค่พริบตาเดียว จากห้องนอนแคบๆ ในบ้านดิน ทิวทัศน์รอบกายก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดินเดิมอีกต่อไป แต่กลับมายืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลที่มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่นรา-กับสรวงสวรรค์ เบื้องหน้าคือแปลงผักเขียวขจีที่เติบโตอย่างงดงามโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ด้านข้างมีธารน้ำใสสะอาดไหลผ่าน และที่น่าตกใจที่สุดคือ มีอาคารคล้ายโกดังสินค้าขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกิน และเมล็ดพันธุ์พืชพันธุ์ดีจากโลกยุคปัจจุบันที่ล้ำสมัยเกินกว่าจินตนาการของคนในยุค 70 จะรับไหว! ลู่จ้านเฉิงชะงักค้าง ร่างกายของนายทหารผู้ฝึกฝนมาอย่างโชกโชนถึงกับแข็งทื่อ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ เขากวาดสายตามองไปรอบตัว สลับกับมองใบหน้าของภรรยาที่กำลังส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ด้วยความรู้สึกผิดและหวาดหวั่นว่าเขาจะหวาดกลัวนาง "ที่นี่... คืออะไรกัน?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "นี่คือ... ความลับของฉันค่ะ มิติลับที่ติดตัวฉันมาตั้งแต่ต้น" หลินว่านหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาด้วยความกังวล "ฉันสามารถนำสิ่งของออกมาใช้ ปลูกพืช หรือแม้แต่เก็บซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้... คุณ... คุณกลัวฉันไหมคะ? คุณคิดว่าฉันเป็นปีศาจหรือเปล่า?" ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ หัวใจของหลินว่านหลิงเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะถอยห่าง กลัวว่าความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ด้วยดีจะต้องพังทลายลงเพราะความลับนี้ ทว่า... สิ่งที่ลู่จ้านเฉิงทำ กลับเหนือความคาดหมายทั้งหมด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในเสี้ยววินาที สองมือหนาประคองใบหน้างดงามขึ้นอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายความรักความหลงใหลและความโล่งใจอย่างล้นพ้น "ปีศาจงั้นหรือ?" ลู่จ้านเฉิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเอ็นดูระคนโล่งอก "ถ้าภรรยาหน้าตาเกลี้ยงเกลา ทำอาหารอร่อย และเก่งกาจแบบนี้คือปีศาจ ต่อให้ต้องตกนรกหมกไหม้ร่วมกับเธอ... ฉันก็ยอม" หลินว่านหลิงเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง นางอ้าปากค้างเล็กน้อย "คุณ... ไม่ตกใจหรอกหรือคะ? ฉันอาจจะเอาเปรียบคนอื่น หรือมีพลังที่อธิบายไม่ได้นะ" "ฉันเป็นทหาร หน้าที่ของฉันคือปกป้องประเทศชาติและปกป้องเธอ" ลู่จ้านเฉิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน แววตาจริงจังจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "ไม่ว่าที่นี่จะเป็นอะไร หรือเธอจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีกครึ่งหนึ่ง... มันก็เป็นเรื่องของภรรยาฉัน หน้าที่ของฉันไม่ใช่การจับผิดเธอ แต่คือการช่วยเธอเก็บความลับนี้ และหาทางใช้มันเพื่อทำให้ชีวิตของเราสุขสบายขึ้นต่างหาก" คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและความคลั่งรักแบบไม่มีเงื่อนไข ทำให้น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาในดวงตาของหลินว่านหลิงอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าชายหนุ่มยุค 70 ผู้ซื่อตรงคนนี้ จะมีความคิดที่เปิดกว้างและรักนางได้มากถึงเพียงนี้ "ขอบคุณนะคะ... จ้านเฉิง" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะโผเข้ากอดเอวสอบของเขาแน่น ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่น ลู่จ้านเฉิงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ วงแขนแข็งแรงรวบร่างบางเข้ามากอดตอบแนบแน่น มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนหวานและอบอุ่นท่ามกลางมิติลับ สายตาก็จับจ้องไปที่หน้าต่างกระจกใสของโกดังสินค้าในมิติที่จู่ๆ ก็เกิดแสงไฟกะพริบเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าของหลินว่านหลิงโดยปราศจากการควบคุม [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการพยายามบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวจากภายนอก... บุคคลไม่ประสงค์ดีกำลังงัดแงะประตูหน้าบ้านของท่านในขณะนี้!] หลินว่านหลิงผละออกจากอ้อมอกของสามีทันที ใบหน้างดงามเปลี่ยนเป็นเย็นชาในพริบตา แววตาฉายประกายความกรุ่นโกรธขึ้นมาอีกครั้ง ลู่จ้านเฉิงหรี่ตาลง รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มทันทีเมื่อรู้ว่ามีคนบังجาญกล้ามาหาเรื่องภรรยาถึงในบ้านยามวิกาลเช่นนี้ "ดูท่าทาง... คืนนี้เราคงต้องใช้ประโยชน์จากคลังสินค้าในมิติของคุณ เพื่อต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญชุดใหญ่เสียแล้วกระมังครับ, ภรรยา" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%