เสียงเคาะประตูกระทบวงกบไม้เก่าจนสะเทือนลั่น ตามมาด้วยแรงถีบโครมใหญ่จนกลอนประตูผุๆ หลุดกระเด็นออกจากผนังดินดิบ
"หลินว่านหลิง! นังตัวดี! ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้าขังตัวเองอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกไปตักน้ำกวาดลานบ้านตั้งแต่เช้าแล้วรึ! คิดว่าแต่งเข้ามาบ้านสกุลลู่แล้วจะเป็นคุณนายรึไง ถึงเวลาต้องทำงานแล้วโวย!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ "เฒ่าซื่อ" หรือแม่สามีดังทะลุเข้ามาในห้องครัว พร้อมกับร่างท้วมที่พุ่งพรวดเข้ามาเหมือนหมูป่าตกมัน สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวาน นางตั้งใจจะมาพังประตูสั่งสอนลูกสะใภ้ไร้ประโยชน์คนนี้ให้สำนึกสักตั้ง
ทว่า... ลมหายใจของแม่สามีที่กำลังอ้าปากด่าทอต่อพลันสะดุดกึกลงทันที กลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวทำให้ต่อมรับรสของนางกระตุกวูบ
บนเตาอั้งโล่ดินเผา หม้อดินขนาดกลางกำลังเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของกระดูกหมูเคี่ยวกับเห็ดหอมและรากบัวที่หอมฟุ้งจนกลืนน้ำลายแทบไม่ทัน ข้างกันนั้นมีแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดขาวราวก้อนหิมะวางอยู่ในถังไม้ที่เปิดฝาไว้ สว่างวาบจนแสบตาในสายตาของชาวบ้านยุค 70 ที่แม้แต่แป้งหยาบสีดำยังหายากยิ่ง
แม่สามีอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า นางมองถังแป้งสาลีขาวจั๊วะสลับกับหม้อเนื้อตุ๋นตรงหน้า สมองตื้อตันไปชั่วขณะ
*นะ... นี่มันอะไรกัน? นังเด็กนี่เอาแป้งขาวบริสุทธิ์และกระดูกหมูมาจากไหน! ในบ้านนี้ไม่มีเงินสักเหรียญเดียวไม่ใช่หรือไง!*
หลินว่านหลิงค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงอย่างไม่รีบร้อน นางปัดเศษแป้งที่ติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนออกเบาๆ ใบหน้ารูปไข่ผุดผ่อง ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและท้าทายอย่างปิดไม่มิด นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่สามีที่กำลังยืนแข็งค้างเป็นหิน
"อ้าว ลมอะไรหอบคุณแม่มาถึงนี่ล่ะคะ?" หลินว่านหลิงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนลึกซึ้ง "หรือว่าได้กลิ่นหอมของอาหาร ถึงได้รีบวิ่งมาพังประตูบ้านฉันเสียเสียงดังลั่นหมู่บ้านแบบนี้?"
เฒ่าซื่อได้สติกลับคืนมา ความโลภและความอิจฉาริษยาพุ่งทะยานขึ้นจนบังตา นางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนของหลินว่านหลิงแล้วตบสั่งสอนสักฉาด
"นังตัวดี! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อแป้งขาวและกระดูกหมู! นี่มันของหลวง หรือแกแอบขโมยเงินของสามีแกมาปรนเปรอตัวเองห๊ะ! ช่างกล้านักนะ แกเป็นแค่สะใภ้ที่บ้านเดิมซื้อมา หรือคิดจะกินทิ้งกินขว้างรึไง เอาของพวกนี้มานี่เดี๋ยวนี้! ฉันในฐานะแม่ย่อมมีสิทธิ์ยึดของพวกนี้ไปเก็บไว้!"
แม่สามีส่งเสียงแหลมแสบแก้วหู พลางยื่นมืออวบอ้วนสกปรกหมายจะกอบกุมเอาแป้งสาลีขาวจั๊วะในถังไม้ไปครอบครอง
*แควก!*
หลินว่านหลิงขยับตัวหลบอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า มือเรียวยาวคว้าทัพพีไม้ตักน้ำแกงร้อนๆ ขึ้นมาขวางหน้าไว้ทันที ปลายทัพพีเฉียดนิ้วมือของแม่สามีไปเพียงนิดเดียวจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ
"อุ๊ย ระวังหน่อยนะคะคุณแม่ มือไม้สะอาดอยู่แท้ๆ แต่อย่าเอื้อมมาหยิบจับสุ่มสี่สุ่มห้าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน" หลินว่านหลิงแย้มยิ้มเย็นเยียบ แววตาคมกริบทอดมองแม่สามีราวกับมองตัวตลกไร้ค่า
"แก! นังสะใภ้เนรคุณ! กล้าขู่ฉันรึ!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนต่อกร นางชี้หน้าด่ากราด "บ้านนี้ฉันเป็นใหญ่ ฉันสั่งให้แกคายของพวกนี้ออกมาทั้งหมด ไม่อย่างนั้นฉันจะให้จ้านเฉิงหย่ากับแกแน่!"
คำขู่เรื่อง "การหย่าร้าง" ในยุค 70 นี้ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ใช้กดดันผู้หญิงได้ชะงักนัก หากสะใภ้คนไหนถูกหย่ากลับบ้านเดิม ย่อมกลายเป็นตราบาปและขี้ปากของคนทั้งหมู่บ้านจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม
ทว่า... หลินว่านหลิงกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะใสกระจ่างแต่กลับเย็นชาเสียจนแม่สามีรู้สึกสันหลังวาบวาบอย่างไรชอบกล
"หย่ารึคะ?" หลินว่านหลิงทวนคำ รอยยิ้มบนมุมปากงดงามหยาดเยิ้มแต่กลับทรงพลังกดดันจนแม่สามีต้องหุบปากฉับ "คุณแม่คะ กรุณาใช้สมองส่วนน้อยที่มีคิดทบทวนดูให้ดีเสียก่อนนะคะ ว่าถ้าไม่มีฉันคอยซักผ้า หาฟืน และปรนเปรอสามีตระกูลลู่จนเขาเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมวดในค่ายทหารได้ ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายกราบกรานร้องขอชีวิต?"
"แก... แกพูดจาสามหาว!" แม่สามีตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนพูดไม่ออก
"ฉันจะพูดให้ชัดเจนตรงนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ" หลินว่านหลิงก้าวเท้าเข้าไปหาแม่สามีทีละก้าว แรงกดดันจากวิญญาณหญิงสาวยุคใหม่ที่ผ่านการแข่งขันอันดุเดือดแผ่ซ่านออกมาจนแม่สามีต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บ้านหลังนี้ฉันเป็นคนดูแล อาหารในหม้อนี้ฉันเป็นคนหามาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง และที่สำคัญ..."
นางหยุดยืนจ้องลึกลงไปในดวงตาของแม่สามี ขยับริมฝีปากเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน
"ฉัน... จะไม่มีทางก้มหัวให้คุณแม่หรือใครหน้าไหนในตระกูลลู่อีกเด็ดขาดค่ะ!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว บรรยากาศภายในห้องครัวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ แม่สามีอ้าปากค้างราวกับคนใบ้ สมองขาวโพลนรับมือไม่ถูกกับความเปลี่ยนแปลงของลูกสะใภ้ที่เคยหัวอ่อนและยอมให้โขกสับมาตลอด
ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
ลู่จ้านเฉิงยืนสงบนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู สายตาคมกริบกวาดมองมาระหว่างแม่ที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับภรรยาที่ยืนถือทัพพีไม้เชิดหน้าท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวใคร...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอนะคะ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 2
ตบหน้าแม่สามีด้วยแป้งสาลีขาวจั๊วะ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!