เสียงกระแทกชามกระเบื้องบิ่นจนดังสะท้านสะเทือนผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่า คือสัญญาณเตือนภัยแรกที่ต้อนรับหลินว่านหลิงกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง
"นึกว่านอนตายสบายใจเฉิบไปแล้วหรือไงยะ อีสะใภ้ตัวกินเปลือง! แดดออกจนก้นจะไหม้อยู่แล้ว ยังมีหน้ามานอนอืดคาเตียงดินเผาอยู่อีก ตระกูลลู่ของเราไม่ได้เลี้ยงข้าวต้มฟรีไว้ให้คนไร้ค่า นอนกินบ้านกินเมืองแบบแกหรอกนะ!"
น้ำเสียงแหลมสูงบาดหูของ 'เฒ่าซื่อ' หรือแม่สามีใจร้ายประจำบ้านตระกูลลู่ แผดดังลั่นทะลุประตูไม้ไผ่ผุๆ เข้ามา พร้อมกับกลิ่นสาบโคลนและกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ ของยุคสมัยอันยากลำบาก ทว่าสำหรับหลินว่านหลิง ผู้ซึ่งเพิ่งหลุดเข้ามาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดพร้อมกับแอปพลิเคชันซุปเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะในสมอง น้ำเสียงนี้ไม่ได้น่ากลัวแม้แต่น้อย กลับฟังดูคล้ายเสียงกวนประสาทของแมลงหวี่แมลงวันเสียมากกว่า
ว่านหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ปรับโฟกัสรับแสงสลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคามุงแฝก ร่างกายนี้ผอมแห้งแรงน้อยจนน่าตกใจ ซี่โครงเรียงตัวเด่นชัด ข้อมือเล็กเรียวราวกับกิ่งไม้แห้งที่หักได้ทุกเมื่อ ความหิวโหยระดับกิ่วกู้แผดเผากระเพาะจนแสบร้อน อาหารมื้อล่าสุดของเจ้าของร่างเดิมคือมันเทศต้มหัวจิ๋วเมื่อวานซืน ซึ่งแทบไม่มีคุณค่าทางโภชนาการใดๆ เลย
*โครก...*
เสียงท้องร้องประท้วงดังสนั่นจนน่าอาย แต่ว่านหลิงกลับมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับอย่างคนกุมความลับอันยิ่งใหญ่ไว้ในมือ
ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอทะลุมิติมาอยู่ในยุคเจ็ดสิบอันแร้นแค้น พร้อมกับแอปพลิเคชันซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มที่บรรจุสินค้าพรีเมียมจากโลกยุคใหม่ไว้ครบครัน ทั้งเนื้อสัตว์ฉ่ำๆ ผักสดกรอบๆ และเครื่องปรุงรสสารพัดชนิด มีหรือที่คนอย่างหลินว่านหลิงจะต้องมาทนก้มหัวให้แม่สามีใจแคบโขกสับอยู่ฝ่ายเดียว!
"แม่คะ..." ว่านหลิงเปล่งเสียงแหบแห้งจงใจให้ฟังดูน่าเวทนา แต่แววตาไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยันกายลุกขึ้นช้าๆ ก้าวเท้าลงจากเตียงเตาที่เย็นเฉียบ "ฉันไม่ได้นอนอืดหรอกค่ะ แค่รู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเพราะท้องว่างต่างหากล่ะคะ ถ้าฉันตายคาสานบ้านตระกูลลู่ขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าชื่อเสียงของพี่จ้านเฉิงที่กำลังไปได้สวยในกองทัพ คงมัวหมองเพราะข่าวลือว่าครอบครัวรังแกสะจนอดตายไม่น้อยนะคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เฒ่าซื่อชะงักกึก ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนเนื้อสั่น
"นัง... นังสะใภกล้าดียังไงมาขู่ฉัน! ปีกกล้าขาแข็งนักนะยะ ตั้งแต่อีลูกชายตัวดีของฉันส่งจดหมายกลับมาแกก็ทำตัวพยศขึ้นทุกวัน ออกไปเดี๋ยวนี้! ไปขนฟืนหลังบ้านแล้วซักผ้ากองโตนั่นให้เสร็จก่อนเที่ยง ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว!"
เฒ่าซื่อถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าจากไป ทิ้งให้ว่านหลิงยืนมองตามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
*อยากให้ซักผ้าและขนฟืนงั้นหรือ? ฝันไปเถอะค่ะ!*
ทันทีที่เสียงฝีเท้าของแม่สามีเดินห่างออกไปจนพ้นเขตบ้าน ว่านหลิงก็ล็อกกลอนประตูไม้ไผ่ทันที เธอหลับตาลงตั้งสติเพ่งจิตเข้าสู่ห้วงมิติลับในสมอง
วูบ!
ภาพตรงหน้าเปลี่ยนวับจากห้องดินเหนียวเก่าๆ กลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมา แสงไฟนีออนสว่างไสว ชั้นวางสินค้าเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยละลานตา ทั้งโซนอาหารสด โซนเครื่องปรุงรส และโซนสินค้าอุปโภคบริโภค กลิ่นหอมของเนยและแป้งสาลีลอยอบอวลเตะจมูกจนน้ำลายสอ
"ฮ่าๆ สวรรค์ช่างใจดีกับฉันเสียจริง" ว่านหลิงหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี นิ้วเรียวจิ้มเลือกหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาจากชั้นวางในมิติอย่างคล่องแคล่ว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกรดพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศเส้นเหนียวนุ่ม เนื้อวัวสไลด์ลายหินอ่อนสีแดงสด ไข่ไก่สดฟองโต และพริกหอมเสฉวนสูตรเข้มข้น
เธอนำวัตถุดิบทั้งหมดออกมาปรากฏยังเตาไฟเล็กๆ ในห้องครัวของบ้านตระกูลลู่ แม้ฟืนไม้จริงจะหายาก แต่ในมิติของเธอกลับมีเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพกพาและหม้ออเนกประสงค์พร้อมสรรพ ว่านหลิงจัดการตั้งน้ำซุปเคี่ยวเนื้อวัวกับเครื่องเทศจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ซ่า... เสียงเนื้อวัวสไลด์สัมผัสกับน้ำซุปเดือดพล่าน ตามด้วยการตอกไข่ไก่สดลงไป กลิ่นหอมเย้ายวนใจของน้ำซุปเนื้อตุ๋นเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นพริกหอมและต้นหอมซอย พวยพุ่งผ่านรอยแตกของผนังเรือนครัว ลอยละลิ่วไปตามสายลมยามสายที่พัดผ่านกลางหมู่บ้าน
ในยุคเจ็ดสิบที่ทุกคนต่างต้องประหยัดอดออม ข้าวต้มเจือจางคือน้ำพักน้ำแรงหลักของแต่ละบ้าน กลิ่นเนื้อวัวตุ๋นที่หอมฟุ้งรุนแรงขนาดนี้ จึงเปรียบเสมือนการทิ้งระเบิดปรมาณูลงกลางความเงียบสงบของหมู่บ้านซานหลี่!
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงสูดน้ำมูกด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
"กลิ่นอะไรน่ะ? หอม... หอมเหลือเกิน เหมือนกลิ่นเนื้อตุ๋นเลย บ้านไหนทำอะไรกินกัน?" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึง
ขณะที่ว่านหลิงกำลังใช้ตะเกียบีบคีบเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศความสุขส่วนตัว ประตูไม้ไผ่ที่ควรจะถูกล็อกไว้ กลับถูกกระชากอย่างแรงด้วยมือของเฒ่าซื่อที่วิ่งหน้าตั้งกลับมาด้วยความโมโหหิวกระหาย และดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลնหลุดออกจากเบ้า เมื่อเห็นชามบะหมี่เนื้อตรงหน้าสะใภ้ตัวดี!
แต่ก่อนที่เฒ่าซื่อจะทันได้อ้าปากแผดเสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความอิจฉาริษยา เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่หน้าประดูบ้าน พร้อมกับถุงสัมภาระใบใหญ่ในมือ และสายตาดุคมกริบที่กวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัว!
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองแม่สามีที่กำลังอ้าปากค้าง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยคมของภรรยาตัวน้อยที่กำลังถือตะเกียบค้างไว้กลางอากาศ
ลมหายใจของทุกคนในบริเวณนั้นสะดุดกึกลงทันที...
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... สามีสายเปย์ผู้ทรงพลังและคลั่งรักภรรยาแบบสุดๆ ปรากฏตัวในจังหวะนรกแบบนี้แล้ว เรื่องราวต่อจากนี้จะอลหม่านและฟินเบอร์ไหน กดติดตามตอนต่อไปแล้วมาลุ้นไปพร้อมกับ "สวนส้มปลายฟ้า" กันได้เลยนะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70•ตอนที่ 1
ทะลุมิติมาพร้อมกลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!