กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนลอยอบอวลอยู่ภายในห้องหนังสือลับใต้ตำหนักอักษร
เปลวเทียนสีส้มไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลัก ทอดเงายาวทับถมลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่กางอยู่เบื้องหน้า บนนั้นถูกปักหมุดด้วยธงสีชาดและสีดำสลับกันอย่างยุ่งเหยิง ราวกับเส้นประสาทที่กำลังเต้นเร่าด้วยพิษไข้ของราชสำนัก
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ฉู่เหยียน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มือเรียวในชุดเกราะอ่อนสีเข้มของแม่ทัพหญิงหลวนเฟยสะบัดลงบนขอบโต๊ะไม้จันทน์อย่างไม่เบานัก แรงกระทบทำให้ถ้วยน้ำชาสั่นระริก หยดน้ำกระเซ็นเปื้อนกระดาษสัญญาลับที่เพิ่งถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากกองเอกสารมรณะ
ฉู่เหยียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากบันทึกบัญชีส่วยที่ถืออยู่ ปลายนิ้วเรียวยาวไล่ไปตามตัวอักษรรายชื่อขุนนางกังฉินที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลมืด เขายกยิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายเย้ยหยันโชคชะตา คล้ายเย้ยหยันความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น
"หากไม่เล่นกับไฟ แล้วเราจะเผารังโจรให้มอดไหม้ได้อย่างไรเล่า, ท่านแม่ทัพ" ฉู่เหยียนเงยหน้าขึ้นสบตา นางดวงตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนเปลวเทียนประกายวาววับ "ท่านกลัวว่าไฟจะลามมาลวกมือข้า หรือกลัวว่าแผนการของท่านจะถูกเผาจนไม่เหลือซากกันแน่?"
หลวนเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกุนซือหนุ่มผู้เย็นชา นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายสนามรบและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบเจือปนกับความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง
"ข้าไม่เคยกลัวความตาย และไม่เคยกลัวเล่ห์กลใดๆ ของเจ้า... แต่สิ่งที่ข้าชิงชังที่สุด คือการเอาชีวิตของราษฎรนับหมื่นมาเดิมพันบนหกระดานบ้าๆ ที่เจ้าขีดขึ้นมาเอง" หลวนเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เฉียบคมดั่งคมดาบที่จ่ออยู่บนลำคอ "ฮ่องเต้กำลังับตาข้างหนึ่งกับกลุ่มอำนาจมืดเหล่านั้น เพราะทรงต้องการถ่วงดุลอำนาจของตระกูลเรา หากเจ้าขยับตอนนี้ ทุกอย่างจะพังทลาย"
"พังทลายเพื่อให้สร้างใหม่ หรือพังทลายเพื่อให้พวกมันเหยียบย่ำต่อไป?" ฉู่เหยียนย้อนถามเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นจนคนฟังชะงัก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างทั้งสองถูกย่นย่อลงจนรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นด้วยแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดของคนสองคนที่ฉลาดทันกัน มีอุดมการณ์ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับเข้าใจจิตวิญญาณของอีกฝ่ายยิ่งกว่าใคร
"เจ้ามันบ้า..." หลวนเฟยกระซิบ ลลมหายใจอุ่นรดอยู่ใกล้เพียงนิด นางเบี่ยงสายตาหลบเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น "แผนใหญ่แห่งศตวรรษที่เจ้าว่า ไม่ใช่แค่การชิงอำนาจคืนจากพวกมัน แต่มันคือการดึงแผ่นดินนี้ลงสู่ความโกลาหล"
"ถ้าความโกลาหลนั้นคือกรรมวิธีเดียวในการผ่าตัดเนื้อร้ายที่เน่าเฟะออกจากราชสำนัก ข้าก็ยินดีจะยอมรับบาปนั้นไว้เอง" ฉู่เหยียนโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนใบหน้าเกือบชิดซอกหูของนาง เสียงกระซิบพร่าต่ำทว่าทรงพลังสลักลึกลงในความรู้สึก "หรือว่า... ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร เริ่มไม่มั่นใจในฝีมือของข้าเสียแล้ว?"
หลวนเฟยหันขวับกลับมาสบตาในระยะประชิด ความท้าทายในแววตานางลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิง นางไม่ได้ถอยหนี กลับเหยียดยิ้มหยันที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้
"ฝีมือของเจ้าข้าไม่เคยสงสัย... ข้าเพียงแต่สงสัยว่า หัวใจที่ด้านชาดั่งหินผาของเจ้านั้น ยังมีความรู้สึกเหลืออยู่บ้างหรือไม่ เมื่อถึงวันที่หมากตานี้ต้องสละทิ้ง"
ก่อนที่ฉู่เหยียนจะทันได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าฝีนหนึ่งก็ดังขึ้นแผ่วเบาแต่เร่งรีบจากทางระเบียงลับด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะรหัสสามครั้งซ้อน—สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าละเมิด
ทั้งคู่ผละออกจากกันในเสี้ยววินาที ความตึงเครียดทางอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักรบและนักวางแผนทันที
ประตูลับถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน เงาร่างขององครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยสภาพหอบเหนื่อย เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนและคราบเลือดสดๆ
"รายงานท่านกุนซือ! แม่ทัพใหญ่! หน่วยสอดแนมของเราที่ส่งไปตรวจสอบคลังเสบียงลับของกลุ่มอิทธิพลมืด... ถูกเก็บกวาดสิ้นเกลี้ยงในเวลาไล่เลี่ยกัน" องครักษ์เงารายงานด้วยเสียงสั่นเทา มือที่ประสานคารวะสั่นระริก "แต่ก่อนที่พวกเขาจะขาดใจตาย... ได้ส่งสาส์นฉบับนี้กลับมา พร้อมกับคำเตือนว่า 'พวกมันรู้ตัวและชิงเดินหมากตาก่อนเราแล้ว'"
ฉู่เหยียนรับม้วนผ้าไหมเปื้อนเลือดมาคลี่ออกดูอย่างรวดเร็ว สายตาคมกาลกวาดมองข้อความสั้นๆ ด้านในเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยสุขุมนุ่มลึกมาตลอดกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ยากจะปิด
หลวนเฟยชะโงกหน้าเข้ามามองผ่านไหล่ของเขา และเมื่อเห็นตราประทับที่ปรากฏอยู่บนสาส์นฉบับนั้น ลมหายใจของนางก็พลันสะดุดกكَลงทันที—มันไม่ใช่ตราประทับของกลุ่มขุนนางกังฉินที่พวกเขาคาดคิด แต่มันคือตราประจำพระองค์ของบุคคลที่ควรจะนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรอย่างปลอดภัยที่สุดในวังหลวง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 27
แผนใหญ่แห่งศตวรรษ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!