กลิ่นอับชื้นของตำราเก่าและหมึกจีนชั้นดีลอยอบอวลอยู่ภายในห้องหนังสือลับใต้ดิน ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือกลิ่นอายอันตรายที่แฝงมากับความเงียบงัน
หลวนเฟยปรายตามองบุรุษเบื้องหน้า ผู้ซึ่งกำลังใช้ปลายพู่กันขนกระต่ายแตะแต้มน้ำหมึกสีดำสนิทลงบนกระดาษเซวียนจื่ออย่างเชื่องช้า ท่าทางของฉู่เหยียนสุขุมเยือกเย็นราวกับมิได้ตระหนักเลยว่า บัดนี้ราชสำนักกำลังปั่นป่วนเพียงใดจากการเคลื่อนไหวของตระกูลหลี่
"ท่านจงใจปล่อยข่าวเรื่องบัญชีลับฉบับจริงอยู่ที่จวนสกุลหลี่... เพื่ออะไรกันแน่ กุนซือฉู่"
น้ำเสียงของแม่ทัพหญิงกังวานต่ำและทรงพลัง นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้จันทน์แดง แววตาคมกริบราวกับใบดาบที่พร้อมเชือดเฉือนทุกคำลวง "การล่อเสือออกจากถ้ำด้วยวิธีนี้ เดิมพันด้วยชีวิตของสายลับสามนายที่ข้าส่งไป พวกเขาอาจไม่รอดกลับมา"
ฉู่เหยียนวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรสีเทาที่ยากจะหยั่งถึง มุมปากหยักระบายยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ระคนหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
"แม่ทัพหลวนกล่าวโทษข้าเร็วเกินไปกระมัง" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะทกสะท้าน "ท่านคิดว่าเสืออย่าง 'หลี่จงไห่' จะยอมขยับตัวเพียงเพราะข่าวลือลมๆ แล้งๆ หรืออย่างไร หากไม่มีเหยื่อชิ้นโตที่หอมหวานพอ เขาก็คงยังซ่อนตัวอยู่หลังอำนาจของฮ่องเต้และราชครูต่อไป"
"แต่ท่านใช้ชีวิตคนเป็นหมาก!" หลวนเฟยตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงปะทะทำให้แท่น Mò (หมึกจีน) สั่นไหว นางโน้มตัวเข้าหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "ข้าทำสงครามเพื่อปกป้องราษฎร มิใช่เพื่อให้ท่านนำเอาชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชามาสังเวยให้กับเกมการเมืองโสโครกนี่!"
กลิ่นกายหอมเย็นเจือกลิ่นอายสนิมเหล็กและจันทร์หอมจากตัวนางลอยปะทะจมูก ฉู่เหยียนมิได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวเข้าหาช้าๆ สบตากับดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขายิ่งลึกขึ้น
"ท่านโกรธเพราะเป็นห่วงชีวิตสายลับเหล่านั้น... หรือโกรธเพราะไม่ชอบใจที่ข้าเดินหมากโดยไม่ปรึกษาท่านกันแน่ แม่ทัพหลวน"
คำพูดเย้าแหย่ที่แฝงนัยยะเฉียบคมทำให้หลวนเฟยชะงักไปชั่วขณะ นางขบกรามแน่น พยายามสะບัดความรู้สึกปั่นป่วนที่ตีรวนขึ้นในอกออกไป ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป ไม่ใช่เพราะคมดาบ แต่เป็นเพราะความสามารถของเขาในการอ่านทะลุปรุโปร่งถึงจิตวิทยาเบื้องลึกของนาง
"ข้าไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับท่าน" หลวนเฟยผละถอยหลังอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "ในเมื่อท่านเลือกใช้วิธีนี้ แผนการบุกค้นจวนสกุลหลี่คืนนี้ ข้าจะเป็นคนนำทัพเอง"
"ไม่ได้" ฉู่เหยียนปฏิเสธทันควัน น้ำเสียงที่เคยผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบขาดในเสี้ยววินาที "คืนนี้จวนสกุลหลี่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก"
หลวนเฟยขมวดคิ้วมุ่น "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
ฉู่เหยียนหยิบแผนที่แผ่นหนังแกะขึ้นมา กางออกบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดที่ตั้งอยู่ห่างจากจวนสกุลหลี่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สามกิโลเมตร "เป้าหมายที่แท้จริงของหลี่จงไห่ไม่ใช่การเก็บรักษาบัญชีลับไว้ที่จวนของตน แต่คือการขนย้ายมันไปยัง 'โรงเตี๊ยมรกร้างนอกกำแพงเมือง' ต่างหาก ข่าวลือเรื่องบัญชีลับที่จวนสกุลหลี่เป็นเพียงควันพรางตาที่ข้าจงใจสร้างขึ้น เพื่อให้คนของเรารอบ2 เข้าไปค้นหา 'คลังลับตัวจริง' ในขณะที่สุนัขรับใช้ของตระกูลหลี่กำลังวิ่งวุ่นปกป้องนายใหญ่ของพวกมัน"
ดวงตาของแม่ทัพหญิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความทึ่งในความล้ำลึกของแผนการ
"ท่านซ้อนกล... บนหมากกระดานที่ท่านสร้างขึ้นเองอีกทีอย่างนั้นหรือ?"
"สงครามชิงอำนาจไม่เคยมีคำว่าตรงไปตรงมา แม่ทัพหลวน" ฉู่เหยียนเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาคู่นั้นสะท้อนเงาร่างของหญิงสาวผู้สง่างาม "หากท่านอยากให้ความยุติธรรมปรากฏ คืนนี้... เราต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง"
บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินด้านนอก ความคิดของคนทั้งสองกำลังประลองกันอย่างดุเดือดท่ามกลางความเงียบ หลวนเฟยรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะกระชากหน้ากากขุนนางกังฉินผู้สูบเลือดเนื้อราษฎรออกมาได้ แม้ความเสี่ยงจะมีมากเพียงใด แต่อุดมการณ์ในใจนางไม่เคยอนุญาตให้ถอยหลัง
"ตกลง" นางเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะนำกำลังกองร้อยพยัคฆ์ทมิฬดักซุ่มที่โรงเตี๊ยมรกร้าง ส่วนท่าน... จงระวังหลังของตัวเองให้ดี หากแผนนี้ล้มเหลว หัวของท่านจะเป็นสิ่งแรกที่ข้าตัดมาสังเวย"
ฉู่เหยียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความกลัว มีเพียงประกายความพึงพอใจในความเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า "ข้าจะรอรับทัณฑ์นั้น... หากข้าพลาดพลั้งจริงๆ"
ยามค่ำคืนมาเยือนเร็วกว่าที่คิด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วเมืองหลวงราวกับผืนผ้าแพรสีดำสนิท สายลมเย็นยะเยือกพัดพาละอองฝนโปรยปรายลงมาบางเบา สร้างความเงียบงัดที่วังเวงให้กับตรอกซอกซอย
หลวนเฟยในชุดเกราะหนังสีดำกลมกลืนไปกับความมืด นางซายกายอยู่บนหลังคาเรือนไม้เก่าแก่ใกล้กับโรงเตี๊ยมรกร้างนอกกำแพงเมือง สายตาสอดส่องความเคลื่อนไหวเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ ทุกอย่างดูสงบผิดปกติ จนกระทั่งเสียงล้อเกวียนไม้บด3ับพื้นดินดังแว่วมาแต่ไกล
เกวียนบรรทุกหีบไม้สามใบถูกชักลากโดยม้าสีหมอกสี่ตัว มีผู้คุ้มกันสวมชุดดำปิดบังใบหน้าสิบกว่าคนเดินอารักขาอย่างแน่นหนา ท่าทางระแวดระวังตัวตลอดเวลา
*มาแล้ว...* หลวนเฟยหรี่ตาลง มือเรียวกระชับดาบยาวในฝักแน่น เตรียมส่งสัญญาณให้กองร้อยพยัคฆ์ทมิฬเข้าจู่โจม
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ออกคำสั่ง เสียงฝีเท้าฝีม้ารวดเร็วกุนซือฉู่ที่ควรจะอยู่ที่จวนสกุลหลี่ กลับดังสวนขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เงาคนสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"แม่ทัพหลวน!แย่แล้วขอรับ!" องครักษ์เงาหอบหายใจถี่กระชั้น กระซิบเสียงสั่นพร่า "คุณชายฉู่... ถูกลอบสังหารที่เรือนพักส่วนตัว หลักฐานบัญชีลับถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น และ... และในที่เกิดเหตุมิใช่ร่องรอยการต่อสู้ของคนตระกูลหลี่ แต่เป็น 'ตราประทับลับ' ของราชสำนักฝ่ายใน!"
หลวนเฟยรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ดาบในมือเกือบหลุดร่วงจากสมาธิที่แตกกระเจิง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมากกระดานลวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 8
กลลวงข้ามจวน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!