"เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า เลือดนับพันที่หลั่งลงบนสมรภูมิชายแดนเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานที่เจ้าถือหมากอยู่เช่นนั้นหรือ ฉู่เหยียน!"
เสียงตวาดของหลวนเฟยดังก้องกระโจมท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก นางตบโต๊ะไม้หนาจนถ้วยชาสั่นไหว นัยน์ตาคมกริบดุจดาบเปลือยจ้องมองบุรุษตรงหน้าที่นั่งนิ่งราวกับรูปสลักหิน เขาไม่ได้หลบสายตา เพียงแต่ขยับนิ้วเรียวยาวหยิบถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับพายุรอบตัวเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศที่ไกลตัว
ฉู่เหยียนวางถ้วยชาลง เสียงกระทบของถ้วยเซรามิกกับจานรองนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึกของคนฟัง เขาสบตาแม่ทัพหญิงด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
"แม่ทัพหลวน... ความสงบสุขของราษฎรไม่ได้สร้างขึ้นจากเกียรติยศในสมรภูมิ แต่สร้างขึ้นจากการคำนวณที่แม่นยำ" เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านมองเห็นศพบนสนามรบ แต่ข้ามองเห็นรอยร้าวในราชสำนักที่กำลังจะล้มลงทับชีวิตผู้คนนับล้าน หากต้องเสียเบี้ยเพื่อรักษาขุนและกระดานไว้ ข้าก็จำต้องทำ"
"ข้าไม่ใช่หมาก และทหารใต้บังคับบัญชาของข้าก็ไม่ใช่!" หลวนเฟยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักขยับเข้าใกล้กุนซือหนุ่ม กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่าน แต่ในแววตาของนางกลับมีความรวดร้าวที่ฉู่เหยียนอ่านพบ
เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงตะเกียงไหววูบสะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบด้วยความเย็นชา "แล้วท่านล่ะ หลวนเฟย ท่านสู้เพื่อใคร? เพื่ออุดมการณ์ที่สูงส่งของท่าน หรือเพื่อหัวใจที่ยังหวังจะเห็นโลกนี้ดีงามเกินกว่าที่มันเป็นจริงๆ?"
"ข้าสู้เพื่อสิ่งที่ข้าเชื่อว่าถูกต้อง! ไม่ใช่สิ่งที่ถูกบิดเบือนโดยคนพาลที่ใช้ปากกาด้ามเดียวฆ่าคนได้เหมือนท่าน!"
พายุภายนอกทวีความรุนแรงขึ้น เสียงลมกรรโชกปะทะผ้าใบกระโจมดังสนั่นราวกับเสียงคำรามของปีศาจ กระโจมสั่นไหวอย่างรุนแรงจนตะเกียงแทบดับ หลวนเฟยเสียหลักกะทันหันขณะที่พื้นกระโจมลาดเอียงตามแรงลม ฉู่เหยียนคว้าข้อมือนางไว้มั่นดึงให้กลับมายืนตั้งหลัก แรงดึงนั้นทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันโดยไม่ตั้งใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งสองประสานกันท่ามกลางความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามา
ในจังหวะนั้นเอง โลกที่เคยหมุนด้วยเหตุผลและกลยุทธ์กลับหยุดชะงักลง หลวนเฟยสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวภายใต้อุ้งมือของเขา และฉู่เหยียนก็สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่นางพยายามปิดบังไว้ภายใต้เกราะเหล็ก
"เหตุใดต้องเกลียดชังข้าถึงเพียงนั้น" เขาถามเสียงต่ำ พลางมองลึกเข้าไปในดวงตานาง "เพียงเพราะข้ากล้าทำในสิ่งที่ท่านไม่กล้าทำงั้นหรือ?"
"ข้าไม่ได้เกลียดคนฉลาด" หลวนเฟยตอบ ลมหายใจนางยังคงติดขัด "ข้าเกลียดคนที่เห็นแก่ตัวจนละทิ้งความเป็นคนไปได้เพียงเพื่ออำนาจ"
"อำนาจคือสิ่งเดียวที่ปกป้องคนรักของท่านได้... หรือในอดีต ท่านไม่เคยเรียนรู้เรื่องนี้?"
คำพูดของเขาแทงใจดำนางอย่างจัง หลวนเฟยชะงักไป ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่ง ฉู่เหยียนตระหนักได้ทันทีว่าเขาพลาดไปแล้ว แววตาของนางเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความว่างเปล่าที่บาดลึกกว่าเดิม
เขากำลังจะเอ่ยขอโทษ แต่จังหวะนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ย่ำผ่านพายุเข้ามาด้านนอกกระโจม ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย
"ท่านกุนซือ... ข้ามีเรื่องด่วนจะแจ้งให้ทราบ"
หลวนเฟยรีบผลักตัวออกจากเขา ทันใดนั้นผ้าใบกระโจมก็ถูกเปิดออกพร้อมกับสายฝนที่สาดเข้ามา แสงตะเกียงดับพรึ่บลงท่ามกลางความมืดมิด ชายลึกลับคนหนึ่งก้าวเข้ามา เขาโยนห่อผ้าที่เปียกชุ่มลงบนโต๊ะกลางกระโจม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"ข้าพบสิ่งนี้ที่คลังเสบียงหลวง... มันไม่ใช่รายงานการตรวจรับสินค้าตามที่ท่านเคยสงสัย แต่มันคือตราประทับลับของฮ่องเต้ที่ระบุคำสั่งให้ลอบสังหารทัพของท่าน... ท่านแม่ทัพ"
ฉู่เหยียนหยิบห่อผ้านั้นขึ้นมา นิ้วมือเขาสัมผัสกับรอยเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนตราประทับนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมกระโจมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบของพายุ แต่มันคือความเงียบของความจริงที่กำลังจะทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างมา
"ดูเหมือนว่าบนกระดานนี้..." ฉู่เหยียนเงยหน้าขึ้น มองไปที่หลวนเฟยด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "...จะไม่มีใครเป็นหมากอีกต่อไปแล้ว นอกจากพวกเราทั้งคู่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 5
คืนพายุโหม
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!