กลิ่นอายความอับชื้นของคุกใต้ดินหลวงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดและสนิมเหล็ก หยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินศิลาแลงตกลงสู่พื้นน้ำขังเกิดเสียงก้องกังวาน *ติ๋ง... ติ๋ง...* ราวกับเสียงนับถอยหลังลมหายใจของคนที่ถูกลืม
หลวนเฟยสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความมึนงง ร่างกายที่เคยกำยำสมส่วนตามวิสัยสตรีผู้ผ่านศึกสงมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยร่องรอยการทรมาน ข้อมือทั้งสองข้างถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเหล็กหนาหนักตรึงไว้กับผนังกำแพงเย็นเฉียบ รสฝาดปร่าของเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก แต่สิ่งที่คมชัดยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือประกายตาในความมืดที่ฉายแววหยิ่งทะนงและเด็ดเดี่ยว นางไม่ได้หวาดกลัวความตาย สิ่งที่นางกังวลคือหมากกระดานที่ราชสำนักกำลังเล่นอยู่ต่างหาก หากนางพลาดท่า แคว้นย่อมตกอยู่ในกำมือของขุนนางกังฉิน
แกร็ก... เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดเข้ามาพร้อมกับแสงวับแวมจากคบเพลิง
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟสลัวนั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าแววตาที่ทอดมองแม่ทัพหญิงที่กำลังบาดเจ็บกลับสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความสุขุมเยือกเย็นตามวิสัยของกุนซือผู้คุมเกม
"เจ้าไม่ควรมาที่นี่ ฉู่เหยียน" เสียงแหบพร่าของหลวนเฟยเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องเงยหน้ามอง นางรู้ดีว่าผู้มาเยือนคือใคร กลิ่นอายหมึกจีนผสมกับสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยมาแตะนาสิกคือนิรนามของบุรุษผู้นี้
"ข้าก็ไม่อยากเอาชีวิตเข้ามารับความเสี่ยงในที่โสโครกเช่นนี้เหมือนกัน แม่ทัพหลวน" ฉู่เหยียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในจังหวะที่เขาขยับกายเข้าไปใกล้โซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือของนาง มือเรียวยาวราวนักปราชญ์กลับซ่อนกุญแจดอกเล็กไว้ในอุ้งมืออย่างแนบเนียน "แต่ถ้าข้าไม่มา หมากกระดานนี้คงจบลงเร็วเกินไป... ข้ายังไม่อยากแพ้ให้แก่ความดื้อรั้นของเจ้า"
"เจ้าทิ้งหมากตัวสำคัญที่ค่ายทหารหลวง เพียงเพื่อมาช่วยนักโทษประหารอย่างข้าเนี่ยนะ?" หลวนเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่างแต่นางก็ยังคงจิกกัดเขาได้อย่างเจ็บแสบ "ท่านกุนซือผู้ไร้หัวใจ เหตุใดจึงยอมเอาอนาคตและแผนการนับปีมาแลกกับสตรีที่อุดมการณ์ตรงข้ามกับท่านเล่า?"
ฉู่เหยียนไม่ตอบทันที เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูที่เย็นเฉียบ ทำให้สตรีผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อคมดาบใดในใต้หล้าต้องชะงักงัน "ข้าไม่ได้แลกอนาคต... ข้าแค่กำลังรักษาตัวหมากที่ข้าขาดไม่ได้ก็เท่านั้น"
คำพูดสองแง่สองง่ามแฝงนัยยะลึกซึ้งทำให้หัวใจของหลวนเฟยกระตุกวูบ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็นเช่นนี้เสมอ—อยู่กึ่งกลางระหว่างมิตรและศัตรู ระหว่างผู้ชักใยกับหมากบนกระดาน ทั้งฉลาดทันกัน เค้นสมองหักเหลี่ยมเฉือนคมกันทุกฝีก้าว แต่วินาทีนี้ ในความมืดมิดและกลิ่นอายความตายรอบตัว ความเยือกเย็นที่เคยสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองกลับสั่นคลอนด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ยากจะต้านทาน
โซ่ตรวนหลุดออกพร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้น ฉู่เหยียนคว้าข้อแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลของนางขึ้นมาพยุงแนบร่าง "ออกไปจากที่นี่ก่อนที่องครักษ์เสื้อแพรจะตรวจพบการเปลี่ยนเวร"
"แล้วแผนของเจ้าล่ะ?" หลวนเฟยขมวดคิ้วแน่น แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่นางก็ยังฝืนยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี
"แผนของข้าเริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีที่ข้าก้าวเข้ามาในคุกนี้แล้ว" ฉู่เหยียนแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีเล่ห์กล ทว่ากลับทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าครั้งใดๆ "ข้าจงใจทิ้งหลักฐานปลอมเรื่องการสมคบคิดกับแคว้นเหนือไว้ที่ห้องทำงานของเสนาบดีหลี่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของฮ่องเต้ และในขณะเดียวกัน..."
เขายื่นห่อผ้าไหมสีดำชิ้นเล็กๆ ให้Nาง หลวนเฟยรับมาเปิดออกดูด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ภายในนั้นคือตราประทับลับของกรมสืบราชการลับ และรายชื่อขุนนางครึ่งราชสำนักที่แอบติดต่อกับกบฏ—หลักฐานชิ้นสำคัญที่นางตามหามาตลอดแรมปี และมันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด
ก่อนที่หลวนเฟยจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของทหารยามจำนวนมากก็ดังสนั่นสะเทือนก้องโถงทางเดิน พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา
"มีคนบุกรุก! จับตัวกุนซือฉู่กับนักโทษหลวนไว้!"
ฉู่เหยียนดึงร่างของหลวนเฟยเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ใช้ร่างกายของตนเองบังกระแสลมดาบที่พุ่งเข้ามาจากความมืด พร้อมกับเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูก่อนที่คมดาบเล่มแรกจะปะทะกัน
"จำไว้... หากเราพลาดท่าในคืนนี้ เจ้าคือผู้ชนะบนกระดานนี้อย่างแท้จริง"
ทว่า ในวินาทีที่ฉู่เหยียนกำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อเปิดทางหนี แสงคบเพลิงที่สาดส่องกระทบเข้ากับเงาร่างของบุคคลที่ก้าวออกมาจากมุมมืดที่สุดของคุกใต้ดิน กลับทำให้มือของกุนซือหนุ่มชะงักค้างกลางอากาศ
บุคคลผู้นั้นไม่ได้สวมชุดเกราะทหาร หรือชุดขุนนาง... แต่สวมหน้ากากเงินที่สลักลายบุปผาโลหิต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่สิบปีก่อน—เหตุการณ์ความสูญเสียที่เป็นปมในใจของฉู่เหยียนมาตลอดชีวิต!
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ท่านกุนซือ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดออกมาจากหลังหน้ากาก พร้อมกับโยนป้ายคำสั่งหยกแท้ของตระกูลฉู่ตกลงแทบเท้าของเขา เสียงหยกกระทบพื้นหินแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ดั่งโลกทั้งใบที่กำลังพังทลายลงตรงหน้า
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับหมอกเหมยนะคะ! ขอฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ)
หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 24
ช่วยเหลือในความมืด
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!