หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 20

การตัดสินใจของหัวใจ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
คมดาบในฝักย่อมสงบนิ่งที่สุดเมื่อมันซ่อนอยู่ใกล้หลอดลมของศัตรู ความเงียบงันภายในท้องพระโรงไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่เป็นแรงดันมหาศาลก่อนที่เขื่อนแห่งความลับจะพังทลายลง พระสุระเสียงก้องกังวานของฮ่องเต้เซียวหมิงยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดผ่านความหนטหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ ประโยคที่ประกาศิตความตายและโทษทัณฑ์ได้สลักตรึงร่างของทุกคนให้แข็งค้าง หลวนเฟยไม่แม้แต่จะชายตากลัวเกรงต่อเงาฉลองพระองค์เบื้องบน ดวงเนตรคมกริบของแม่ทัพหญิงกวาดมองผ่านม่านไข่มุกไปยังร่างโปร่งในชุดกุนซือสีเข้มของฉู่เหยียน ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของแคว้นไว้ครึ่งหนึ่งในมือ “ฝ่าบาทตรรัสได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ...” ฉู่เหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยความหวาดหวั่น ไม่มีแม้แต่ความลังเล ร่างสูงก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม แต่แผ่นหลังกลับยืดตรงราวกระบี่เหล็กกล้า “ความลับย่อมมีวันหมดอายุ เช่นเดียวกับความอดกลั้นของพระองค์ที่มีต่อพวกเราสองคน” หลวนเฟยชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเนิ่นนาน ในยามนี้... แววตาของฉู่เหยียนไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความอ่อนโยน มันคือแววตาของนักวางหมากผู้สละได้แม้กระทั่งเบี้ยตัวสำคัญที่สุด เพื่อให้กระดานนี้ดำเนินต่อไปได้ หัวใจของนางกระตุกวูบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า อุดมการณ์และหน้าที่ในอดีตกำลังบีบคั้นให้พวกเขาต้องเลือก ระหว่าง "ความอยู่รอดของแผ่นดิน" กับ "ลมหายใจของกันและกัน" “ฉู่เหยียน!” หลวนเฟยเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้น “เจ้ากำลังเล่นตลกอันใดอยู่? หมากตานี้... เจ้าคำนวณไว้ตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นหรือ?” ฉู่เหยียนไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่ปรายตามาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง ในความเงียบงันชั่วพริบตานั้น มีบทสนทนาอันยาวนานนับพันคำถูกส่งผ่านม่านสายตา *‘เชื่อใจข้า...’* คือสิ่งที่สะท้อนอยู่หลังม่านนัยน์ตาคู่นั้น แต่มันช่างเป็นความเชื่อใจที่เดิมพันด้วยหยาดโลหิตและศีรษะบนบ่า ฮ่องเต้เซียวหมิงแย้มพระสรวลเย็นเยียบ ทอดพระเนตรการปะทะทางสายตาของคนทั้งคู่ด้วยความสมเพชเวทนา “ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก คู่สามีภรรยา... อ๋อ ไม่สี่... อดีตคู่หมั้นผู้เคยสาบานว่าจะร่วมเป็นร่วมตาย วันนี้กลับต้องมาหักหลังกันเองบนท้องพระโรงแห่งนี้ เจ้าค่ะ กุนซือฉู่ เจ้ามีหลักฐานอันใดที่จะถวายรายงานแก่เรา เพื่อแลกกับการละเว้นโทษกบฏของเจ้าเอง?” คำถามนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจผู้ฟัง พระเนตรของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่สะสมมานานนับปี พระองค์ไม่เคยไว้วางใจขุนนางคนใด และยิ่งเกรงกลัวอำนาจที่แท้จริงของแม่ทัพหลวนเฟยที่กุมใจทหารทั่วประเทศ การยืมมือฉู่เหยียนเพื่อทำลายล้างหลวนเฟย จึงเป็นหมากที่งดงามที่สุดในสายตาผู้ครองบัลลังก์ ฉู่เหยียนค่อยๆ คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ ช้าๆ ทว่ามั่นคง เขาดึงม้วนฎีกาฉบับหนึ่งออกจากอกเสื้อ มันคือกระดาษเก่าคร่ำครึที่ขอบกระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา แต่ลายมือที่ปรากฏอยู่ข้างในนั้น... กลับคมชัดบาดลึกจนหลวนเฟยถึงกับเบิกตากว้าง “ทูลฝ่าบาท...” ฉู่เหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน ก้องกังวานไปทั่วตำหนักอันเงียบสงบ “นี่คือบันทึกข้อตกลงลับเมื่อเจ็ดปีก่อน ระหว่างสกุลหลวนกับแคว้นศัตรู... เกี่ยวกับการเปิดประตูค่ายกลพิทักษ์เมือง เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตระกูลหลวน” สิ้นคำพูดนั้น ท้องพระโรงแทบจะไร้ซึ่งลมหายใจ หลวนเฟยหันขวับไปมองหน้าฉู่เหยียนทันที ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนมือบางสั่นเทา นางพุ่งเข้าคว้าคอเสื้อของกุนซือหนุ่มอย่างลืมตัว แรงปะทะทำให้เครื่องทรงของเขาไหววูบ แต่ฉู่เหยียนไม่แม้แต่จะปัดป้อง ร่างสูงปล่อยให้นางกระชากลากถูตามใจชอบ ขณะที่ทหารองครักษ์นับร้อยต่างชักดาบออกจากฝักพร้อมพุ่งเข้ามา “ฉู่เหยียน! เจ้ากล้าดียังไงถึงกุเรื่องสกปรกนี้ขึ้นมา!” หลวนเฟยตวาดลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ บิดาของนางพลีชีพในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดิน หยาดเลือดของสกุลหลวนนับร้อยชีวิตถูกหลั่งรินเพื่อปกป้องราชบัลลังก์นี้ แต่เวลานี้ ชายผู้ที่นางมอบความรู้สึกให้ลึกซึ้งที่สุด กลับใช้กระดาษแผ่นเดียวมาเหยียบย่ำเกียรติยศทั้งหมดของตระกูล! “ข้าไม่ได้กุเรื่อง...” ฉู่เหยียนกระซิบแผ่วเบา มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน แววตาของเขาในวินาทีนั้นไหววูbyอย่างเจ็บปวด “...แต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้เจ้า... รอดชีวิตออกไปจากที่นี่ได้” “ข้าไม่ต้องการความรอดที่แลกมาด้วยการเหยียบย่ำเกียรติของบิดา!” หลวนเฟยแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา นางมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาของเขา เพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ความฉลาดล้ำลึกของฉู่เหยียนไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะศัตรู แต่มันคือคุกอันหนาวเหน็บที่เขาขังตัวเองไว้จากโลกใบนี้ ปมในอดีตที่เขาเคยสูญเสียครอบครัวไปเพราะความผิดพลาดทางกลยุทธ์ ทำให้เขาเลือกที่จะเป็นคน "ชั่วช้า" ในสายตาของนาง ดีกว่าปล่อยให้นางต้องตายด้วยคมดาบของฮ่องเต้ นี่คือความรักในแบบของฉู่เหยียน... รักที่ยอมให้เกลียด รักที่ยอมรับบาปทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว เพื่อให้ดอกไม้ดอกนี้ยังคงเบ่งบานต่อไปได้ แม้จะอยู่บนซากปรักหักพังก็ตาม ฮ่องเต้เซียวหมิงแย้มพระสรวลอย่างพึงพอใจ ทอดพระเนตรภาพความแตกหักของคนทั้งสองด้วยความสะใจ “ดีมาก! กุนซือฉู่ ช่างเป็นคนรู้ความเสียจริง ในเมื่อความจริงปรากฏแล้ว แม่ทัพหลวน... เจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่? โทษฐานเป็นกบฏและสมคบคิดกับข้าศึก มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะล้างมลทินให้แผ่นดินได้!” คมดาบขององครักษ์นับสิบเล่มพุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอระหงของหลวนเฟย นางยืนหยัดอย่างสง่างาม ไม่ยอมคุกเข่า ไม่ยอมก้มหัว แม้หยาดน้ำตาจะรินไหลอาบแก้ม แต่ใบหน้ากลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวความตาย สายตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ฉู่เหยียน... ชายผู้ที่นางทั้งรักและชังจนเกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม ฉู่เหยียนยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องพระพักตร์ สายตาของเขามองต่ำลงที่พื้นหินอ่อน มือที่ประสานกันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บาดแผลในใจที่ฝังรากลึกกำลังกรีดแทงหัวใจของเขาให้แหลกสลายไม่ต่างกัน เขากำลังทำตามแผนการที่วางไว้ เขากำลังดึงหลุมพรางเข้าหาตัวเพื่อปกป้องนาง แต่วินาทีที่เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นของฮ่องเต้ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาจากภายนอกตำหนัก... เขาก็รู้ทันทีว่า มีบางอย่างผิดพลาดไปจากหมากที่เขาคำนวณไว้ เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มีแค่ทหารองครักษ์ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของกองกำลังนับพันที่ถูกตรึงไว้นอกวังหลวง! “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ...” ขันทีคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด “ทะ... 25... กองกำลังทหารพิทักษ์ชายแดนใต้ นำโดยแม่ทัพรองซุน บุกเข้ามาถึงประตูชั้นนอกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขาอ้างราชโองการลับของอดีตฮ่องเต้เพื่อเข้ามาชำระล้างความอยุติธรรมในเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!” ฉู่เหยียนสะعدเฮือกทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ราชโองการลับของอดีตฮ่องเต้? นั่นคือสิ่งที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน... และคนคนนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้ หลวนเฟยค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยให้หยาดน้ำตาระรินไหลผ่านรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก นางก้มลงหยิบป้ายประจำตัวแม่ทัพที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะโยนมันลงแทบเท้าของฮ่องเต้ เสียงโลหะกระทบพื้นดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงระฆังประกาศจุดจบของยุคสมัยอันเน่าเฟะ “ฝ่าบาท... สิ่งที่กุนซือฉู่กราบทูลเมื่อครู่นี้ เป็นความจริงครึ่งหนึ่งเพ่ะย่ะค่ะ” หลวนเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนฮ่องเต้ต้องชะงัก “...แต่นั่นไม่ใช่บันทึกความผิดของสกุลหลวน หากแต่เป็นหลักฐานการทุจริตและลอบปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้... ที่ประทับตราด้วยพระ 7 ลายมือของพระองค์เองต่างหาก!” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมากกลอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%