หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 18

พันธมิตรที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอายความอับชื้นของคุกใต้ดินหลวงผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวสนิมเลือด จอกชาดินเผาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบถูกเลื่อนเข้าหาอีกฝ่ายด้วยแรงกดน้ำหนักที่พอเหมาะพอดี สะท้อนความเยือกเย็นของผู้กระทำ "ท่านแม่ทัพหลวน... ดูท่าว่าหมากตานี้ของฝ่าบาทจะมิได้มีไว้เพื่อปกป้องราชบัลลังก์เสียแล้วกระมัง" เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดของฉู่เหยียนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลวนเฟยปรายตามองบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือมือหนึ่งของราชสำนัก ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอยู่คนละฟากฝั่งของสมรภูมิการเมือง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดตรงอย่างไว้ตัว "ฉู่เหยียน เจ้าเรียกข้ามายังสถานที่โสมمนี้ หาใช่เพื่อเยาะเย้ยถากถางกระมัง" หลวนเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "หรือว่าอำนาจมืดที่เจ้ากําลังตามหา รat เข้ามาใกล้คอหอยของเจ้าเสียจนต้องยอมลดตัวมาเจรจากับ ‘ศัตรูเก่า’ เช่นข้า" ไม่มีรอยสะท้านสะเทือนบนใบหน้าคมคายของกุนซือหนุ่ม ฉู่เหยียนเพียงแต่ยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับรสชาติของมันคือเรื่องรอง ขณะที่ดวงตาคู่คมจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของแม่ทัพหญิงผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด "ศัตรูเก่าหรือ... ข้าไม่เคยคิดว่าเราเป็นศัตรูกันเลยสักครั้ง แม่ทัพหลวน" ฉู่เหยียนวางจอกชาลง เสียงกระทบกับโต๊ะดัง ก๊อก กังวานท่ามกลางความมืดมิด "พวกเราต่างหากเล่าที่เป็นเหยื่อของกระดานหมากตัวเดียวกัน เพียงแต่อยู่คนละฝั่งของกฎเกณฑ์ที่ผู้มีอำนาจสร้างขึ้นเพื่อสังหารพวกเรา" หลวนเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ นางขยับกายเข้าหาโต๊ะเล็กน้อย โซ่ตรวนที่ข้อเท้าส่งเสียงกระทบกันเบาๆ เตือนสติถึงสถานะนักโทษในยามนี้ "คำพูดสวยหรูของกุนซือฉู่ มักแลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนบริสุทธิ์เสมอ ข้าเป็นเพียงแม่ทัพที่รู้แต่เรื่องจับดาบฆ่าฟันศัตรู ไม่มีความสามารถพอจะมานั่งเล่นเกมชิงอำนาจกับคนใจคดเช่นเจ้าหรอก" "ถ้าเช่นนั้น ประชาชนนับหมื่นในเมืองหลวงที่กำลังจะกลายเป็นเครื่องสังเวยในแผนการลอบปลอมแปลงตราประทับแผ่นดินเล่า... ท่านแม่ทัพยังจะยืนกรานว่านี่เป็นเพียง ‘เกม’ ของข้าผู้เดียวอยู่อีกหรือ?" ฉู่เหยียนโน้มตัวไปข้างหน้า ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางความคิด อุดมการณ์ที่เคยขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในอดีต บัดนี้กลับถูกบีบอัดให้หลอมรวมกันด้วยภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่า หลวนเฟยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลง ประเมินความจริงจังในแววตานั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการคำนวณ ชั่งน้ำหนัก และการอ่านใจ หลวนเฟยรู้ดีว่าฉู่เหยียนไม่ใช่คนที่จะพูดจาเหลိုးไหล หากเขาเอ่ยถึงตราประทับแผ่นดิน นั่นหมายความว่าภัยมืดจากกลุ่มอิทธิพลเบื้องหลังบัลลังก์ได้ลุกลามเกินกว่าที่นางจะนิ่งดูดายได้อีกต่อไป "เจ้ามีแผนอะไร" หลวนเฟยเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึมขึ้น "ข้าต้องการพันธมิตรที่กล้าพอจะหันดาบเข้าหาเงาจันทร์" ฉู่เหยียนตอบสั้นๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ "และในแผ่นดินนี้ ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าท่านแม่ทัพหลวน ผู้ซึ่งแม้จะตกอยู่ในสถานะนักโทษ ก็ยังคงรักษาศักดิ์ศรีของทหารหาญไว้ได้" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของฉู่เหยียน มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่เป็นรอยยิ้มของสองวิญญาณสีเทาที่จำต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ หลวนเฟยถอนหายใจยาว นางเหยียดกายตรง แม้จะอยู่ในชุดนักโทษมอซอ แต่นางก็ยังคงสง่างามดั่งพญาอินทรีที่รอวันกางปีกอีกครั้ง "ตกลง... ข้าจะร่วมมือกับเจ้า" หลวนเฟยกล่าวเสียงต่ำ "แต่หากเจ้าคิดตลบหลังข้า หัวของกุนซือฉู่จะประดับอยู่บนยอดเกือกม้าของข้าเป็นคนแรก" ฉู่เหยียนเพียงแต่ยิ้มรับคำขู่นั้นอย่างไม่สะดุทกสะท้าน เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้า แม้จะไม่มีการสัมผัสจับมือกัน ทว่าความเข้าใจอันลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นแล้วในความมืดมิดนั้น ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะตกลงรายละเอียดขั้นสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังแว่วมาจากทางเดินหินด้านนอก ประหนึ่งลางบอกเหตุถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าที่คาดคิด ฉู่เหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่หลวนเฟยหันไปมองยังประตูเหล็กทึบ ประตูนั้นถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยขันทีสนิทผู้หนึ่ง ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "กุนซือฉู่! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... สะ... เสด็จพ่อ..." ขันทีหนุ่มละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "องค์ชายรอง... องค์ชายรองทรงถูกลอบปลงพระชนม์ในตำหนักส่วนพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หัวใจของฉู่เหยียนกระตุกวูบ ภาพในหัวประมวลผลด้วยความเร็วสูง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอันใด เสียงสะท้อนของโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกคุกใต้ดินก็ตามมาติดๆ พร้อมกับเงาร่างของทหารองครักษ์นับร้อยที่กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างแนบเนียน และในวินาทีนั้นเอง ที่ปลายทางเดินมืดมิด ปรากฏเงาร่างสูงโปร่งของบุคคลผู้หนึ่งก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้ลมหายใจของทั้งฉู่เหยียนและหลวนเฟยต้องสะดุดกVก... *หมอกเหมยปลายฤดู*
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%