หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง•ตอนที่ 2

กลยุทธ์ที่สวนทาง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
เสียงกระแทกของแผนที่หนังวัวบนโต๊ะไม้เนื้อหนาดังสนั่นก้องห้องโถงบัญชาการ กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีและสนิมเหล็กจากชุดเกราะผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "ท่านกุนซือฉู่... ท่านกำลังใช้สมองส่วนไหนคิด ถึงได้กล้าเสนอให้กองทัพถอยร่นกลับไปสามสิบหลี้ในยามที่ข้าศึกกำลังขวัญหนีดีฝ่อเช่นนี้!" สุ้มเสียงของหลวนเฟยเฉียบคมราวกับใบดาบที่เพิ่งออกจากฝัก นางยืนค้ำโต๊ะยุทธศาสตร์ สองตาจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยว ชุดเกราะสีเงินยวดยวงสะท้อนแสงคบเพลิงวับแวม ขับเน้นให้ใบหน้างดงามคมคายนั้นดูดุดันและทรงอำนาจจนน่าเกรงข้าม ฉู่เหยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ท่าทีของเขาสุขุมเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไม่เคยสะท้านต่อลมพายุ เขายกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมฝาดช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบโต๊ะด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ราวกับไม่ได้ยินเสียงคำรามด้วยความเดือดดาลของแม่ทัพหญิงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดื้อรั้นแม้แต่น้อย "ความโกรธแค้นไม่เคยชนะสงคราม แม่ทัพหลวน..." ฉู่เหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งความคิดของอีกฝ่าย "ท่านเห็นเพียงค่ายกลของข้าศึกที่แตกพ่าย แต่ท่านกลับมองไม่เห็น 'เงา' ที่ทอดทอดมาจากเมืองหลวง... ฮ่องเต้ทรงระแวงกองทัพพิทักษ์ชายแดนยิ่งกว่ากองทัพต้าโจวเสียอีก หากท่านยังดึงดันจะบุกต่อในสภาพที่เสบียงขาดตอนเช่นนี้ เกรงว่าดาบเล่มแรกที่จะปลิดชีพท่าน อาจไม่ได้มาจากศัตรูเบื้องหน้า... แต่อยู่ในราชโองการฉบับถัดไปต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ หลวนเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง นางก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะยุทธศาสตร์มากขึ้น จนกลิ่นอายความกดดันจากตัวนางแผ่ซ่านมาถึงตัวเขา "ท่านกลัวความตายของตัวเอง หรือกลัวว่าอำนาจในมือของสำนักกุนซือจะสั่นคลอนกันแน่ ฉู่เหยียน!" หลวนเฟยเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมที่ซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด "ข้าเกิดมาเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อก้มหัวให้เกมการเมืองสกปรกในราชสำนักของพวกท่าน หากข้าถอยวันนี้ ขุนเขาและราษฎรนับหมื่นชีวิตเบื้องหลังจะตกเป็นเชลยของความขี้ขลาด!" "ความกล้าหาญที่ปราศจากสมอง คือการฆ่าตัวตายทางอ้อม" ฉู่เหยียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขากดดันให้อีกฝ่ายต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่นัยน์ตาของหลวนเฟยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายที่ลุกโชน "ท่านคิดว่าแม่ทัพตระกูลหลวนผู้เกรียงไกร จะสู้ทหารนับแสนที่ซุ่มรออยู่ในหุบเขาอู๋เซียงไหวอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่อนุญาตให้ผู้ใดเอาชีวิตของทหารใต้บังคับบัญชามาแลกกับศักดิ์ศรีจอมปลอมของท่าน" "ท่านไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!" หลวนเฟยตบโต๊ะเสียงดังลั่น นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายสงครามปะทะเข้ากับใบหน้าของกุนซือหนุ่ม "ในเขตสนามรบแห่งนี้ ข้าคือผู้บัญชาการสูงสุด! กองทัพของข้า จะบุกหรือถอย ข้าเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่กุนซือหน้าเลือดที่วันๆ เอาแต่นั่งนับลูกคิดอยู่ในกระโจม!" ฉู่เหยียนไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ถ้าเช่นนั้น... ท่านก็ลองก้าวเท้าออกจากค่ายนี้ด้วยคำสั่งบุกของท่านดูสิ แล้วคอยดูว่าหัวบนบ่าของท่าน จะอยู่บนตัวได้นานสักกี่น้ำก่อนที่ราชโองการปลดฟ้าผ่าจะมาถึง" ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวระทึก ไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางอุดมการณ์และสติปัญญาที่เฉียบคมจนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่อยู่รอบกาย หลวนเฟยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหอของเขา นางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น แต่มันก็รวดเร็วเสียจนนางคิดว่าตนเองตาฝาดไป ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างทั้งสองจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของทหารยามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่ตึงเครียด "แม่ทัพหลวน! กุนซือฉู่! ด่วนที่สุดขอรับ!" ทหารนายนั้นวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ทั้งเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบโคลน ในมือถือม้วนสารลับประทับตราครั่งสีชาดที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี "มีรายงานด่วนจากหน่วยสอดแนม ม้าเร็วเพิ่งควบมาถึงเมื่อครู่นี้... เส้นทางเสบียงหลักของเราที่ผ่านอำเภอชิงหลิว ถูกกองกำลังปริศนาเข้าเผาทำลายจนราบคาบแล้วขอรับ!" หลวนเฟยเบิกกว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับมามองฉู่เหยียนทันที ขณะที่ใบหน้าของกุนซือหนุ่มกลับไม่มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย ราวกับเขาได้คาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว และสิ่งที่ทำให้ทหารรายงานต่อมาทำให้เลือดในกายของแม่ทัพหญิงแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง "และ... และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ใต้ซากกองเกวียนเสบียงที่ถูกเผา หน่วยสอดแนมพบ 'ตราประทับหยก' ขององค์ชายสาม ตกอยู่ท่ามกลางกองเพลิงขอรับ!" หมอกเหมยปลายฤดูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับหมากกระดานนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจขุนพลหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%