หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 20

บทเพลงสั่งลา

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
คมมีดในมือของกวินสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับแบกรับน้ำหนักของหยาดเลือดนับพันหยดจากอดีตที่เขาเพียรพยายามฝังกลบ เงาของชายผู้พรากทุกสิ่งไปจากชีวิตเขานอนหายใจรวยรินอยู่แทบเท้า แสงจันทร์สลัวลอดผ่านรอยแตกของหอสมุดร้าง ขับเน้นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของคนตรงหน้าให้ดูบิดเบี้ยวและน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน “ฆ่าข้าเสียสิ กวิน... ถ้าความตายของข้าจะล้างมลทินในใจเจ้าได้” เสียงแหบพร่าของชายผู้นั้นเยาะเย้ย แม้ในวาระสุดท้าย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าแก่ในหอสมุดทำให้นึกถึงความทรงจำที่รินรดากุมมือเขาไว้ในวันที่เริ่มออกเดินทาง กวินนิ่งงัน ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับบทกวีที่ขาดห้วง เขาไม่ได้มองชายตรงหน้าด้วยความเกลียดชังอย่างที่ควรจะเป็น แต่มองเห็น 'กระจก' ที่สะท้อนตัวเขาเองในวันที่มืดมิดที่สุด “ท่านคิดว่าคำพยากรณ์ที่ทำลายชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน คือบทเพลงที่มีค่าพอจะแลกด้วยชีวิตของท่านเชียวหรือ” กวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าสั่นสะเทือนถึงวิญญาณ รินรดาที่ยืนอยู่มุมมืดของหอสมุดขยับกาย ก้าวเท้าออกมาด้วยจังหวะที่แผ่วเบาดุจสายหมอก แววตาของหญิงสาวที่เคยเปี่ยมไปด้วยความหวังยามนี้กลับฉายชัดถึงความกังวล เธอรู้อยู่เต็มอกว่าหากมือคู่นี้เปื้อนเลือด เส้นทางที่ทั้งสองร่วมเดินทางมาจะไม่มีวันหวนกลับไปสู่แสงสว่างได้อีก “กวิน... หากเจ้าเลือกทางนี้ อักษรจารึกในหยดน้ำค้างจะมิใช่บทกวีแห่งการเยียวยา แต่จะเป็นเครื่องเตือนใจถึงมือที่เปื้อนบาปไปชั่วกัลปาวสาน” รินรดาเอ่ยพลางยื่นมือไปสัมผัสไหล่เขาเพียงเบาๆ แรงสั่นสะเทือนจากสัมผัสนั้นทำให้กวินชะงัก “รินรดา ท่านก็รู้ว่าหัวใจของผมมันตายไปตั้งแต่วันที่คฤหาสน์หลังนั้นมอดไหม้” กวินสวนกลับโดยไม่หันมอง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่คมมีด “ความตายไม่ใช่จุดจบของการแก้แค้น แต่คือจุดเริ่มของการจองเวรต่างหากเล่า” เธอตอบ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่จนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ไหลรินจากเพดานหอสมุด กระทบพื้นหินดั่งจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ กวินหลับตาลง ภาพของพ่อ แม่ และกลิ่นควันไฟในคืนวันวานหลั่งไหลเข้ามาดั่งพายุ เขามีทางเลือกเพียงสองทาง หนึ่งคือปลิดชีพชายผู้นี้เพื่อจบเรื่องราวที่คั่งค้างในอก และสอง คือวางมีดลงแล้วยอมรับความจริงว่า บาดแผลที่ไม่มีวันหายดีนั้น ไม่ได้ต้องการการล้างแค้น แต่ต้องการ 'การยอมรับ' เขาค่อยๆ คลายมือออก เสียงมีดเหล็กกล้ากระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วหอสมุด มันไม่ใช่เสียงของชัยชนะ แต่เป็นเสียงของการปลดปล่อยสิ่งที่ผูกมัดตัวเขามานานปี ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินไปหารินรดา เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังกึกก้องไปทั่วโถงกว้าง "เจ้าช่างอ่อนแอ... อ่อนแอเกินกว่าจะเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง!" ร่างของชายชราที่นอนอยู่บนพื้นลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดวิสัย ดวงตาที่เคยขุ่นมัวบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยอำนาจมืด เขาไม่ได้ขยับเพื่อทำร้ายกวิน แต่กลับคว้าคัมภีร์หนังมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมออกมา ทันใดนั้น รอยจารึกเรืองแสงสีเลือดบนผนังหอสมุดก็เริ่มหมุนวนราวกับพายุทอร์นาโด รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอพุ่งตัวเข้าไปดึงกวินออกห่าง ทว่ารอยจารึกเหล่านั้นกลับพุ่งเข้าโอบล้อมตัวเธอไว้แทน ราวกับว่าเป้าหมายที่แท้จริงของมันไม่ใช่กวิน แต่คือ 'ผู้พิทักษ์' อย่างเธอ “รินรดา!” กวินตะโกนสุดเสียง พยายามจะฝ่าม่านพลังที่มองไม่เห็นเข้าไป แต่ผนังของพลังนั้นแกร่งดั่งหินผา “อย่าก้าวเข้ามา!” รินรดาร้องเตือน ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่อักษรโบราณเหล่านั้นค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังของเธอราวกับกำลังกัดกินความทรงจำ ร่างของหญิงสาวสั่นสะท้าน เธอหันมามองกวินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเจ็บปวดที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน ในวินาทีนั้น กวินถึงได้ตระหนักว่า การตัดสินใจให้อภัยของเขาอาจเป็นกับดักที่เปิดโอกาสให้ความมืดมิดเข้าถึงตัวคนที่เขารักที่สุด และก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง เสียงกระซิบสุดท้ายของรินรดาก็ดังขึ้นผ่านม่านพลังนั้น “จงจำไว้... สิ่งที่เจ้าต้องล้างแค้นไม่ใช่คนตรงหน้า แต่คือคำสาปที่อยู่ในตัวเจ้าเอง...” ร่างของรินรดาค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับแสงสีเลือด ทิ้งให้กวินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ย้อนกลับมาห้อมล้อมเขาอีกครั้ง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมร้อยเรียงหยาดน้ำค้างและถ้อยคำกวีไปด้วยกันกับผมนะครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%