"หากวันนี้ถ้อยคำของข้าไร้ซึ่งความหมาย ก็จงให้คมกระบี่นี้เป็นพยานถึงความสูญสิ้นเถิด"
เสียงของกวินแหบพร่า ทว่ากังวานเหนือเสียงหวีดหวิวของพายุหิมะบนยอดเขาไกรลาศธารา เขาปักปลายพู่กันด้ามเหล็กกล้าลงบนผืนหิมะที่ขาวโพลน เลือดสีแดงฉานหยดลงเป็นจุดแต้ม ดั่งหยาดน้ำค้างที่เปื้อนสีชะตาชีวิต ร่างของเขาสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูก แต่แววตาของกวีหนุ่มกลับสว่างไสวด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาตและศรัทธา
เบื้องหน้าของเขาคือ 'เงามืด' ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาหม่น ผู้กุมความลับของหอสมุดแห่งความทรงจำไว้ในกำมือ บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รินรดานั่งทรุดอยู่ไม่ไกล มือเรียวบางของเธอกุมแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้อง เลือดของเธอกำลังกลายเป็นน้ำแข็งบนพื้นน้ำแข็งสีมุก
"กวิน... อย่า..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกลมพัดพา "ไม่ต้องแลก... ด้วยชีวิตของเจ้าหรอกนะ ถ้อยคำที่เหลืออยู่... มันไม่อาจแก้ไขความตายได้"
กวินไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาขยับปลายพู่กันวาดท่วงท่าร่ายรำที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยไอสังหาร เขาไม่ได้กำลังเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ แต่เขากำลังเขียนบทกวีลงบนมวลอากาศ ลมพายุหมุนวนตามจังหวะการขยับมือ ก้อนน้ำแข็งแหลมคมถูกกวีหนุ่มเสกสรรค์ขึ้นจากความอ้างว้างในจิตใจ
"ข้าไม่ได้ทำเพื่อแก้ไขความตาย รินรดา" กวินกล่าวพลางก้าวเท้าไปข้างหน้า ท่ามกลางหิมะที่ตกหนักจนมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง "ข้าทำเพื่อจารึกมันไว้... ให้โลกนี้ได้รับรู้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีความรักที่งดงามดั่งบทกวีเกิดขึ้น แม้จะต้องจบลงด้วยหยาดน้ำค้างที่แตกร้าวก็ตาม"
ชายในชุดคลุมสีเทาหัวเราะก้อง แว่วเสียงนั้นเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขัง "ความรักหรือ? ความรักคือนามธรรมที่ไร้ค่าในหอสมุดที่พังทลาย เจ้าจะเอาถ้อยคำสวยหรูไปสู้กับความว่างเปล่าได้อย่างไรกันกวิน!"
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว พลังงานสีดำมืดพุ่งเข้าปะทะกับกวิน กวีหนุ่มยกร่างขึ้นป้องกัน พู่กันในมือหมุนวนเป็นเกราะคุ้มกัน แต่แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงเกินกว่าจะต้านทาน กวินกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดออกมาเป็นสาย เลือดของเขาแตะแต้มลงบนหิมะกลายเป็นตัวอักษรโบราณที่ส่องแสงวาบขึ้นมา
กวินยิ้ม ทั้งที่มุมปากมีเลือดไหลซึม เขาเข้าใจแล้ว... ตัวอักษรที่เขาร่ายรำออกมาไม่ใช่เพื่อการทำลายล้าง แต่เพื่อการสะท้อนสิ่งที่ถูกฝังกลบ
"เจ้าจงใจให้ข้า... เขียนบทกวีแห่งการสูญสิ้นงั้นหรือ?" กวินถาม เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นจากลำคอของเขา "เจ้าต้องการเห็นความสิ้นหวังของข้า เพื่อที่เจ้าจะได้ครอบครองความเงียบงันนั้นไปตลอดกาลสินะ"
"เจ้าเข้าใจช้าเกินไป กวีหนุ่ม" เงาสีเทาก้าวเข้ามาใกล้ ทุกย่างก้าวทำให้อากาศรอบตัวลดต่ำลงจนกลายเป็นน้ำแข็งเกาะตัวบนผิวหนัง "เมื่อสิ้นกวี สิ้นบทกวี โลกนี้ก็จะเป็นเพียงสุสานที่เงียบงัน สมบูรณ์แบบตามที่มันควรจะเป็น"
รินรดาพยายามยันกายลุกขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอคว้าเศษกระดาษม้วนเก่าที่หลุดร่วงจากแขนเสื้อออกมา มันคือ 'บันทึกบทสุดท้าย' ที่เธอกลั่นกรองมาจากความทรงจำทั้งหมด
"กวิน! ใช้สิ่งนี้!" เธอขว้างม้วนกระดาษไปกลางอากาศ ท่ามกลางพายุที่กำลังคลั่ง
กวินกระโจนเข้าคว้าม้วนกระดาษนั้นด้วยความเร็วเท่าความคิด เขาไม่ได้เขียนด้วยพู่กันอีกต่อไป แต่เขาใช้เลือดของตัวเองเขียนลงบนผืนผ้าใบแห่งความว่างเปล่ากลางพายุ บทกวีที่เขาไม่ได้เตรียมตัวไว้ บทกวีที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจที่แตกสลาย
"หากความเงียบคือปลายทาง ข้าขอส่งเสียงให้ดังก้องไปถึงดวงดาว หากความตายคือหยาดน้ำค้าง ข้าขอเป็นหยดสุดท้ายที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดง!"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่มืดมิดด้วยพายุหิมะพลันแตกออกเป็นช่องโหว่ แสงสว่างจ้าสีทองเจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วทั้งยอดเขา หิมะที่เคยตกหนักกลายเป็นละอองทองคำที่ร่วงหล่นลงมา บาดแผลของรินรดาเริ่มสมานตัวด้วยไออุ่นที่ประหลาดล้ำ ร่างของเงามืดเริ่มบิดเบี้ยวและกรีดร้องอย่างทรมานเมื่อสัมผัสกับแสงนั้น
"นี่มัน... พลังของบทกวีที่ไม่เป็นจารึก!" เงามืดคำรามด้วยความกลัว "มันไม่มีรูปแบบ! เจ้ามันเป็นกวีที่ไร้กรอบ!"
กวินยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของละอองทอง พลังงานในร่างเขากำลังมอดไหม้ไปพร้อมกับบทกวีชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายนี้ เขาหันกลับมามองรินรดาที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอาลัย แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเขาเห็นบางอย่างที่คนทั่วไปไม่อาจเห็น
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แสงทองกำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เงาร่างหนึ่งที่เขาคุ้นเคยที่สุด... ร่างของบิดาที่ตายไปนานปี กลับก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติด้วยแววตาที่ว่างเปล่า พร้อมกับถือพู่กันสีดำทมิฬในมือ
"ลูกรัก... เจ้ายังไม่เข้าใจหรอกว่า ความว่างเปล่าที่แท้จริงน่ะ คือการที่คนที่เราเคยรักกลับมาทำลายเราด้วยมือของเขาเอง"
พู่กันสีดำในมือชายผู้เป็นบิดาตวัดผ่านอากาศ สร้างรอยแยกมิติที่กำลังดูดกลืนทุกอย่างเข้าสู่ความมืดมิดก้นบึ้ง กวินชะงักงัน พู่กันในมือเขาร่วงหล่นสู่พื้นหิมะ ในขณะที่รินรดาทำได้เพียงอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า
บทกวีใต้ร่มเงา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังคงร้อยเรียงหัวใจไปกับบทสรุปที่กำลังจะมาถึงในตอนถัดไปนะครับ
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 21
แด่ผู้จากไป
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!