“หากทุกถ้อยคำที่ท่านร้อยเรียง คือการตอกตะปูลงบนโลงศพของความจริง ท่านก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกรที่ใช้หมึกเป็นอาวุธหรอกครับ กวิน”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในหอสมุดแห่งความทรงจำ กวินชะงักมือที่กำลังจรดปากกาลงบนกระดาษสา แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาที่เต้นเร่าบนชั้นวางคัมภีร์เก่าแก่ บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบขาดใจ กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างดูจะหนักอึ้งขึ้นในชั่วพริบตา
กวินไม่หันไปมอง เขาเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการกรำงานหนักสั่นเทาเล็กน้อย “ผมเพียงแค่ถ่ายทอดสิ่งที่ใจเห็น รินรดา อำนาจของคำไม่ได้อยู่ที่ตัวมันเอง แต่อยู่ที่หัวใจของผู้ที่พร้อมจะให้มันเป็นจริงต่างหาก”
“นั่นคือการบิดเบือน!” รินรดาเดินเข้ามากระชากสมุดบันทึกเล่มนั้นออกจากมือเขา แรงปะทะระหว่างคนสองคนดูราวกับจะจุดฉนวนความขัดแย้งที่ก่อตัวมานาน “ท่านรู้ดีว่าบทกวีที่ท่านเขียนเมื่อคืนทำให้เกิดพายุหมุนในหมู่บ้านทางใต้ บ้านเรือนเสียหาย ผู้คนหวาดกลัว... ท่านคิดว่ามันเป็นเพียง ‘พลังของธรรมชาติ’ หรือว่าท่านต้องการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ากวีอย่างท่านสามารถสั่งความเป็นความตายได้กันแน่?”
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาบดบังรัศมีจากเทียนจนรินรดาตกอยู่ในความมืดมิดครึ่งซีก แววตาของเขาที่เคยสงบนิ่งกลับวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของสุภาพบุรุษ
“ท่านกำลังกล่าวหาว่าผมเป็นผู้กำหนดชะตากรรมคนอื่นอย่างนั้นหรือ?” กวินถาม เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือ “รินรดา ผมสูญเสียครอบครัวไปเพราะความเงียบของคำพูด คำพูดที่ไม่มีน้ำหนักพอจะยับยั้งโศกนาฏกรรมได้ วันนี้เมื่อผมค้นพบว่าคำของผมมีอำนาจพอจะสั่นคลอนรากฐานของโลกได้ ท่านกลับมองว่ามันคือความผิดบาป?”
“มันไม่ใช่ความผิดบาป หากท่านใช้มันเพื่อเยียวยา” รินรดาตอบกลับ ดวงตาของนางคลอไปด้วยหยาดน้ำใส “แต่การที่ท่านเลือกจะใช้มันเพื่อท้าทายกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ท่านกำลังจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป กวิน ท่านกำลังกลายเป็นสิ่งเดียวกับที่ท่านเคยเกลียดชัง... ท่านกำลังกลายเป็นปีศาจที่หลงใหลในเสียงดนตรีแห่งหายนะ”
กวินแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูว่างเปล่าและหม่นหมอง “คนเรามักกลัวในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจเสมอ ท่านเองก็เช่นกัน หอสมุดแห่งความทรงจำสอนให้ท่านเก็บรักษาอดีต แต่ไม่เคยสอนให้ท่านยอมรับว่าปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปลายปากกา”
เขาก้าวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดของนาง กวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความร้าวราน “หากผมต้องแลกความเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่จะปกป้องโลกใบนี้จากความลืมเลือน ผมก็พร้อมจะยอมรับมัน ท่านไม่ต้องห่วงหรอก เพราะตราบใดที่หมึกยังไม่แห้ง ผมก็ยังมีชีวิตอยู่”
“ไม่ กวิน!” รินรดาคว้าแขนเขาไว้แน่น “ท่านไม่เข้าใจ อักษรโบราณที่ท่านใช้ในบทกวีบทล่าสุด... มันไม่ใช่ภาษาที่มนุษย์ควรเขียน มันคือภาษาที่ถูกจารึกไว้เพื่อ ‘ปิดผนึก’ ไม่ใช่ ‘ปลดปล่อย’ ท่านกำลังเปิดประตูบานที่ไม่มีใครปิดมันได้อีกแล้ว!”
กวินหยุดชะงัก คำพูดของนางราวกับหยดน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง เขานึกย้อนไปถึงอักษรตัวสุดท้ายที่เขาเขียนลงไปเมื่อคืน มันคืออักขระที่เขาสุ่มได้จากคัมภีร์ต้องห้ามในส่วนลึกที่สุดของหอสมุด ความรู้สึกเย็นเยียบเริ่มแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง
“ท่านหมายความว่าอย่างไร... ที่ว่าผมเปิดประตู?” กวินถาม เสียงของเขาเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของใบไม้แห้ง
รินรดาปล่อยมือจากแขนเขา นางถอยหลังกรูไปจนติดชั้นวางหนังสือ ใบหน้าซีดเผือด “ท่านไม่ได้สังเกตหรือ... กวิน ตั้งแต่ที่ท่านเขียนบทกวีบทนั้น ความเงียบในหอสมุดแห่งนี้ก็เปลี่ยนไป เสียงกระซิบที่ท่านเคยได้ยินจากหน้ากระดาษ มันไม่ได้มาจากผู้เขียน แต่มันมาจาก ‘สิ่งที่ถูกกักขัง’ อยู่ข้างในนั้น”
ทันใดนั้น แสงเทียนในหอสมุดทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ ความมืดมิดที่เข้าปกคลุมไม่ได้เป็นเพียงความขาดหายของแสง แต่มันคือความรู้สึกที่ว่ามีบางอย่างกำลัง ‘หายใจ’ อยู่รอบตัวพวกเขา
กวินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นเสียงก้องคำรามที่ดังออกมาจากผนังหอสมุด ราวกับตัวอักษรบนหน้ากระดาษนับพันเล่มกำลังพยายามจะหลุดลอยออกมาจากพันธนาการ
ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เสียงหนึ่งที่ทุ้มต่ำและแหบพร่าดั่งเสียงไม้เสียดสีกันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
“กวิน... ท่านเรียกข้ามาด้วยบทกวีบทนั้น... ถึงเวลาที่ท่านต้องจ่ายค่าตอบแทนแล้ว”
กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวพ้นออกมาจากชั้นวางคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุด เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมที่ถักทอด้วยถ้อยคำที่บิดเบี้ยว และในมือของมัน... คือสมุดบันทึกของกวินที่เขาทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อครู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างและรอยร้าวในใจกวีไปกับผมในบทที่สิบ (ตอนที่ 10) นี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 10
รอยร้าวในใจกวี
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!