“ความหวังเป็นเพียงสินค้าปลอมราคาแพง ที่พวกนักต้มตุ๋นใช้หลอกคนใกล้ตายเท่านั้นแหละท่านกวี หากท่านยังดึงดันจะแจกจ่ายมันในย่านสลัมซากปรักหักพังนี้ เกรงว่าหมึกในขวดของท่านคงจะหมดลง ก่อนที่ศพของคนเหล่านี้จะทันได้เย็นลงเสียอีก”
น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งความสิ้นหวังของชายชราผู้สูญเสียบ้านและบุตรชายจากเหตุอุทกภัยเมื่อสัปดาห์ก่อนดังขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย บนแผ่นไม้กระดานผุพังที่เคยเป็นร้านค้า ตอนนี้ถูกใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบภัยนับสิบชีวิต ดวงตาของทุกคนขุ่นมัว ไร้ประกาย ราวกับดวงวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างไปตั้งแต่ค่ำคืนที่กระแสน้ำสีโคลนซัดสาดทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตพวกเขา
กวินไม่ได้เอ่ยปากเถียง ชายหนุ่มเพียงแต่ก้มลงมองกระดาษสีหมองในมือ ลมหายใจของเขาผ่อนออกมาช้าๆ ผสมผสานกับไอเย็นในบรรยากาศ รินรดาซึ่งยืนอยู่เคียงข้าง เอื้อมมือมาแตะไหล่ของเขาเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองไปรอบห้องโถงชั่วคราวที่เต็มไปด้วยความหดหู่ ความเงียบงันที่กดทับหัวใจผู้คนในยามนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของพายุภายนอกเสียอีก
"หมึกในขวดของผมอาจจะราคาถูกครับ... แต่ถ้อยคำข้างในนั้น อาจมีราคามากพอที่จะซื้อลมหายใจของท่านกลับคืนมาได้สักสิบวินาที" กวินเงยหน้าขึ้นสบตาชายชรา น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่ทว่ามั่น
กวินสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจตัวเองในอดีต—วันที่สูญเสียทุกอย่างไม่ต่างจากพวกเขาเหล่านี้—แล้วจึงเริ่มขยับริมฝีปากเปล่งเสียงร่ายบทกวีออกมา เสียงของเขาไม่ได้ดังกระหึ่มแข่งกับสายฝน หากแต่กังวานลึกซึ้งราวกับซึมซาบเข้าไปในรอยแยกของแผ่นไม้และหัวใจที่แตกสลาย
*"ยามเมื่อโลกพังทลายลงตรงหน้า*
*เหลือเพียงเศษซากน้ำตาและผงถ่าน*
*อย่าเพิ่งถามหาความหมายของวันวาน*
*เมื่อลมหายใจยังร้าวรานอยู่กลางใจ*
*หยดน้ำค้างบนใบหญ้าที่ล้าโรย*
*ยังอาจช่วยหล่อเลี้ยงดวงใจที่อ่อนไหว*
*แมกไม้แม้ไร้ใบในคิมหันต์ฤดูใบไม้ไผ่*
*ยังยืนหยัดรอวันผลิใบในคราต่อไป... ชั่วนิรันดร์"*
ท่วงทำนองแห่งถ้อยคำร้อยเรียงดั่งสายน้ำเย็นฉ่ำที่ไหลรินรดลงบนผืนดินที่แห้งผากและแตกระแหง บรรยากาศภายในห้องโถงที่เคยอึมครึมเริ่มเปลี่ยนไป หญิงสาวผู้หนึ่งที่นั่งกอดร่างไร้สติของตุ๊กตาผ้าตัวเก่าของลูกสาว เริ่มสะอื้นไหโยนตัวลงซบกับเข่า ไหล่บางสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อย ชายชราคนเดิมที่เพิ่งกล่าววาจาตัดพ้อ นิ่งงันไป ดวงตาฝ้าฟางเริ่มเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นมานานหลายวัน
รินรดาลอบมองภาพตรงนั้นด้วยความรู้สึกตื้นตัน เธอยกสมุดบันทึกเล่มเก่าขึ้นมาเปิดอ่านข้อความบางประการที่กวินเคยเขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว—*อักษรไม่ใช่เพียงแค่หมึกที่แต้มลงบนกระดาษ แต่มันคือสะพานเชื่อมระหว่างวิญญาณที่กำลังจมดิ่ง กับฝั่งฝันที่ยังพอมีลมหายใจ*
กวินยังคงก้าวเดินไปทีละก้าว นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าเด็กชายตัวน้อยมอมแมมที่นั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่มุมห้อง มือเรียวของกวีหนุ่มยื่นแผ่นกระดาษที่จารึกบทกวีเมื่อครู่ให้กับเด็กน้อย พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง
"เก็บรักษามันไว้นะครับ... อย่างน้อยก็จนกว่ารุ้งกินน้ำหลังพายุ จะยอมปรากฏตัวให้เราเห็นอีกครั้ง"
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองกวิน แววตาที่ว่างเปล่าเมื่อครู่เริ่มมีประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟตะเกียงน้อยๆ เขาเอื้อมมือเล็กๆ สั่นเทาออกมารับกระดาษแผ่นนั้นแนบไว้ที่อก ราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก บรรยากาศรอบข้างเริ่มอบอุ่นขึ้นทีละน้อย เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเริ่มแทนที่เสียงสะอื้นไห้ ผู้คนเริ่มหันมาสบตากัน แบ่งปันรอยยิ้มจางๆ และความหวังที่เคยมอดดับ กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้งในอกเสื้อของแต่ละคน
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งความปิติยินดีกำลังแผ่ขยายปกคลุมผู้ประสบภัย ท้องฟ้าภายนอกกลับผันแปรฉับพลัน สายฟ้าสีขาวฟาดผ่าลงมาฉีกกระชากความมืดมิด เสียงคำรามกึกก้องจนแผ่นดินไหวสะเทือน รินรดารีบวิ่งไปที่หน้าต่างบานผุเพื่อมองออกไปเบื้องนอก ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเผือดสีลงด้วยความตกใจ
"กวิน... ดูนั่นสิครับ" เสียงของรินรดาสั่นพร่าจนผิดสังเกต
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้าไปใกล้หน้าต่าง สายตาคมกอดมองผ่านกระจกที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน เบื้องล่างตรงทางเข้าหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขบวนม้าศึกสีดำสนิทนับสิบตัวกำลังควบตะบุยฝ่าสายโคลนเข้ามาอย่างดุดัน ธงสัญลักษณ์รูป "อีกาคาบกุหลาบดำ" โบกสะบัดท่ามกลางพายุ—มันคือตราประทับแห่งราชสำนักลับ ที่ตามล่ากวินมาตลอดสามปีเต็ม และผู้นำขบวนที่สวมหน้ากากเงินกำลังหยุดม้าลงตรงหน้าประตู พร้อมกับชี้ปลายดาบยาวตรงมายังหน้าต่างห้องที่พวกเขากำลังยืนอยู่พอดี!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างไปกับผมในบทที่เก้า (ตอนที่ 9) นี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 9
ท่วงทำนองท่ามกลางพายุ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!