หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 8

เงาในกระจกคำ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“หยุดเดินเดี๋ยวนี้ครับกวิน” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันของตรอกแคบหลังหอสมุด กวินชะงักฝีเท้าทันที เขาไม่หันกลับไปมองทันที แต่ใช้สัมผัสจากปลายประสาทที่ฝึกฝนมาจากการอ่านรหัสลับในตัวอักษรโบราณ สังเกตเงาของตนเองที่ทอดลงบนผนังอิฐสีเทา เงาที่สอง... ไม่ใช่เงาของรินรดา เงาประหลาดนั่นยาวผิดรูปผิดร่าง มันไม่ได้ขยับตามจังหวะการหายใจของเขา แต่มันหยุดนิ่งสนิท ราวกับกำลังกดดันให้พวกเขาเผยรอยร้าวออกมา “อย่าหันไป” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องอย่างผิดธรรมชาติ “ในกระจกเงาตรงร้านขายของเก่าฝั่งตรงข้าม... เห็นอะไรไหมครับ?” กวินเหลือบสายตาไปทางทิศตะวันออก ที่นั่นมีกระจกเงาบานเก่าที่หลุดลอกจนเหลือเพียงปรอทสีดำสนิท สะท้อนภาพเบลอๆ ของชายในชุดคลุมสีเข้มที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาไฟ ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เขากำลังถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งแน่น มืออีกข้างหยิบเอาปากกาหมึกซึมออกมา คล้ายกับกำลังจะขีดเขียนคำพิพากษาบางอย่างลงบนอากาศ “เขาไม่ได้ตามเรามาเพื่อฆ่า” กวินกล่าวเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว “เขาตามมาเพื่อ ‘จารึก’ อะไรบางอย่างต่างหาก” “หมายความว่าอย่างไรครับ?” “ดูที่เงาเขาสิ รินรดา” กวินชี้ให้เห็นผ่านเงาสะท้อน “เงาของเขาไม่ได้เชื่อมต่อกับพื้นดิน แต่มันกำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นตัวอักษร” ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนอากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้น กวินรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง คำกวีที่เขาเคยเชื่อว่าเป็นเพียงเครื่องมือปลอบประโลมใจ บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธที่กำลังถูกใช้เล่นงานพวกเขาในความเป็นจริง เขาหันไปมองรินรดา หญิงสาวที่มีดวงตาฉายแววตระหนกแต่ยังคงไว้ซึ่งความกล้าหาญ เธอคือผู้เดียวที่เข้าใจรหัสลับใน "หอสมุดแห่งความทรงจำ" และในเวลานี้ ดูเหมือนว่าความทรงจำที่หายไปของกวินจะกลายเป็นเป้าหมายของคนนิรนามผู้นี้ “ถ้าเราเดินต่อไปโดยไม่ทำอะไรเลย เราจะกลายเป็นเพียงตัวอักษรในบันทึกของเขา” กวินหยิบปากกาไม้ตายคู่ใจออกมา “เราต้องสร้าง ‘บทกวีสวนกลับ’ เพื่อลบเงาของมันทิ้งเสีย” กวินเริ่มก้าวเท้าเป็นจังหวะตามฉันทลักษณ์ที่ซับซ้อน ปากกาในมือกรีดอากาศเป็นเส้นสายสีเงิน ทว่าศัตรูนิรนามกลับไหวตัวทัน เขาไม่ได้หลบซ่อนอีกต่อไป ชายชุดคลุมก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างกายของเขาเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำฝนชะล้างจนเปรอะเปื้อน เขาชี้ปลายปากกามาที่กวิน แล้วเริ่มเขียนบางอย่างด้วยท่าทีที่เยือกเย็น *‘ความเงียบที่จารึกไว้... มิอาจคืนกลับสู่ปากผู้กล่าว’* ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยจบ ประโยคสีดำสนิทก็พุ่งออกจากปลายปากกาของชายผู้นั้น มันพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของกวินอย่างรวดเร็ว กวินรีบเอี้ยวตัวหลบ แรงลมจากตัวอักษรนั้นคมกริบจนบาดผิวแก้มของเขาเป็นแผลถาก รินรดาร้องอุทานเบาๆ ก่อนจะรีบคว้าข้อมือกวินแล้วออกวิ่ง “กวิน! เราต้องไปที่ ‘ห้องโถงแห่งกระจกคำ’ เดี๋ยวนี้!” ทั้งสองวิ่งฝ่าความมืดมิดที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหมอกหนา ทุกย่างก้าวของพวกเขาดูเหมือนจะจมลงไปในห้วงคำนึงที่สับสน เสียงฝีเท้าของชายชุดคลุมไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ มันไม่ใช่เสียงรองเท้ากระทบพื้น แต่มันคือเสียงการขีดเขียนบนกระดาษที่ดังซ้ำๆ ย้ำเตือนว่าพวกเขาไม่มีทางหนีพ้นจากชะตากรรมที่ถูกจารึกไว้ เมื่อมาถึงประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายบทกวีโบราณ กวินผลักประตูเข้าไปแล้วรีบปิดทันที แต่ความเงียบหลังประตูกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าภายนอก ในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่า แต่ผนังทั้งสี่ด้านกลับเต็มไปด้วยกระจกที่สะท้อนภาพของกวินและรินรดาในสถานการณ์ต่างๆ กัน ทั้งที่พวกเขายังไม่เคยพบเจอ “กวิน... ดูนั่น” รินรดาชี้ไปที่กระจกบานหนึ่ง ภาพในกระจกไม่ใช่ภาพที่พวกเขาเพิ่งวิ่งหนีมา แต่เป็นภาพที่กวินกำลังยืนถือหนังสือเล่มหนึ่งที่เขายังไม่เคยเห็น พร้อมกับมีคนคนหนึ่งที่คุ้นตาอย่างประหลาดกำลังยืนกอดคอเขาอยู่ กวินเบิกตากว้างเมื่อจำใบหน้านั้นได้ดี ใบหน้าที่เขาพยายามลบเลือนออกไปจากความทรงจำนับสิบปี คนในกระจกคนนั้นค่อยๆ หันหน้ามามองเขา พร้อมกับขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง กวินอ่านปากของอีกฝ่ายได้ทันทีว่า ‘พี่ชายของนาย... อยู่ในนี้’ ทันใดนั้น กระจกทุกบานในห้องก็เริ่มร้าวพร้อมกัน เสียงเปรี๊ยะดังระงมไปทั่วโถง และจากรอยร้าวนั้น เงาของชายชุดคลุมนิรนามก็ค่อยๆ แทรกซึมออกมาจากกระจกทุกบานรอบตัวพวกเขา ก่อนที่ร่างของชายคนเดิมจะก้าวออกมาจากกระจกที่อยู่ตรงหน้ากวินพอดี มันยื่นมือที่ไร้ผิวหนังออกมาหมายจะคว้าคอเสื้อของกวิน “ในที่สุด... ก็ได้พบกันเสียที กวิน” เสียงนั้นดังออกมาจากทุกกระจกเงาพร้อมๆ กัน “จงส่งคืนหยาดน้ำค้างแห่งความทรงจำนั้นมาให้ข้าเสียดีๆ มิเช่นนั้น... ข้าจะลบชื่อของเจ้าออกจากโลกใบนี้เสียเดี๋ยวนี้!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างไปกับผมในบทที่แปดนี้ด้วยกันนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%