“กวิน หยุดเถอะครับ... ที่นี่ไม่มีใครฟังคุณหรอก”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ขณะที่เธอดึงแขนเสื้อของผมไว้แน่น ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบราวกับหินที่ถูกแช่ในธารน้ำแข็งท่ามกลางเมืองที่ดูเหมือนจะลืมหายใจแห่งนี้ เบื้องหน้าของเราคือจัตุรัสกลางเมือง ‘ศิลาวิปลาส’ สถานที่ที่ตำนานกล่าวขานว่าผู้คนยอมแลกความทรงจำที่เจ็บปวดกับการเขียนอ่าน เพื่อแลกกับความสงบสุขที่ไร้รอยจารึก
ผมไม่ได้หันไปมองเธอ แต่สายตาจดจ้องไปยังหญิงชราคนหนึ่งที่นั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งหิน มือของนางถือปากกาขนนกที่แห้งกรัง นางกำลังบรรจงเขียนลงบนสมุดเปล่าด้วยท่าทีที่ดูราวกับคนมีจริตจะก้าน แต่ในสมุดนั้นกลับว่างเปล่า—ไม่มีน้ำหมึก ไม่มีตัวอักษร มีเพียงรอยกดลึกที่จางหายไปราวกับความพยายามที่ไร้ความหมาย
“พวกเขาไม่ได้ลืมอ่านรินรดา” ผมกระซิบ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง “พวกเขาแค่เลือกที่จะทำลายร่องรอยของวิญญาณตัวเองต่างหาก”
ผมก้าวเข้าไปหานางช้าๆ หญิงชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางขุ่นมัวราวกับท้องฟ้าที่ไร้แสงดาว นางไม่เห็นผม หรือต่อให้เห็น ผมก็คงเป็นเพียงร่างเงาที่ไม่มีความหมายในดินแดนแห่งความเงียบงันนี้ ผมหยิบปากกาของผมออกมา—ปากกาที่หมึกของมันคือความทรงจำที่ปวดร้าว—แล้วเขียนลงบนม้วนกระดาษที่เตรียมมา ก่อนจะยื่นให้ตรงหน้านาง
*‘ท่านยังจำรสชาติของคำว่า รัก ได้อยู่หรือไม่?’*
หญิงชราชะงัก มือที่สั่นเทาของนางปัดม้วนกระดาษของผมทิ้งลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง นางไม่ได้โกรธ นางไม่ได้หัวเราะ สิ่งที่นางทำคือการมองผ่านผมไปราวกับผมเป็นเพียงมวลอากาศที่ไร้ตัวตน แล้วก้มลงเขียน ‘ความว่างเปล่า’ ลงบนสมุดของนางต่อไป ราวกับนั่นคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามใครรบกวน
รินรดาเดินเข้ามาข้างกาย กลิ่นหอมจางๆ จากหอสมุดที่เธอยังคงติดตัวอยู่ดูจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในสถานที่แห่งนี้ “เรามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ครับกวิน? ในเมื่อถ้อยคำไม่มีค่า ความหมายก็ย่อมไม่มีความหมายต่อผู้คนที่ไร้หัวใจ”
“เพราะถ้าถ้อยคำตายไปหนึ่งแห่ง...” ผมก้มลงเก็บม้วนกระดาษที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม “...ที่อื่นย่อมสั่นคลอน รินรดา คุณมองไม่เห็นหรือ? รอยจารึกที่หายไปจากแผ่นกระดาษเหล่านั้น กำลังกัดกินจิตวิญญาณของผู้คนจนกลายเป็นรูปปั้นที่มีชีวิต หากเราไม่รีบจุดไฟให้ตัวอักษรเหล่านี้ วันหนึ่ง... แม้แต่ชื่อของผมและคุณ ก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำของโลกใบนี้”
บรรยากาศรอบตัวเราเริ่มแปรปรวน ลมพัดแรงขึ้นโดยไม่มีที่มา กิ่งไม้รอบจัตุรัสสั่นไหวราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ไม่มีเสียงเสียดสีของใบไม้ เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียง ‘ครืด... ครืด...’ ของปลายปากกาที่ฝนลงบนกระดาษของเหล่าชาวเมืองที่พากันล้อมกรอบเข้ามาหาเรา
พวกเขาทุกคนขยับตัวพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ดวงตานับร้อยคู่จ้องมองมาที่ผม—ไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีมิตรไมตรี มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่เป็นมนุษย์
รินรดาคว้ามือผมไว้แน่น “กวิน เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!”
ผมไม่ได้ขัดขืน ผมรู้ดีว่าพลังของกวีอย่างผมไม่อาจสู้กับคลื่นความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงมนุษย์ได้ เราวิ่งฝ่ากลุ่มคนที่เริ่มขยับตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของเราดังก้องไปทั่วจัตุรัสที่เคยเงียบสงัด มันเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความวิปริตนี้ แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของผมก็หยุดกึก เมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนขวางทางออกเพียงหนึ่งเดียวของเมืองนี้ไว้
ชายในชุดคลุมสีเทา ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดมิดชิด เขากำลังถือคัมภีร์เล่มหนึ่งที่เก่าแก่จนเปื่อยยุ่ย แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบคือสิ่งที่เขากำลังทำ... เขากำลังใช้มีดกรีดลงบนหน้ากระดาษเหล่านั้น แล้วกลืนกินเศษกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรลงคอ
เขากลืนกินความรู้ของโลกเพื่อรักษาความเงียบงันเอาไว้
“ท่านคือใคร?” ผมถาม พลางขยับตัวบังรินรดาไว้ด้านหลัง
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น ฮู้ดเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ริ้วรอยบนใบหน้าของเขาเรียงตัวกันเป็นตัวอักษรโบราณที่ขยับเขยื้อนได้เหมือนตัวหนอน เขาแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น
“กวิน... เจ้ามาสายเกินไป” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบแห้งเหมือนเสียงกระดาษเสียดสีกัน “น้ำค้างที่เจ้าพยายามจะจารึกรอยประวัติศาสตร์เอาไว้นั้น... ระเหยไปหมดแล้ว”
เขายกมือขึ้นชี้ไปที่ท้องฟ้า เหนือเมืองศิลาวิปลาส ก้อนเมฆไม่ได้ก่อตัวเป็นฝน แต่มันคือหมึกสีดำมืดมิดที่กำลังจะหลั่งไหลลงมาอาบไล้ทุกสิ่งให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่ว่างเปล่า
ในวินาทีที่หยดหมึกสีดำหยดแรกแตะลงบนพื้นดินข้างเท้าผม ชายชุดคลุมก็ขว้างคัมภีร์ในมือมาที่เท้าของผม มันเปิดออก เผยให้เห็นหน้ากระดาษที่เขียนด้วยลายมือของใครบางคนที่ผมคุ้นเคยที่สุด... ลายมือของพ่อผม—คนที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างไปกับผมในบทที่เจ็ดนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 7
แดนที่ไร้เสียงเพลง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!