หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 16

รอยสลักที่เลือนหาย

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“อย่ามองมันกวิน... ถ้าไม่อยากให้ความทรงจำนั้นกลืนกินวิญญาณของเจ้าไปจนหมดสิ้น!” เสียงตวาดของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บิดเบี้ยว ร่างของเธอกระโจนเข้าขวางหน้าชายหนุ่ม ทันทีที่กวินทรุดลงกับพื้น สองมือกุมขมับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำสีเทาหม่นจากชายปริศนาถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นพายุที่บ้าคลั่ง ในหัวของกวินไม่ได้มีเพียงภาพใบหน้าของคนแปลกหน้า แต่เป็นกลิ่นอายของหมึกจางๆ กลิ่นของกระดาษเก่า และเสียงกระซิบของคนตายที่ร้องเรียกหาความยุติธรรม กวินหอบหายใจถี่ ดวงตาที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำนิ่งยามนี้กลับสั่นไหวราวกับถูกพายุหมุนวนอยู่ภายใน “ริน... มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือคำสาป... พวกเขากำลังเรียกหาผม” ในจังหวะนั้นเอง เงาสีดำมืดมิดที่ปะปนอยู่กับหยาดน้ำค้างบนพื้นดินเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง มันพุ่งเป้าไปที่ ‘สมุดบันทึกแห่งกาลเวลา’ ที่วางอยู่ไม่ไกล สมุดที่บันทึกรอยจารึกซึ่งกวินพยายามปกป้องมาตลอดทาง รินรดารู้ดีว่าหากสมุดเล่มนี้ตกไปอยู่ในมือของเงาสีดำ อดีตที่ถูกลบเลือนจะถูกบิดเบือนไปตลอดกาล “กวิน! ตั้งสติ!” รินรดาตะโกน เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปคว้าสมุดเล่มนั้น ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปกหนังเก่าคร่ำ เงาสีดำก็ตวัดกรีดลงมาดุจใบมีดโกนที่คมกริบ *ฉัวะ!* เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบ รินรดาสะอึก เสียงกัดฟันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับโอบกอดสมุดเล่มนั้นไว้แนบอก ปลายเล็บของเธอยังคงจิกแน่นราวกับกลัวว่าสิ่งนี้จะหลุดลอยไป แผลลึกที่หัวไหล่ฉีกขาดจนเห็นเนื้อใน แต่ใบหน้าของหญิงสาวกลับไม่ปรากฏความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาที่แน่วแน่และดุดัน กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นหยดเลือดของหญิงสาวผสมเข้ากับหยาดน้ำค้างบนพื้น ความเจ็บปวดในหัวของเขาพลันหยุดชะงักลงแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง “ริน! ปล่อยมันไป!” “ถ้าฉันปล่อย... อนาคตที่เราพยายามสร้างขึ้นมาก็จะเป็นเพียงแค่รอยจารึกบนผืนทรายที่รอวันถูกลบหาย” รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า ร่างของเธอทรุดฮวบลงข้างๆ กวิน ลมหายใจของเธอติดขัด แต่มือยังคงกอดสมุดบันทึกไว้แน่นราวกับเป็นลมหายใจสุดท้ายของชีวิต กวินคลานเข้าไปหาเธอ มือที่สั่นเทาประคองร่างของหญิงสาวไว้ ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... ผมเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาในหอสมุดของคุณด้วยความเห็นแก่ตัว... ทำไมถึงต้องปกป้องผมและสิ่งนี้ด้วยชีวิต?” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธออ่อนแสงลงท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อม “เพราะรอยจารึกเหล่านั้นไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งกวิน... มันเป็นของทุกชีวิตที่เคยหายใจอยู่บนโลกใบนี้ หากเรายอมให้มันเลือนหายไป เราก็ไม่ต่างอะไรกับหยาดน้ำค้างที่ไร้ราก... และเหตุผลที่ฉันปกป้องมัน ก็เพราะว่าในทุกหน้าของสมุดเล่มนี้... มีชื่อของคุณปรากฏอยู่ในนั้นมาตั้งแต่อดีตชาติแล้ว” กวินชะงักงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนและความตระหนักรู้บางอย่างที่เริ่มกระจ่างชัด เขาคว้ามือของเธอไว้แน่น พลังงานบางอย่างจากร่างของเขาที่ได้รับมาจากชายปริศนาเริ่มแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ เข้าไปโอบอุ้มบาดแผลของรินรดา แสงสีขาวนวลตาเปล่งประกายออกมาจากรอยแผลนั้น ทว่าในขณะที่ความเจ็บปวดของรินรดาบรรเทาลง กวินกลับรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังค่อยๆ จางหายไปทีละส่วน “คุณกำลังทำอะไร...” รินรดาเบิกตากว้าง พยายามยื้อแขนของเขาไว้ “หยุดนะกวิน! พลังนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณจะควบคุมได้!” “ถ้าการแลกเปลี่ยนคือการคงอยู่ของความจริง... ผมก็ยินดีที่จะเป็นคนลบเลือนเสียเอง” กวินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าแต่มั่นคง “ริน... ถ้าผมหายไป อย่าลืมอ่านหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนั้น... เพราะนั่นคือคำตอบเดียวที่ผมเขียนทิ้งไว้ให้คุณ” ทันใดนั้นเอง ผนังของหอสมุดที่เคยแข็งแกร่งกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูบานยักษ์ที่ปิดตายมานับร้อยปีถูกกระแทกจนเปิดออก เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเงินยวดยิ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน มันคือ ‘ผู้ดูแลบทกวี’ บุคคลที่ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงมาก่อน และในมือของเขามีใบมีดที่ทำจากแสงดาวที่กำลังสั่นระริก “กวิน... อย่าขยับ!” เสียงของชายคนนั้นก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตจากสรวงสวรรค์ “เจ้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจ้ากำลังถือครองอยู่ คือเหตุผลที่ทำให้โลกใบนี้ต้องแตกสลายไปเมื่อหมื่นปีก่อน!” กวินหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มราวกับมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง เขาไม่ได้กลัว แต่กลับรู้สึกถึงอำนาจที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด “ถ้าความจริงทำให้โลกแตกสลาย... งั้นก็ปล่อยให้มันแตกสลายไปพร้อมกับความโกหกพกลมของคุณเถอะ” กวินตวัดมือขึ้น สมุดบันทึกในอ้อมกอดของรินรดากางออกเองโดยอัตโนมัติ อักษรสีทองอร่ามลอยละล่องออกมาจากหน้ากระดาษ ก่อตัวเป็นกำแพงแสงที่ขวางกั้นระหว่างเขากับผู้ดูแล ทว่าในจังหวะที่กวินกำลังจะร่ายบทกวีเพื่อปิดผนึกประตูแห่งอดีต รินรดากลับร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของผู้ดูแล ชายอีกคนหนึ่งที่กวินคิดว่าตายไปแล้ว... ชายที่มีใบหน้าเดียวกับเขาทุกประการ กำลังยืนรออยู่เบื้องหลังความมืดนั้น พร้อมกับมีดสั้นที่เล็งตรงมาที่หัวใจของกวินอย่างเลือดเย็น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกเหล่านี้ไปกับผมนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%