หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 17

ในคืนที่ดาวร่วงหล่น

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"คุณจะยอมให้หยดน้ำตาของตัวเองร่วงหล่นลงบนกระดาษแผ่นนี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อถ้อยคำที่เขียนออกมามันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า... พวกเรากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อมหอสมุดแห่งความทรงจำเอาไว้ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวสะท้อนให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาว เธอวางปากกาขนนกที่ชุ่มด้วยหมึกดำลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงกระทบเบาๆ นั้นดังก้องราวกับเสียงระฆังที่เตือนสติในห้วงวิกฤต กวินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยหมึกและหยดน้ำตา เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมัน กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยละล่องในอากาศดูหนักอึ้งขึ้นเป็นพิเศษในค่ำคืนที่ดวงดาวบนท้องฟ้าภายนอกราวกับกำลังร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่า "เพื่อไม่ให้มันเลือนหายไปอย่างไรล่ะครับ" กวินตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยแรงสั่นสะเทือนจากภายใน "ถ้าความทรงจำของคนเหล่านั้นดับสูญไปพร้อมกับโลกใบนี้ อย่างน้อย... ถ้อยคำเหล่านี้ก็จะเป็นพยานว่าเราเคยมีชีวิตอยู่ เราเคยรัก และเคยเจ็บปวดเพียงใด" รินรดาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา แสงไฟจากตะเกียงทอดเงาของเธอยาวเหยียดลงบนพื้นหิน มือเรียวบางเอื้อมไปแตะไหล่ของกวินเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบของเธอกลับทำให้หัวใจของกวินเต้นผิดจังหวะ "เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะกวิน" เธอเอ่ยเสียงเบา แฝงความอาดูรที่ไม่อาจปิดบัง "ถ้าเราไม่รีบถอดรหัสอักษรโบราณในบทสุดท้ายนี้ ทั้งความทรงจำของคุณและเรื่องราวของโลกใบนี้จะกลายเป็นเพียงธุลี" กวินมองลึกลงไปในดวงตาของรินรดา เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้น... กวีผู้โดดเดี่ยวที่แบกโลกไว้ทั้งใบด้วยปลายปากกา เขาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่กลับเอื้อมมือไปกุมมือของเธอไว้ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งคำมั่นสัญญา "รินรดา..." เขาเรียกชื่อเธอราวกับเป็นการทวนความจำครั้งสุดท้าย "ถ้าคืนนี้คือคืนที่ดาวร่วงหล่นลงสู่พื้นดินจริงๆ ผมก็ขอแค่ให้ได้เห็นคุณเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับแสงลง" บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดราวกับโลกหยุดหมุน รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงข้างเขาบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกันท่ามกลางความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามา กวินเริ่มร่ายบทกวีขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่บนกระดาษ แต่เป็นน้ำเสียงที่แผ่วเบาและลึกซึ้งราวกับมนตรา เขาบรรยายถึงทุ่งหญ้าที่เขาเคยวิ่งเล่นในวัยเด็ก กลิ่นไอฝนที่ตกต้องพื้นดิน และรอยยิ้มของมารดาที่เลือนหายไปในเงามืด คำพูดของเขาไม่ได้ประดิษฐ์ประดอย แต่ละถ้อยคำออกมาจากบาดแผลที่ฝังลึกในจิตวิญญาณ รินรดาฟังด้วยหัวใจที่บีบรัด เธอเริ่มทำความเข้าใจว่าทำไมกวินถึงเขียนคำเหล่านี้ออกมา เขาไม่ได้เขียนเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ แต่เขาเขียนเพื่อรักษาเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่แตกสลายไว้ด้วยกัน "กวิน..." เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเขา "บางที... อักษรโบราณที่เราตามหา ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหอสมุดแห่งนี้ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของคุณเองต่างหาก" กวินชะงัก สายตาประสานกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้ง ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วที่แตะกัน ความทรงจำที่เคยกระจัดกระจายราวกับแก้วที่แตกละเอียดเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่เป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงาม "หากความจริงคือสิ่งที่ขังเราไว้" กวินกระซิบ "งั้นเรามาปลดปล่อยมันผ่านหยดน้ำค้างในคืนที่ดาวตกนี้กันเถอะครับ" เขาเริ่มขีดเขียนลงบนแผ่นกระดาษด้วยพลังที่เปลี่ยนไป ทุกตัวอักษรไม่ได้มีเพียงความหมาย แต่มันมีลมหายใจ อากาศในห้องเริ่มสั่นไหว แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาดูสว่างไสวขึ้นจนผิดสังเกต รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นอักขระที่กวินเขียนเริ่มเปล่งประกายสีเงินยวงลอยละล่องออกมาจากหน้ากระดาษ "คุณทำได้แล้ว!" เธออุทานด้วยความตื่นเต้น แต่ในจังหวะที่ความหวังกำลังจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูหอสมุด... เป็นเสียงที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในสถานที่ที่ถูกปิดตายแห่งนี้ ประตูบานใหญ่ที่เคยลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นเงามืดของบุคคลหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงข้ามกับแสงสว่าง กวินหยุดมือทันที หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลเมื่อเห็นอาวุธในมือของบุคคลปริศนาคนนั้น บุคคลนั้นขยับเข้ามาในแสงไฟ เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคุ้นตาจนกวินแทบหยุดหายใจ ใบหน้าที่เขาเชื่อว่าหายไปพร้อมกับเปลวเพลิงเมื่อสิบปีก่อน คนที่ถือครองบทกวีบทแรก... บทกวีที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตของเขา! "ผมบอกแล้วไงว่าการเขียนความจริงน่ะ... มันคือการเปิดประตูให้ความตายกลับมาทวงคืน" ชายปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเล็งอาวุธตรงมาที่ร่างของรินรดา ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำค้างและร่วมร้อยเรียงถ้อยคำไปกับบทกวีใต้ร่มเงานะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%