"กวิน วางปากกานั่นลงเสียเถิด มันมิใช่เครื่องมือที่จะบันทึกสิ่งที่คุณกำลังจะสูญเสียไปหรอกครับ"
เสียงของรินรดาดังก้องอยู่ในห้องโถงกว้างของหอสมุดแห่งความทรงจำ ทว่ามันกลับแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากโลกหลังความตาย กวินชะงักมือที่สั่นเทา ปลายปากกาขนนกในมือเขาสั่นระริกเหนือกระดาษแผ่นใสที่รอการจารึก เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลังแสงเทียนสลัว ดวงตาของรินรดาในยามนี้มิได้ฉายแววอ่อนโยนดั่งเช่นทุกครา แต่มันเต็มไปด้วยความเวทนาที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขา
"ถ้าผมไม่ทำ รอยจารึกในหยาดน้ำค้างบทนี้ก็จะไม่สมบูรณ์" กวินตอบ เสียงของเขาแหบแห้งคล้ายคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย "และถ้ามันไม่สมบูรณ์ ความเป็นไปได้ที่จะดึงวิญญาณของพวกเขากลับมา... ก็เหลือเพียงศูนย์"
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีนวลจากตะเกียงโบราณกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นรอยย่นเล็กๆ ที่หางตาซึ่งบ่งบอกถึงภาระอันหนักอึ้งที่เธอแบกรับ เธอวางมือเรียวบางลงบนแผ่นหลังของกวิน สัมผัสนั้นเย็นเยียบแต่ทว่ามั่นคง "การแลกเปลี่ยนกฎของหอสมุดมิใช่การแลกด้วยเหรียญตรา แต่เป็นการแลกด้วยสิ่งที่ใจคุณหวงแหนที่สุด... คุณมั่นใจแล้วหรือว่าความทรงจำเกี่ยวกับวันสุดท้ายของครอบครัวคุณ คือสิ่งที่คุณพร้อมจะสละทิ้งไปตลอดกาล?"
กวินนิ่งเงียบ ความเงียบในหอสมุดแห่งนี้มิใช่ความเงียบที่ไร้เสียง แต่มันคือเสียงของกาลเวลาที่กำลังกัดกินทุกอย่างรอบตัว ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น—กลิ่นไอฝนที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นไหม้ของเรือนไม้ เสียงหัวเราะสุดท้ายของแม่ และรอยยิ้มของพ่อที่ยังคงแจ่มชัดในใจ—กำลังจะถูกลบเลือนไปจากการรับรู้ของเขาเพียงเพื่อแลกกับอักขระเพียงบรรทัดเดียวที่จะช่วยให้เขาเดินหน้าต่อได้
"ถ้าผมเก็บมันไว้ ผมก็จะเป็นเพียงกวีที่จมปลักอยู่กับหยดน้ำตา" กวินพูดพลางแค่นยิ้มที่ขมขื่น "รินรดา คุณก็รู้ดีว่ารอยจารึกนี้มิได้ต้องการแค่คำสวยหรู แต่มันต้องการ 'เลือด' ของความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด เพื่อหล่อเลี้ยงให้ตัวอักษรเหล่านั้นมีชีวิต"
"เลือดที่ไหลออกมาจากหัวใจ มิใช่น้ำหมึกครับกวิน" เธอเตือนสติ พลางขยับเข้าไปประจันหน้า สายตาสองคู่ประสานกันราวกับต้องการค้นหาความลับที่ต่างคนต่างซ่อนไว้ กวินมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาของเธอ มันคือชายที่แตกสลายและเต็มไปด้วยรอยร้าว
เขาตัดสินใจยื่นแผ่นกระดาษให้เธอ มือของเขายังคงสั่นเทาขณะที่บรรจงเขียนอักษรตัวสุดท้ายลงไปทันทีที่ปลายปากกาแตะลงบนพื้นผิว อักขระสีทองก็ค่อยๆ สว่างวาบขึ้นราวกับมีชีวิต มันดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างไปจนหมดสิ้น กวินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านปลายนิ้ว ความทรงจำเกี่ยวกับภาพใบหน้าของแม่และเสียงเรียกชื่อเขาในวันนั้นเริ่มพร่าเลือน ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำฝนชะล้างจนจางหายไป
เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อกรามขบกันจนปวดร้าว ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการสูญเสียครั้งแรกเสียอีก เพราะคราวนี้นอกจากเขาจะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปแล้ว เขายังกำลังสูญเสีย 'ภาพจำ' ของพวกเขาไปตลอดกาล
"อย่า..." รินรดาร้องเตือน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "ถ้าคุณปล่อยให้ความทรงจำส่วนนี้หายไป คุณจะกลายเป็นคนแปลกหน้าแม้แต่กับวิญญาณของพวกเขาเอง คุณจะก้าวไปข้างหน้าได้ก็จริง แต่คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าคุณกำลังก้าวไปเพื่อใคร!"
กวินไม่ฟัง เขาเร่งมือจารึกอักษรตัวสุดท้ายจนกระดาษสั่นสะเทือน อากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น แสงสีทองก็พุ่งออกจากปลายปากกาเข้าสู่หัวใจของเขา กวินทรุดตัวลงกับพื้นหิน หอบหายใจอย่างรุนแรง ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวในสมอง
เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าอย่างประหลาด "รินรดา... เมื่อครู่ผมกำลังทำอะไรอยู่หรือครับ? แล้วทำไม... ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกควักออกไปข้างหนึ่ง"
รินรดามองเขาด้วยความเจ็บปวดใจ เธอหยิบปากกาขนนกที่ร่วงหล่นขึ้นมา ก่อนจะหันไปทางประตูบานยักษ์ที่เคยปิดตายสนิท บัดนี้ ประตูนั้นกำลังแง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นหมอกควันสีขาวที่หมุนวนอยู่ภายใน
แต่ทว่า ในจังหวะที่กวินกำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ หมอกควันนั้นกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังสะท้อนออกมาจากด้านใน—เสียงฝีเท้าที่กวินคุ้นเคยดียิ่งกว่าเสียงหัวใจของตัวเอง
ร่างเงาในเงามืดค่อยๆ ปรากฏขึ้น เป็นชายร่างสูงสวมชุดกวีสีซีดจาง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากกระดาษที่เขียนด้วยอักขระเดียวกับที่เขาเพิ่งจารึกไปเมื่อครู่ ชายผู้นั้นหยุดยืนตรงหน้ากวิน ก่อนจะยื่นมือมาแตะที่หน้าอกของเขาด้วยท่วงท่าที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"เจ้าทำสำเร็จแล้วกวิน..." เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก "แต่เจ้าลืมไปหนึ่งอย่าง... การแลกเปลี่ยนที่แท้จริง มิใช่การลบความทรงจำ แต่มันคือการสลับร่างของผู้จารึกกับผู้ถูกจารึกต่างหาก"
ร่างของชายปริศนาเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำค้าง แล้วซึมหายเข้าไปในผิวหนังของกวินอย่างรวดเร็ว กวินเบิกตากว้างขณะที่ความเจ็บปวดสายใหม่แล่นพล่านไปทั่วร่าง พร้อมกับความทรงจำที่มิใช่ของเขาหลั่งไหลเข้าสู่สมองจนแทบระเบิดออก!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งความทรงจำนี้นะครับ
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 15
บททดสอบจากหัวใจ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!